เวทีปฏิรูปสู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่17 : ชุมชนแห่งการเรียนรู้ของครู ที่เปลี่ยนห้องสอนเป็นห้องเรียนรู้แก่เด็ก

เขียนโดย saowalak 01 | 31/05/2556 08:33:04

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


 

กรณีศึกษาเวทีปฏิรูปการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 17

 

     “ชุมชนแห่งการเรียนรู้ของครู : เปลี่ยนห้องสอนเป็นห้องเรียนรู้แก่เด็ก” หรือ  PLC (Professional Learning Community)  ศ.นพ.วิจารณ์  พานิช ให้คำอธิบายไว้ว่า เป็นการรวมตัวกันของครูในโรงเรียนหรือเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการจัดการเรียนรู้ให้ศิษย์ได้ทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 โดยที่ผู้บริหารโรงเรียน คณะกรรมการโรงเรียน ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา และผู้บริหารการศึกษาระดับประเทศ เข้าร่วมจัดระบบสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อเนื่อง มีการพัฒนาวิธีการเรียนรู้ของศิษย์อย่างต่อเนื่อง เป็นวงจรไม่รู้จบ

     เพราะการเรียนการสอนในปัจจุบันเปลี่ยนไปจาก “การสอนของครู” มาเป็นเน้น “การเรียนรู้ของนักเรียน”  เปลี่ยนจากการเรียนของปัจเจกบุคคล มาเป็นการเรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม (Team Learning)  เปลี่ยนจากการเรียนแบบแข่งขันมาเป็นเน้นความร่วมมือช่วยเหลือแบ่งปันกัน และเปลี่ยนจากแค่ได้เรียน  “ความรู้มากๆ”  มาเป็นการฝึก “ทักษะ” ทั้งทักษะการคิดการเรียนรู้ สร้างความรู้ด้วยตัวเอง ทักษะชีวิตและการทำงาน และทักษะการใช้ ICT อย่างชาญฉลาด

     การเปลี่ยนแปลงแบบนี้  “ครู” จึงต้องเปลี่ยนจากการสอนบอกความรู้ มาเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก สร้างความสนุกในการเรียน เน้นออกแบบโครงงาน หรือ สภาพการทำงานเสมือนจริง ให้เด็กแบ่งกลุ่มกันลงมือทำเพื่อเรียนรู้จากการปฏิบัติ  ครูชวนศิษย์ร่วมกันทบทวนสิ่งที่ทำว่าได้เรียนรู้อะไร หรือฝึกทักษะอะไร เชื่อมโยงสิ่งที่รู้ด้วยการทำกับทฤษฎีที่มีคนสร้างไว้ เข้าถึงซึ่งความรู้จริงมิใช่แค่ท่องจำตำรา

     อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนบทบาทของครูผู้สอน เปลี่ยนห้องสอน เป็นห้องเรียนรู้ของเด็ก  ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ครูจะเปลี่ยนแปลงบทบาท  PLC จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ชวนครูมารวมตัวกันเป็นชุมชน เป็นเครือข่าย แล้วลุกขึ้นมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนแปลงห้องสอน ปฏิรูปการศึกษาจากห้องเรียนที่เล็กที่สุด แต่ก็ถือเป็นจุดสำคัญที่สุดที่อยู่ติดกับนักเรียน สร้างการเปลี่ยนแปลงให้การเรียนรู้ของเด็กได้ทันที   โดยครูต้องเป็นผู้ลงมือกระทำเอง และเรียนรู้ร่วมกัน เช่นเดียวกับการฝึกฝนสร้างทักษะของเด็กด้วยการลงมือฝึกเอง

     เวทีปฏิรูปการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 17 จึงหยิบยกโครงการ PLC ครูสอนดี หรือครูดี 15 จังหวัดนำร่อง จากความร่วมมือของ สสค. และมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ (มสส.) มานำเสนอกรณีศึกษาชุมชนการเรียนรู้ครูสอนดี จ.กาญจนบุรี และลำปาง ที่น่าสนใจในการพลิกโฉมบทบาทจากครูผู้สอนเป็นครูผู้สร้างแรงบันดาลใจและการเรียนรู้แก่ศิษย์ 

 

ตัวอย่างการสอนของ PLC  

“นักสืบสายน้ำรุ่นเยาว์ เปลี่ยนห้องเรียนวิทยาศาสตร์จำเจ สู่การค้นหาคำตอบภัยพิบัติของชุมชน”

