พบเด็กไทย 1 วันอยู่กับมือถือมากขึ้นร้อยละ 40

สสค.สำรวจ "ชีวิตเด็กไทยใน 1 วัน" พบเด็กไทยใช้ชีวิตอยู่กับมือถือมากขึ้น เกือบครึ่งเช็กโทรศัพท์หลังและก่อนตื่นนอน ร้อยละ 40 อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีมือถือ แถมพบเด็กส่วนใหญ่ลอกการบ้าน ยิ่งเก่งยิ่งลอกเยอะ

     ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาวิชาการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) กล่าวว่า สสค.ได้ทำการสำรวจในโครงการติดตามสภาวการณ์เด็กในหัวข้อ “1 วันในชีวิตเด็กไทย” เมื่อเดือนมกราคม 2556 จากกลุ่มตัวอย่าง 3,058 คน ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด พบว่า ชีวิตของเด็กไทยใน 1 วันจะเริ่มตื่นนอนตั้งแต่เวลา 06.18 น.และเข้านอนในเวลา 22.21 น.วันหยุดจะนอน 23.39 น.เฉลี่ยเด็กไทยมีเวลานอนเฉลี่ย 7-8 ชั่วโมง

     สิ่งแรกที่เด็กส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 51.1 ทำหลังตื่นนอน คือ เช็กโทรศัพท์มือถือ และสุดท้ายที่เด็กร้อยละ 35 ทำก่อนนอน คือ ใช้โทรศัพท์มือถือเล่นเฟซบุ๊ก และ ไลน์ (Line) เพราะปัจจุบันเด็กไทยอยู่กับสื่อมากขึ้น ในโทรศัพท์มือถือมีทุกสิ่งที่เด็กต้องการทั้งอินเทอร์เน็ต เฟซบุ๊ก ไลน์ กล้องถ่ายรูป โดยร้อยละ 75.7 เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กบ่อยจนถึงประจำ นักเรียนหญิงเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กมากกว่านักเรียนชาย และยังพบเด็กร้อยละ 20.3 ใช้มือถือระหว่างคาบเรียนบ่อยถึงประจำ ร้อยละ 42.5 รู้สึกทนไม่ได้ถ้าอยู่คนเดียวโดยไม่มีโทรศัพท์ และเด็กร้อยละ 28.7 โดยเฉพาะเด็กชาย ระบุว่า เคยถูกคุกคามทางเพศจากคนเพื่อนใหม่ที่รู้จักกันทางโซเชียลมีเดีย

     ทั้งนี้ เมื่อเด็กไทยใช้เวลาอยู่กับโซเชียลมีเดียนานถึง 8 ชั่วโมง แต่มีเด็กเพียงร้อยละ 34.5 ที่ยังทานมื้อเย็นกับครอบครัวเป็นประจำ โดยเด็กมัธยมศึกษาตอนต้นมีโอกาสทานมื้อเย็นกับครอบครัวมากกว่าระดับอุดมศึกษา มีเด็กระดับอุดมศึกษาเพียงร้อยละ 17.5 ที่ทานมื้อเย็นกับครอบครัว เด็กจำนวนมากถึงร้อยละ 45.7 ลอกการบ้านเพื่อน ที่น่าสนใจ คือ เด็กที่ผลการเรียนดีลอกการบ้านมากกว่าเด็กที่ผลการเรียนต่ำกว่า โดยเด็กที่เกรดเฉลี่ยมากกว่า3.5 ลอกการบ้านมากถึงร้อยละ 52.9 แต่เด็กที่เกรดเฉลี่ยน้อยกว่า 2.5 ลอกการบ้าน ร้อยละ 41.7 ขณะที่ ม.ต้น ลอกการบ้าน ร้อยละ 38.9 แต่นักเรียน ม.ปลาย ลอกการบ้าน ถึงร้อยละ 51.7 ชี้ให้เห็นว่า อีกหน่อยเราจะผลิตคนซึ่งเรียนแบบไม่รู้เยอะมาก ยังมีข้อมูลระบุด้วยว่า เด็กที่เกิดปีเดียวกัน 8 แสนคน เรียนจบระดับอุดมศึกษาเพียง 2-3 แสนคนเท่านั้น ที่เหลือมีวุฒิแค่ ม.6 ม.3 หรือต่ำกว่า การสอนที่เน้นแต่วิชาการมันตอบโจทย์เด็กแค่ 3 ใน 10 คนเท่านั้น

     ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวในการเสวนาหัวข้อ “ทิศทางการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในอนาคต” ซึ่งมีผู้บริหารสถานศึกษา นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา จำนวน 150 คนเข้าร่วม ว่า สพฐ.ถือเป็นองค์กรหลักขนาดใหญ่ที่ดูแลรับผิดชอบเด็กกว่า 7 ล้านคน และบุคลากรครูอีก 4 แสนคน ดังนั้นการขับเคลื่อนการศึกษาจึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจถึงวิธีการและเป้าหมาย เพราะหากการทำงานเป็นแบบต่างคนต่างทำการศึกษาคงไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องมีการพลิกโฉมการศึกษาไทยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปสู่การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้วย

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก