16 ปี เพชรยอดมงกุฎ สุดยอดการแข่งขันวิชาการชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน

เขียนโดย saowalak 01 | 01/07/2556 13:41:22

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


16 ปี เพชรยอดมงกุฎ สุดยอดแห่งการแข่งขันวิชาการ 13 สาขา ชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน เปิดโอกาสเด็กไทยค้นพบศักยภาพและพัฒนาตนเอง ร่วมครู พ่อแม่ พร้อมเปิดตัวการแข่งขัน “อาเซียนเพชรยอดมงกุฏ” วิชาน้องใหม่ เตรียมเด็กไทย ‘โก อาเซียน’ พบอดีต “แชมป์เปี้ยนเพชรยอดมงกุฎ”ตามรอยฝันจากวิชาที่ชอบ

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย มูลนิธิร่มฉัตร ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) และกระทรวงศึกษาธิการ จัดงาน 16 ปี เพชรยอดมงกุฎ” เพื่อนำเสนอความสำเร็จของเยาวชนที่ชนะเลิศการแข่งขัน พร้อมกับแถลงข่าวการจัดแข่งขันใน 13 วิชา ประกอบด้วย กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เคมี ชีววิทยา  และฟิสิกส์ ,กลุ่มสาระการเรียนรู้ด้านภาษา ประกอบด้วย ภาษาไทย จีน อังกฤษ และญี่ปุ่น ,กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ได้แก่  ประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนา  เศรษฐศาสตร์  และอาเซียนศึกษา และกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ คือ ประติมากรรม โดยมีพระธรรมภาวนาวิกรม ประธานมูลนิธิร่มฉัตร และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธาน 

     พระธรรมภาวนาวิกรม ประธานมูลนิธิร่มฉัตร กล่าวว่า การจัดทำโครงการเพชรยอดมงกุฎ เป็นการสร้างคน เป็นการค้นหาเด็กอัจฉริยะ ซึ่งแรงบันดาลใจที่ทำให้หันมาส่งเสริมผลักดันเรื่องการศึกษา เพราะการให้การศึกษาคือการทำให้เกิดปัญญา การศึกษานั้นเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยชีวิตคนได้ ตามหลักของพระพุทธเจ้า ถ้ามีปัญญาก็ช่วยตัวเองได้ และไม่เฉพาะช่วยตัวเองได้ แต่จะช่วยครอบครัว ช่วยสังคมได้ เมื่อเขามีปัญญาเราจึงจะสามารถให้ธรรมะซึ่งเป็นสิ่งสูงสุดแก่เขาได้ ถ้าตราบใดไม่มีปัญญาเขาก็ไม่มีโอกาสบรรลุธรรมชั้นสูงได้ หน้าที่ของอาตมาก็คือ สร้างคน เตรียมพร้อม เพื่อรอให้เข้าถึง

     ดร.อุบล เล่นวารี ผู้ทรงคุณวุฒิสสค. และผู้ริเริ่มการแข่งขันโครงการ "เพชรยอดมงกุฎ" มูลนิธิร่มฉัตร กล่าวว่า เสน่ห์ของการแข่งขันเพชรยอดมงกุฎอยู่ที่การแข่งขันเพื่อการพัฒนา เพราะเชื่อว่าทุกคนมีโอกาสในการพัฒนา เรียกว่า เป็นการเจียระไนเพชรให้นักเรียนได้รับการพัฒนา ซึ่งการแข่งขันจะทำให้เด็กเกิดการเตรียมความพร้อมและการพัฒนาต่อเนื่อง ขณะเดียวกันครูก็ตื่นตัวในการจัดกระบวนการเรียนการสอน และเกิดการทำงานร่วมกันระหว่างครู ผู้ปกครอง และเด็กอย่างต่อเนื่อง หลังจากสอบแล้วจะทำให้โรงเรียนและเด็กได้รู้ตนเองและกลับไปพัฒนา การแข่งขันจึงไม่ได้มุ่งผลแพ้ชนะ แต่มุ่งพัฒนาตนเองและคนรอบข้าง  ฉะนั้นจึงไม่มีกระบวนการคัดเลือกเพื่อนำสุดยอดเด็กที่เป็นเลิศมาแข่ง แต่เน้นเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนในประเทศไทยได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขัน นี่คือความต่างของเพชรยอดมงกุฎ ในขณะที่การแข่งขันส่วนใหญ่จะเน้นการคัดเลือกตัวแทนโรงเรียนส่งจากระดับจังหวัดมาสู่ประเทศเพื่อมุ่งหาแต่ความเป็นเลิศ 

     “สาเหตุที่ต้องจัดสอบหลายวิชา เพราะมองว่าหากฐานความรู้ไม่แน่นแล้ว เราจะไม่รู้ข้อมูลที่ลึกและจริง ทำให้เราเสียเปรียบประเทศอื่นๆ  จึงจัดแข่งขันมายาวนานถึง 16 ปี มีนักเรียนที่มาร่วมการแข่งขันและได้รับทุนรวมกว่า 250,000 คน โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ  , สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี  พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน  และล่าสุดได้เปิดสอบแข่งขันอาเซียนเพชรยอดมงกุฎ ในระดับประถมและมัธยม เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวในการแสวงหาความรู้เกี่ยวกับอาเซียนในสถานศึกษา”ดร.อุบล กล่าว

     นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสค.กล่าวว่า การแข่งขันอาเซียนเพชรยอดมงกุฎ เป็นการตอกย้ำขยายกระแสความตื่นตัวของกลุ่มเด็กเยาวชนต่อยอดจากต้นแบบ “บ-ว-ร” โมเดล อันหมายถึงการทำงานร่วมกันของ “บ้าน วัด โรงเรียน” ในการวิเคราะห์จุดอ่อนแข็งของชุมชนเพื่อเตรียมพร้อมการเปิดอาเซียน โดยจะเป็นครั้งแรกที่มีการจัดทำข้อสอบเกี่ยวกับ “อาเซียนศึกษา” ที่ลึกซึ้งกว่าการรู้เพียงว่าอาเซียนมีกี่ประเทศ ผู้นำคือใคร ใช้ภาษาอะไร อาหารประจำชาติหน้าตาเป็นอย่างไร แต่จะพยายามให้เด็กได้ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” อาเซียนทั้งในมิติอดีต ปัจจุบันและอนาคต ทั้งนี้การแข่งขันในสนามกลางรอบสุดท้ายจะมีขึ้น ณ โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร ชั้นประถมศึกษา วันที่ 27 ก.ค. 2556 และชั้นมัธยมศึกษาวันที่ 28 ก.ค. 2556 นี้

     สำหรับเยาวชนที่ประสบความสำเร็จจากการแข่งขันเพชรยอดมงกุฎ น.ส.ถิงถิง ตันสุขเติม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสีตบุตรบำรุง เจ้าของแชมป์ “เพชรยอดมงกุฎเหรียญทองภาษาจีน” ปี พ.ศ. 2555 กล่าวว่า ตอนที่ได้เข้าแข่งขันตนตื่นเต้นและภูมิใจมาก เพราะมีคนเข้าประกวดจำนวนมากและเก่งๆด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งต้องขอบคุณคุณแม่ที่ท่านได้สอนและฝึกให้พูด อ่าน เขียน ภาษาจีนมาตั้งแต่เกิดและที่บ้านจะพูดกัน 2 ภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาจีน ทำให้มีโอกาสมากกว่าคนอื่นๆ และหลังจากได้รางวัลเหรียญทองเพชรยอดมงกุฎภาษาจีนเมื่อม.4 ตนยังได้รับทุนไปศึกษาต่อยังประเทศจีน ในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน โดยได้วางอนาคตว่าจะศึกษาต่อในคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะมีคนหลากหลายเชื้อชาติ หลากหลายภาษาเข้ามาประกอบธุรกิจ ทำงาน มาศึกษาที่ประเทศไทย ดังนั้นการเรียนรู้ภาษาไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไรก็ตามจะช่วยให้เราสามารถสื่อสาร พูดคุยกันได้รู้เรื่อง เข้าใจ ซึ่งจะส่งผลดีกับประเทศของเราอย่างมาก

     นายธรรศ อยู่สุนทร นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เพชรยอดมงกุฎเหรียญทองเคมีปี  2555 กล่าวว่า ตนเองมีความสนใจวิชาเคมีเป็นพิเศษ เพราะมีการทดลองที่เห็นเป็นรูปธรรมเกิดการเปลี่ยนแปลงจับต้องได้ ยิ่งเรียนยิ่งสนุก และวิชาเคมีเป็นพื้นฐานของทุกแขนงเป็นศาสตร์ที่ประยุกต์ได้หลากหลายวิชาทั้งฟิสิกส์ และชีวะ หากขาดวิชาเคมีก็จะไม่มีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เลยตัดสินใจเข้าประกวด เมื่อได้รางวัลเหรียญทองเพชรยอดมงกุฎแล้ว ทำให้ผมเกิดความมั่นใจและภูมิใจมาก ล่าสุดได้ทุนโอลิมปิกวิชาการไปศึกษาต่อด้านเคมี ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปริญญาตรีถึงปริญญาเอก 

    “อยากแนะนำให้เพื่อนเลือกทำในสิ่งที่รัก ทำแล้วมีความสุขทุกวัน เหมือนผมที่รู้ตัวว่าชอบเคมีตั้งแต่ม.1 ดังนั้นอยากให้กำลังใจทุกคนที่มีความสนใจพิเศษในสิ่งที่ตนเองชอบ โดยภายในเวลา 10-20 ปีมานี้ วิทยาศาสตร์ได้ขับเคลื่อนสังคมและโลกให้เจริญ ทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายขึ้นมาก มีการค้นพบอะไรใหม่ๆ ซึ่งมหัศจรรย์จริงๆ อยากให้ทุกคนเห็นความสำคัญตรงนี้ ใช้สิ่งที่ตนเองชอบเดินตามความฝันต่อไป ตนตั้งใจเรียนทางด้านนี้และกลับมาช่วยประเทศไทย เพราะอาเซียนยังต้องการวิทยาศาสตร์มาพัฒนาประเทศอีกมาก” นายธรรศ กล่าว

 

 

.................................................



จำนวนผู้เข้าชม 1255 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.2.4.1
เครือข่ายสังคมออนไลน์