     ครูสลักจิต ใจน้อย ครูสอนดีโรงเรียนวิชชานารี จ.ลำปาง เล่าว่า เริ่มใช้การสอนแบบPLC ด้วยการทำโครงการ รักษ์น้ำวัง  ซึ่งเป็นโครงการศึกษาปัจจัยที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำบริเวณแม่น้ำวัง ก่อนเริ่มทำกิจกรรม ได้ถามว่าอาจารย์คิดถึงอะไร อาจารย์เล่าว่าคิดถึงบริบทของโรงเรียนที่ตั้งติดกับแม่น้ำวัง น้ำเคยท่วมโรงเรียนท่วมหนักประมาณ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะปี 2548 ที่ท่วมหนักที่สุด จึงซักถามนักเรียนว่าทำไมน้ำถึงท่วม น้ำนั้นมาจากไหน แล้วเรามีวิธีการจัดการอย่างไร  นักเรียนเสนอความเห็นว่าต้องลงไปสำรวจแหล่งน้ำครับ เมื่อลงไปสังเกตแหล่งน้ำวังเป็นเวลาติดต่อกันหลายวัน พบว่าน้ำในแม่น้ำขุ่น มีสีน้ำตาลเหลือง มีเศษขยะลอยมากับน้ำ บางปีมีน้ำมาก บางปีมีน้ำน้อยขึ้นอยู่กับอะไร นักเรียนตอบว่าขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและการเก็บกักน้ำของเขื่อนกิ่วลม หลังจากนั้นครูลองให้นักเรียนได้เสนอกิจกรรมว่าควรทำอะไรกับสิ่งที่สังเกตเห็น นักเรียนจึงเสนอกิจกรรมศึกษาการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำวังที่เกิดจากปัจจัยต่างๆ    จากนั้นจึงมีได้ประชุมครู ตามด้วยประชุมนักเรียนเพื่อชี้แจงเป้าหมายของการจัดทำโครงการ ให้นักเรียนช่วยจัดเตรียมอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ แนะนำและสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์อย่างถูกวิธีโดยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานการประปาจังหวัดลำปางเพื่อให้นักเรียนลงมือปฏิบัติจริงในการวัดค่าปริมาณออกซิเจนในน้ำ (DO) ร่วมสังเกตการเปลี่ยนแปลงและบันทึกเก็บข้อมูลเพื่อนำเสนอสิ่งที่ค้นพบ 

     จากการติดตามผลนักเรียนรายงานว่าน้ำในแม่น้ำวังมีค่า PH สูง แสดงว่าน้ำมีความสกปรกมาก เป็นอันตรายต่อการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตในน้ำ และมีผลกระทบต่อชุมชนตามมาด้วย งานนี้จึงทำให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ได้ลงมือปฏิบัติจากการวัดระดับน้ำ พบความขุ่น ความใสที่แตกต่างกันในแต่ละวัน วัดความเป็นกรดเป็นด่าง ครูต้องมีบทบาทกระตุ้นด้วยคำถามกับนักเรียน อยากทราบไหมว่าสาเหตุของความสกปรกมาจากไหน และน้ำที่ไหลผ่านหน้าโรงเรียนของเรามีต้นน้ำมาจากไหน  จากนั้นเราชวนนักเรียนเข้าร่วมโครงการ นักสืบสายน้ำ ลงพื้นที่ไปสำรวจพื้นที่ต้นน้ำ ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกแจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง 

     สิ่งที่นักเรียนรายงานเมื่อลงไปสำรวจพื้นที่ต้นน้ำพบว่า น้ำใสสะอาด ไม่มีสิ่งปฏิกูล และมีสัตว์น้ำอาศัยอยู่หลายชนิด แต่เมื่อลงมาสำรวจบริเวณแหล่งชุมชนเลาะเรียบแม่น้ำวัง กลับพบว่าแม่น้ำเริ่มสกปรกเนื่องจากมีขยะมูลฝอยจากครัวเรือน ครูจึงตั้งคำถามว่า “เราควรจัดการอย่างไรกับสิ่งสกปรกที่เกิดขึ้นในแหล่งน้ำ นักเรียนเสนอว่าควรช่วยกันรักษาความสะอาด ไปเก็บขยะรอบแม่น้ำวัง ทำ Em เทลงในแม่น้ำ สำรวจจำนวนครัวเรือนในชุมชน และวิธีการทิ้งขยะของครัวเรือน รณรงค์การทิ้งขยะที่ถูกวิธี จัดทำแผ่นพับประชาสัมพันธ์การอนุรักษ์แม่น้ำวัง เผยแพร่ความรู้เรื่องคุณค่าของน้ำแก่นักเรียนในโรงเรียน สำรวจจำนวนโรงงานอุตสาหกรรม ฯลฯ ต่อไป

