มองปฏิรูปการศึกษาฮ่องกง...อย่างเข้มข้น

เขียนโดย suthasinee 01 | 10/09/2556 14:03:34

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


         คณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งชาติ พ.ศ.2556 นำโดย ผู้ช่วยรัฐมนตรี ศ.ดร.ภาวิช ทองโรจน์ และคณะ ได้ไปศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และทีมบริหารของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง อย่างเจาะลึก เข้มข้น เปิดเผย ตรงไปตรงมา

          ฮ่องกงมีการเตรียมการปฏิรูปการศึกษามาตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 หลังจากประเทศอังกฤษเข้าครอบครองเกาะฮ่องกงนานถึง 99 ปี ด้วยระบบการเมือง เศรษฐกิจ การศึกษาแบบดั้งเดิมของอังกฤษ ฮ่องกงกลับเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งของผืนแผ่นดินใหญ่จีน สาธารณรัฐประชาชนจีน ด้วยนโยบายการปกครอง 2 ระบบ 1 ประเทศ การเตรียมประชาชนคนรุ่นใหม่เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ความเป็นสากล นานาชาติ การสื่อสาร การค้าขาย การหลอมรวมปรัชญาตะวันออกปะทะตะวันตก (East Meets West) เพื่อความร่ำรวยมั่งคั่งของสิ่งแวดล้อมที่ช่วยพัฒนาคน (Human Capital) ของการก้าวสู่ความทันสมัย การเปลี่ยนแปลง และเอกลักษณ์ของประชาชนชาวฮ่องกงเป็นสำคัญ

          East Meets West Rich & Stimulating Environment การปฏิรูปการศึกษาของฮ่องกงเป็นวาระแห่งชาติของประชาชน ของครู ผู้บริหารการศึกษา ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทุกคนรับรู้ถึงสภาพความจำเป็นของประเทศที่ต้องเปลี่ยนแปลง (Reform) ตรงกัน เกิดการขับเคลื่อน ลงมือปฏิบัติอย่างยาวนานต่อเนื่องเป็นเวลา 12 ปี จึงสำเร็จผลอย่างน่าชื่นชม ฮ่องกงยกเลิกการศึกษาแบบดั้งเดิมของอังกฤษแทบทั้งหมด เข้าสู่ความเป็นนานาชาติที่เชื่อมโยงได้ทุกระบบ การศึกษาเรียนฟรี 9 ปี เปลี่ยนเป็น 12 ปี การสอบแบบ O-Level และ A-Level มาเป็นการสอบระดับชาติ 1 ครั้ง การเรียนจบปริญญาตรี 3 ปี มาเป็นแบบสากล 4 ปี เป็นต้น สิ่งที่ฮ่องกงยกเครื่องมากไปกว่านั้น คือระบบหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล หน่วยงานที่ช่วยสนับสนุนโรงเรียน แหล่งทุน งบประมาณ นวัตกรรมการศึกษา และอื่นๆ

       เมื่อฮ่องกงมีเป้าหมายชัดเจน และความเข้าใจตรงกันทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเสรีประชาธิปไตย เศรษฐกิจทุนนิยม ภายใต้การปกครองของสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นคอมมิวนิสต์ การเตรียมคนเข้าสู่ยุคศตวรรษที่ 21 ทักษะอนาคต ความคิดสร้างสรรค์ (Creative) ความคิดเชิงวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์ (Critical) การสื่อสาร ความเป็นสากล เครื่องมือ ICT (Communication) และการทำงานร่วมกับผู้อื่น (Collaboration) การยกเลิกระบบการศึกษาแบบดั้งเดิมของอังกฤษ การเตรียมเกาะฮ่องกงเป็นประเทศเปิดเสรี ค้าขาย ศูนย์กลางทางการเงิน เดินทาง และการนัดพบ

