ครั้งแรกในไทย “อาเซียนเพชรยอดมงกุฎ” เน้นสอบ “คิดวิเคราะห์ ไม่ท่องจำ”

เขียนโดย saowalak 01 | 27/07/2556 22:12:27

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


สสค.ร่วมมูลนิธิร่มฉัตร จัดแข่งขัน “อาเซียนเพชรยอดมงกุฎ”ครั้งแรกในไทย เน้นสอบ “คิดวิเคราะห์ ไม่ท่องจำ” เด็กทั่วปท.แห่สมัครสอบร่วม 3,900 คนทั่วประเทศ

     เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2556 ณ โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)ร่วมกับมูลนิธิร่มฉัตร และกระทรวงศึกษาธิการ จัดงานแข่งขันระดับชาติ “อาเซียนเพชรยอดมงกุฎ: เรียนรู้สู่อาเซียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการการขยายผลชุมชนต้นแบบและการสื่อสารเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 4 ภูมิภาค โดยนำแนวคิด “บ-ว-ร” อันได้แก่การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนทั้ง “บ้าน วัด และโรงเรียน” ไปประยุกต์ใช้ และขยายผล4 จังหวัด4 ภูมิภาค ได้แก่ สงขลา เชียงราย สมุทรสาคร และอุบลราชธานีโดยมีการจัดสอบแข่งขันในระดับประถมศึกษา วันที่ 27 ก.ค.นี้ และระดับมัธยมศึกษา วันที่ 28 ก.ค.ณ โรงเรียนสามเสนวิทยาลัยโดยมีโรงเรียนสมัครจากทั่วประเทศจำนวนรวม 816 โรงเรียน แบ่งเป็นระดับประถมศึกษาจำนวน 322 โรงเรียน และระดับมัธยมศึกษาจำนวน 494 โรงเรียน รวมทั้งนักเรียนทั้งสิ้นกว่า 3,900 คนจากทั่วประเทศ โดยในช่วงเช้าจะเป็นการจัดสอบแข่งขันในระดับเจียระไนเพชร และคัดเลือกผู้ได้คะแนนสูงสุด 10 อันดับ เพื่อแข่งขันต่อในระดับเพชรยอดมงกุฎต่อไปในภาคบ่าย เพื่อค้นหา “เจ้าแห่งอาเซียน”โดยได้รับเกียรติจากพระธรรมภาวนาวิกรม ประธานมูลนิธิร่มฉัตรร่วมงานและมีผู้ปกครองเข้าร่วมงานเปิดต้อนรับคับคั่ง

     สำหรับนักเรียนที่ได้รับรางวัลอาเซียนเพชรยอดมงกุฎครั้งที่ 1 ระดับประถมศึกษาตอนปลาย 10 อันดับแรกได้แก่ รางวัลชนะเลิศที่ 1 ด.ช.สิทธิชัย ชัยธัมมะปกรณ์ โรงเรียนแสงอรุณ กทม. รองชนะเลิศอันดับ 1 ด.ช.สรวิศ ศรีประดิษฐ์ โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ กทม. รองชนะเลิศอันดับ 2 ด.ช.ปพน สุสิกขโกศล โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กทม.ส่วนลำดับที่ 4-10 ที่ได้รับรางวัลชมเชย ได้แก่ ด.ช.พลพัธน์ ภูรีสถิตย์ โรงเรียนราชวินิต (ประถมศึกษา) กทม. ด.ญ.ปภาวรินท์ สังข์เกษม โรงเรียนโรจน์วิทย์มาลาเบี่ยง จ.พิษณุโลก ด.ญ.ฐินิพัชร พลหาร โรงเรียนอนุบาลอุทัยธานี จ.อุทัยธานี ด.ช.ศราวุธ ช้างเอี่ยม โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ กทม. ด.ช.ภัสชกพันธ์ สายชล โรงเรียนศรีสว่างวงศ์ จ.สงขลา ด.ญ.นันท์นภัส ฉายประเสริฐกุล โรงเรียนกรพิทักษ์ศึกษา กทม. และด.ช.กองทัพ วาณิชย์เจริญพร โรงเรียนบรรจงรัตน์ จ.ลพบุรี โดยผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ สามารถทำข้อสอบ 100 ข้อในช่วงเจียระไนเพชร ได้ 62 คะแนน และในช่วงตัดเชือก 10 คนสุดท้ายสามารถทำคะแนนได้ 12 คะแนนจากคะแนนเต็ม 20 คะแนน

     ส่วนระดับประถมต้นนั้น 10 อันดับแรกได้แก่ รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ด.ช.ปานเมธ โกพระ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศร่มเกล้า กทม. รองชนะเลิศลำดับที่ 1 ด.ช.ภวินท์ พรมหนู โรงเรียนอนุบาลสุธีธร จ.นครปฐม รองชนะเลิศลำดับที่ 2 ด.ช.พัชรพล นวลแก้ว โรงเรียนกรพิทักษ์ศึกษา กทม. ส่วนลำดับที่ 4-10ที่ได้รับรางวัลชมเชย ได้แก่ ด.ช.เศรษฐสิริ สิริธนาดล โรงเรียนอุดมวิทยา จ.ราชบุรี ด.ญ.อัจฉรา แก้วมหา และด.ช.ภัทรคุณ ทิมทับ โรงเรียนอนุบาลสุธีธร จ.นครปฐม ด.ช.เสฏฐวุฒิ เสาวธารพงศ์ โรงเรียนแสงทองวิทยา จ.สงขลาด.ญ.สุทัตตา เกรียงพัฒนากุล โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ กทม. ด.ญ.ฉัตรสุดา บุญอินทร์ โรงเรียนราชินี กทม. ด.ญ.มานา นราเมธกุล โรงเรียนสาธิตม.เกษตรศาสตร์ กทม.ด.ช.ธนาธิป คูณตาแสงโรงเรียนอนุบาลสระบุรี จ.สระบุรี ด.ญ.สุรภา เกิดเกียรติสุดา โรงเรียนกรพิทักษ์ศึกษา กทม.และด.ช.ฉัตรณรงค์ ไทรรัตน์ศักดิ์ โรงเรียนเทพสัมฤทธิ์วิทยา กทม.