 

จุดเด่นชุมชนการเรียนรู้ครูสอนดี จ.ลำปาง : PBL ไม่ใช่เป็นเพียงกระบวนกำรเรียนรู้อีกต่อไป แต่จะกลายเป็นวิถีชีวิตของครูและศิษย์ด้วย

ผลการขับเคลื่อนงานของจังหวัดลำปาง โดย ผศ.ดร.ดวงจันทร์  เดี่ยววิไล ดังนี้

     1. เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ความรู้ปฏิบัติร่วมกัน และเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายครูสอนดีจังหวัดลำปาง

     2. เกิดทีมแกนนำเครือข่าย 11 คน ที่มีศักยภาพ สามารถจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้ครูสอนดีในลำปางได้

     3. ได้บันทึกบทเรียนแนวการปฏิบัติดีๆ ของครูสอนดี

     4. ได้ชุดความรู้ประสบการณ์สร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในพื้นที่ของแกนนำ จ.ลำปาง และมีการเผยแพร่กันใน Cyber space คือ PLC Lampang google group

     5. ครูสอนดี จ.ลำปาง เกิดการตื่นตัว

     6. เนื่องจากใช้สถานที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง บ่อยครั้ง จึงสร้างความสนใจให้กับบุคลากรในมหาวิทยาลัยขอเข้าสังเกตการณ์ ไต่ถาม และมีการเชื่อมโยงกับวง KM

     7. ได้หลักสูตรพัฒนาครูสู่การเป็นวิทยากรกระบวนการ 

จุดเด่นชุมชนการเรียนรู้ครูสอนดี จ.กาญจบุรี : พัฒนาเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับจังหวัดให้เข้มแข็ง ยั่งยืน ครอบคลุมเต็มพื้นที 

     พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี มีรูปแบบการดำเนินงานและได้ผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในด้านการสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยมีวงเสวนาหลากหลาย ครอบคลุมทั้งจังหวัด เช่น โรงเรียนในสังกัด สพฐ โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองท้องถิ่น  โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา โรงเรียนสังกัดกองกำกับการตารวจตระเวนชายแดนที่ 13 และโรงเรียนสังกัดการศึกษานอกโรงเรียน โดยผลลัพธ์ ที่ผู้จัดการพื้นที่ คุณสถาปนา ธรรมโมรา สามารถผลักดัน ดังนี้

     1. ทีมครูแกนนำกลับไปจัดวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ย่อยๆ ขึ้นเอง และบางโรงเรียนสามารถทำให้นักเรียน, ครูและคนในชุมชนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย ซึ่งที่เป็นผลเด่นชัดคือ น.ส. ภัทรนนท์ เพิ่มพูล ผอ.โรงเรียนบ้านเขานางสางหัว นำกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ได้ไปใช้ในโรงเรียน และ สามารถทำให้มีครูจิตอาสานำขบวนการสอนแบบ PBL ไปใช้กับนักเรียน และได้ขยายไปสู่การทำกิจกรรมกับชุมชน 

     2. ผอ.พื้นที่การศึกษา เขต 3 และ 4 ให้การสนับสนุนงบประมาณและจัดทำนโยบายการจัดวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อเนื่องในจังหวัด นอกจากนี้ทางเขตยังได้เห็นความสำคัญของการพัฒนาการเรียนแบบ Project-based Learning (PBL) จึงจัดให้มีทีมทำงานพัฒนาเรื่องนี้ขึ้น

     3. ในเขตพื้นที่การศึกษา 3 เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันของครูในระบบการศึกษาของกระทรวงฯ และ ครูจากองค์กรพัฒนาเอกชน, ครู ตชด., กศน.

     4. ครูผู้สอนหลายท่านได้นำการเรียนแบบ PBL และกระบวนการ PLC ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไปใช้ในการเรียนการสอนของตัวเอง เช่น รร.บ้านเขานางสางหัว, รร.อนุบาลวัดเลาขวัญ, รร.บ้านหนองโสน, รร.ประชามงคล, รร.หมู่บ้านเด็ก, รร.ท่ามะกาวิทยาคม เป็นต้น

     5. มีการก่อตั้งชมรมเครือข่ายครูสอนดี จังหวัดกาญจนบุรี ขึ้น โดยการสนับสนุนของ อบจ.

     6. เกิดเครือข่ายที่จะนำไปสู่การจัดตั้งเป็นสภาการศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี ในอนาคต 

 

.....................................................



จำนวนผู้เข้าชม 9535 คน | จำนวนโหวต 1 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
1

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์