          หลักสูตรการศึกษาของฮ่องกงจึงมีปรัชญาการศึกษาของการผสมผสานความเป็นอารยธรรมตะวันตก และตะวันออกอย่างลงตัว นักปรัชญาของจีน "ขงจื๊อ" เป็นตัวแทนของความลุ่มลึก วิถีชีวิต คุณค่า ศาสนาของตะวันออก ในขณะที่ "อาริสโตเติ้ล" เป็นนักปรัชญาของการตั้งคำถามเชิงวิเคราะห์ การแสวงหา การค้นพบ ซึ่งเป็นสาระศาสตร์ทางตะวันตก การปะทะของความลุ่มลึกของหลักปรัชญาดังกล่าวนำสู่ "สิ่งที่ดีกว่าเพื่อชาวฮ่องกง" จนนำมาสู่ปรัชญาของหลักสูตรการศึกษา เด็กฮ่องกงทุกคนจะได้รับการพัฒนาการรอบด้าน และการศึกษาตลอดชีวิต (Wholeperson Development & Life-long learning) ไปตามความสนใจ ความสามารถที่ถนัด และค่านิยมของแต่ละคนที่หลากหลายแตกต่างกันไป สังคมมีส่วนช่วยสนับสนุนให้ทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) เพิ่มการแข่งขันให้ฮ่องกงเป็นเมืองนานาชาติ รัฐบาลจะจัดให้เด็กทุกคนได้รับประสบการณ์ที่จำเป็นของการเรียนรู้ตลอดชีวิต ช่วยนักเรียนให้เรียนรู้ (How to learn) ผ่านการส่งเสริมให้แต่ละคนเห็นคุณค่า ทัศนคติ ค่านิยม ทักษะสำคัญ และการสร้างเสริมความรู้ด้วยตนเองได้

          หลักสูตรการศึกษาของเกาะฮ่องกงจึงมีโครงสร้าง 8 กลุ่มสาระ ประสบการณ์พื้นฐานที่จำเป็น 5 เรื่อง วิชาสำคัญ 4 วิชา (Core Subjects) โดยยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง และพัฒนาการรอบด้านของเด็กแต่ละคน (ดังแผนภูมิที่นำเสนอ)

         นักเรียนในเกาะฮ่องกงจะเรียนสาระวิชาสำคัญ 4 ด้านเป็นหลัก อันได้แก่ วิชาภาษาจีน อังกฤษ คณิตศาสตร์ และศิลปศาสตร์ (Liberal Studies) ในระดับอนุบาลชั้นปีที่ 1 ถึง 3 เรียนเพื่อการเตรียมความพร้อมทางด้านภาษา คณิตศาสตร์เบื้องต้น ตัวเองกับสังคม วิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยี ศิลปศึกษา พละศึกษา การออกกำลังกายและสุขภาพ ในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เรียน 4 วิชาเป็นหลัก แต่ค่อยๆเพิ่มมากขึ้นตามพัฒนาการของเด็ก ในกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ สังคมและมนุษยศาสตร์ เทคโนโลยีการศึกษา ศิลปศึกษา พลศึกษา ส่วนใหญ่จะเรียนรู้ครึ่งวัน วิชาศิลปศาสตร์พาเด็กออกนอกห้องเรียนผ่านประสบการณ์ 5 ด้าน อันได้แก่ คุณธรรมและความเป็นพลเมือง พัฒนาการด้านสติปัญญา การบริการชุมชน พัฒนาการด้านค่านิยม สมรรถภาพด้านร่างกาย และการมีทักษะประสบการณ์ด้านอาชีพ

          ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายยิ่งเรียนเข้มข้นใน 4 วิชาถึง 45-55% มีวิชาเลือกที่ตนเองถนัด ละสนใจเพิ่มเติม 2-3 วิชา คิดเป็น 20-30% และเน้นประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านโครงงาน กิจกรรม สาระประสบการณ์ 5 ด้านอีก 10-15% หลักสูตรในระดับโรงเรียนเน้นเป้าหมาย 7 ประการสำคัญ คือ ความรับผิดชอบ อัตลักษณ์ของชาติ รักการอ่าน ทักษะการใช้ภาษา ทักษะการเรียนรู้ ใส่ใจความรู้ใหม่ และการดูแลสุขภาพตนเอง

          ในฮ่องกงมีการปฏิรูประบบการวัดและประเมินผล (Assessment alignment) ครั้งใหญ่ ยกเลิกการสอบ O-Level A-level ลง แต่มีการประเมินผลครั้งสำคัญระดับประเทศเพียงครั้งเดียวในระดับเกรด 12 ไม่สอบพร่ำเพรื่อ ผลการสอบของนักเรียนระดับ 12 จะประกาศเป็น 5 ระดับ อันได้แก่ 1, 2, 3, 4, 5 และระดับ 5 บวก 1 ดาว เป็นกลุ่มได้คะแนนสูงระดับประเทศสูงขึ้นไปเป็นระดับ 5 บวก 2 ดาว เป็นกลุ่มดีสุดยอด นอกจากนั้นนักเรียนแต่ละคนต้องทำ อัตชีวิตการเรียนของตน (Profile) ทั้งผลการเรียน ประสบการณ์ที่เคยเข้าร่วม รางวัล ความสำเร็จนอกห้องเรียน ความมุ่งมั่น ความสนใจ การเรียนรู้ในอนาคต และอื่นๆ มหาวิทยาลัยในฮ่องกงจะใช้ผลการเรียน 5 ระดับแตกต่างกันไป ร่วมกับ อัตชีวิตของนักเรียนแต่ละคนพิจารณาร่วมกันเพื่อคัดการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยวิชา ชีพเฉพาะทางรอบเดียวเป็นสำคัญ