     ศ.เกียรติคุณนพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ประธานเปิดพิธี กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่มีการสอบเกี่ยวกับความรู้เรื่องอาเซียน ฉะนั้นการเรียนรู้ในปัจจุบันต้องเรียนรู้ทั้งในตำราและนอกตำรา สิ่งสำคัญในการจัดอาเซียนศึกษาจึงต้องให้ทำอย่างไรให้เด็กไทยได้เรียนรู้ประเทศเพื่อนบ้าน และทำอย่างไรให้เพื่อนบ้านได้เรียนรู้ประเทศเราในทั้งมิติทางสังคม เศรษฐิจและวัฒนธรรม ทำอย่างไรทั้งเขาและเรารู้สึกว่า เราเป็นเพื่อนคู่ค้า ไม่ใช่คู่แข่ง การจัดการแข่งขันครั้งนี้จึงมีความจำเป็น เพราะการเปิดอาเซียนจะทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายทุนแรงงานและปัจจัยการผลิตในระหว่างประเทศสมาชิกด้วยกันอย่างอิสระเสรีมากขึ้น การมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศในประชาคมอาเซียนจึงมีความสำคัญแก่เด็กเยาวชนไทย ซึ่งบ้านเมืองของเราวันนี้มีทั้งเรื่องที่น่าภูมิใจและน่าอึดอัดใจ แต่สิ่งที่คนไทยต้องมีคือ 1 ภูมิใจที่ได้เป็นคนไทย อย่าไปอายว่าแพ้สิงคโปร์ มาเลเซีย เราต้องภูมิใจตัวเราเองก่อนถึงจะสู้คนอื่นได้ และ 2 ต้องมีน้ำใจต่อกันและกัน เพื่อจะมีพลังในการพัฒนาตัวเอง

     นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการสสค. กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่มีการจัดทำข้อสอบเกี่ยวกับ “อาเซียนศึกษา” ที่ลึกซึ้งกว่าการรู้เพียงว่า อาเซียนมีกี่ประเทศ ผู้นำคือใคร ใช้ภาษาอะไร แต่จะพยายามให้เด็ก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” อาเซียนทั้งในมิติอดีต ปัจจุบันและอนาคต สิ่งสำคัญในการเรียนรู้ในการโก อาเซียนคือ ต้องชวนให้เด็กคิดวิเคราะห์ให้มากขึ้น เพราะการท่องจำอย่างเดียวไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในปัจจุบัน และสิ่งสำคัญ 2 ข้อคือ 1.เราต้องเข้าใจเพื่อนบ้านให้มากที่สุด และ 2.เราต้องเชื่อมโยงอาเซียนกับชีวิตจริงที่เกิดขึ้นในชุมชนท้องถิ่น ให้เห็นว่า เกิดอาเซียนแล้วจะกระทบเราอย่างไรบ้าง ซึ่งแต่ละจังหวัดย่อมได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน เช่น เด็กสงขลาน่าจะตื่นตัวเรื่องภาษามลายู ขณะที่อุบลราชธานีคงตื่นตัวเรื่องภาษาเวียดนาม ฉะนั้นการเรียนการสอนจึงไม่ใช่เน้นเฉพาะเนื้อหาในตำรา แต่ต้องให้เห็นผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับจังหวัด และคนของเราอย่างไร “ผมเชื่อว่า เด็กยังมีเวลาเรียนรู้อาเซียนอยู่มาก แต่ต้องตีโจทย์ให้ชัดเรื่องการเรียนการสอนให้เด็กคิดวิเคราะห์ ข้อสอบครั้งนี้จึงมีความพยายามที่จะให้เด็กฝึกคิดทำโจทย์ที่ไม่ได้เน้นการท่องจำ ซึ่งจัดว่าเป็นข้อสอบที่ยาก”

     ด.ช.วราศัย ปัทริยะ นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนมหาวีรานุวัตร ยุวฑูตประจำห้องศึกษาอาเซียน ประเทศอินโดนิเซีย กล่าวหลังจากสอบเสร็จกล่าวว่า ข้อสอบยากมากโดยเฉพาะวิชาประวัติศาสตร์ของแต่ละประเทศที่ถามถึงทั้งอดีตและปัจจุบัน ทำให้ต้องศึกษาและประมวลข้อมูลจากหลายส่วน ใช้ทั้งความคิดวิเคราะห์และความจำประกอบจึงจะได้ข้อมูลที่ชัดเจน เช่น ประเทศใดต่อไปนี้อยู่ในบริเวณเส้นศูนย์สูตร ก็ต้องมาคิดถึงที่ตั้งแต่ละประเทศก่อน เพราะในที่คำตอบ มีหลายประเทศทำโจทย์หลอกไว้รวมกัน

 

........................................................



จำนวนผู้เข้าชม 3090 คน | จำนวนโหวต 2 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
2

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์