ยะลา “ประกบตัว” เด็กด้อยโอกาส

เขียนโดย ireadyweb ireadyweb | 04/07/2556 23:25:32

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


ดึงท้องถิ่นบูรณาการร่วมแก้ปัญหา

ยะลาใช้วิธี “ประกบตัว” แก้ปัญหาเด็กด้อยโอกาส โดยเฉพาะเด็กกำพร้าเสียพ่อแม่จากเหตุการณ์ความรุนแรง เผยข้อมูลพบตัวเลขเด็กที่ต้องดูแลกว่า 1.6 แสนคน ระดมเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานร่วมแก้ไข สสค.ระบุยะลาคือต้นแบบ ถ้ายะลาทำได้ จังหวัดอื่นๆ ก็ทำได้เช่นกัน

นายณรงค์ ชูเพชร ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา ในฐานะหัวหน้าโครงการพัฒนาหน่วยจัดการดูแลรายกรณี ระดับจังหวัด กล่าวว่า การจัดการดูแลเด็กด้อยโอกาสเป็นรายกรณี หรือการประกบตัวเป้าหมายของจังหวัดยะลา เน้นการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น มีบุคคลากรทุกสาขาอาชีพเข้าร่วม ทั้งฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และชุมชน โดยทดลองในพื้นที่นำร่อง 6 พื้นที่ ได้แก่ เทศบาลนครยะลา เทศบาลเมืองสะเตงนอก เทศบาลเมืองรามัน เทศบาลตำบลท่าสาป อบต.ธารโต และ อบต.ลำพระยา มีเด็กด้อยโอกาสกว่า 200 คน โดยแบ่งออกไป 3 กลุ่ม ได้แก่ เด็กปกติ, เด็กกลุ่มเสี่ยง หมายถึงเด็กอยู่ในระบบโรงเรียนที่ยังไม่มีปัญหา แต่ถ้าปล่อยไว้อาจจะมีปัญหาตามมาได้ และกลุ่มเด็กที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ หากไม่ดูแลเด็กกลุ่มนี้จะหลุดจากระบบการศึกษา

“เด็กด้อยโอกาสที่เข้าโครงการ มีอยู่หลากหลายกลุ่ม เช่นคุณแม่วัยใส กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี เด็กพิการ และบางส่วนเป็นเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนใต้ พ่อแม่เสียชีวิต หรือแยกทางกัน ทำให้กำพร้าไม่มีใครดูแล” นายณรงค์ กล่าว

ผู้อำนวยการกองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบจ.ยะลา เปิดเผยด้วยว่า จากการทำงานตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา สามารถช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสคืนสู่ห้องเรียน เด็กพิการก็ได้รับการดูแลอย่างดีจากทีมประกบตัว จนได้เรียนในศูนย์การศึกษาพิเศษ ยะลา ขณะเดียวกันคุณแม่วัยใสที่พบซึ่งมีอายุไม่ถึง 15 ปี ทีมประกบตัวได้เข้าไปให้ความรู้ เตรียมความพร้อมระหว่างตั้งครรภ์ หากประสงค์จะเรียนต่อก็จะส่งไปเรียนยังศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน

“เด็กหนึ่งคนจะมีทีมประกบ 1-2 คน แม้ภาพรวมดูแล้วใช้งบประมาณมาก แต่การทำงานแบบนี้ถือว่าทุกภาคส่วนรับผิดชอบร่วมกันไม่ใช่ให้คนใดคนหนึ่งแบกรับ และหากเราปล่อยปละละเลยเด็กเหล่านี้ ผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นอาจจะทำให้เราสูญงบประมาณในการแก้ไขปัญหามหาศาล” ผอ.ณรงค์ กล่าวและว่า ดังนั้นการจัดการด้วยวิธี CMU ประกบรายตัวแบบนี้ จึงคุ้มกับผลที่ได้รับ

จากการสำรวจครบทุกพื้นที่ของจังหวัดยะลาพบว่ามีเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 18 ปี จำนวน 160,000 คน ซึ่งกว่าจะได้จำนวนนี้มา อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กว่า 500 คนได้ทำการสำรวจทุกพื้นที่ในชุมชนของตัวเอง ก่อนจะวิเคราะห์ข้อมูลว่าเด็กเหล่านี้คนไหนด้อยโอกาสเรื่องใด อยู่ที่ไหน จากนั้นก็จะคืนข้อมูลทั้งหมดกลับสู่ชุมชน

ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาด้านวิชากร สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณภาพเยาชน (สสค.) กล่าวว่า คณะทำงาน หรือทีมพี้เลี้ยงที่ทำหน้าที่ “ประกบตัว” ในจังหวัดยะลามีความสามารถสูง มีทั้งชาวไทยมุสลิม ไทยพุทธ ซึ่งการจะทำให้เด็กหลุดออกจากกระบวนการสร้างความรุนแรงหรือไม่นั้น ก็เป็นเพียงผลพลอยได้ เพราะเป้าหมายที่แท้จริงคือการแก้ไขปัญหาเด็กด้อยโอกาสนอกระบบ และเด็กกลุ่มเสี่ยงในระบบการศึกษา

“พื้นที่อันตรายอย่างที่ยะลา ทำได้ดีขนาดนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ ถ้ายะลาทำได้ พื้นที่อื่นๆ ก็ทำได้เช่นกัน” ดร.อมรวิชช์ กล่าว
 

สำหรับโครงการพัฒนาหน่วยจัดการดูแลรายกรณี (Case management Unit) มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษา ในการประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่เพื่อการพัฒนาหน่วยจัดการดูแลรายกรณี ด้วยการสร้างระบบการจัดการเชิงพื้นที่ที่ยั่งยืนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กด้อยโอกาสนอกระบบและเด็กกลุ่มเสี่ยงในระบบการศึกษา ตลอดจนการสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถอดบทเรียนการทำงานระหว่างท้องถิ่น สถานศึกษา และหน่วยงานภาคีเครือข่าย

ปัจจุบันโครงการ CMU มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วม ทั้งสิ้น 14 จังหวัด คือ จังหวัดน่าน จังหวัดลำปาง จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดนครพนม จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดชลบุรี จังหวัดตราด จังหวัดสตูล จังหวัดยะลา และจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีหน่วยจัดการ รวม 157 แห่ง แบ่งได้เป็น 79 โรงเรียน และ 78 อปท.

 



จำนวนผู้เข้าชม 2405 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์