          สิ่งสำคัญเป็นกลยุทธ์ช่วยลดปัญหา และอุปสรรคในการต่อต้านจากครู และผู้บริหารการศึกษา ซึ่งเป็นปัญหาเกิดขึ้นทุกแห่งในโลก คือมีการจัดตั้งกองทุนสนับสนุนคุณภาพการศึกษาฮ่องกง (Quality Education Fund) ด้วยงบประมาณ 25,000 ล้านบาท จากรัฐบาลด้วยดอกผลปีละ 3,000 ล้านบาท กองทุนนี้เข้าไปช่วยเหลือสนับสนุนเป็นทุนให้โรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา ผลิตนวัตกรรมการศึกษา แก้ปัญหาในโรงเรียน เด็กพิเศษกลุ่มต่างๆ จนปัญหาต่างๆ ลุล่วงไปด้วยดี กองทุนนี้ได้ให้ความช่วยเหลือในลักษณะ (Outside in) จนครูและผู้บริหารที่เริ่มด้วยการต่อต้านตั้งคำถามทำไม (Why) สุดท้ายมาร่วมมือ ทุ่มเทอย่างเต็มที่ และเกิดการเรียนรู้ (How) เพื่อพัฒนาโรงเรียนไปด้วยกัน กองทุนของฮ่องกงมีบทบาทหน้าที่ปฏิรูปการเรียนรู้ไม่แตกต่างจากสำนักงานส่งเสริมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ในประเทศไทยที่เริ่มทำหน้าที่ และมีส่วนร่วมพัฒนาการเรียนรู้ชัดเจนขึ้นตามลำดับ

          การปฏิรูปการศึกษาในฮ่องกงประสบผลสำเร็จด้วยรัฐบาลการประกาศนโยบายชัดเจน (ค.ศ.2000) ทุกคนเห็นเป้าหมายการศึกษาสู่ศตวรรษที่ 21 การเปลี่ยนหลักสูตร การเรียนรู้ การนำร่อง ป.1 ถึง ม.3 (ค.ศ.2001) การนำเสนอภาพใหม่ของมัธยมปลาย และอุดมศึกษา (ค.ศ.2005) การนำร่องทดลองใช้มัธยมปลาย (ค.ศ.2009) และผลผลิตนักเรียนรุ่นแรกที่ได้คุณภาพศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย การจ้างงาน (ค.ศ.2012) พร้อมกับการปรึกษา การพบปะพูดคุยกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย เสริมเพิ่มด้วยเงินงบประมาณ กองทุนที่สอดคล้องกับการทำงานของครู

          การปฏิรูประบบวัดและประเมินผลทั้งประเทศนับเวลากว่า 10 ปี ประเทศฮ่องกงเปลี่ยนไปมากมาย การค้าขายขยายตัว เป็นศูนย์กลางทางการเงิน ประชาชนสื่อสารภาษาอังกฤษ และจีนคล่องแคล่ว การศึกษานำพาประเทศไปสู่ความเป็นเลิศ (excellent) อย่างลงตัว คะแนน PISA ล่าสุดอยู่ในระดับสูงสุดทักษะการอ่านภาษาจีน อันดับ 4 คณิตศาสตร์ อันดับ 3 และวิทยาศาสตร์ อันดับ 3 ของโลก จาก 65 ประเทศทั่วโลก แม้นกระทั่งอังกฤษยังพ่ายแพ้ สังคมตะวันตกหลายประเทศเริ่มกลับมาดูสังคมตะวันออก โดยเฉพาะประเทศฮ่องกงที่กำลังปฏิรูปการศึกษาขึ้นสู่เป็นอันดับ 1 ในเร็ววันนี้

          ผู้เขียนคงต้องขอสรุปเปรียบเทียบกับประเทศไทย ในบทความฉบับต่อไป

ผู้เขียน : รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน  คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน คอลัมน์มติชน...มองครู  ฉบับวันที่ 1 กันยายน 2556



จำนวนผู้เข้าชม 8250 คน | จำนวนโหวต 1 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
5

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์