ชำแหละ 4 โจทย์ประเทศไทย 'กับดัก' ฉุดชาติล้าหลัง

เขียนโดย saowalak 01 | 09/04/2556 13:06:48

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


     สังคมไทยกำลังเข้าสู่ "สังคมผู้สูงอายุ" ท่ามกลางสารพัดปัญหาที่ถั่งโถมเข้าใส่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอร์รัปชั่น ระบบการศึกษา หรือนโยบายประชานิยม-การเงินการคลัง นี่คือ "กับดัก" ที่ประเทศไทยต้องก้าวให้พ้น ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในระดับรายได้ปานกลางมานานแล้ว จนถูกสงสัยว่าติดอยู่ใน "กับดักรายได้ปานกลาง" และประเทศไทยกำลังเป็นสังคมสูงอายุ มีคนแก่ ขณะที่ประเทศไทยยังมีรายได้ปานกลาง ไม่สามารถถีบตัวไปสู่ประเทศที่มีรายได้ระดับสูงได้

     เมื่อเป็นสังคมของคนแก่ ก็มีค่าใช้จ่ายมาก มีการเจ็บป่วย ต้องเสียค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายบำเหน็จบำนาญ จะทำให้การพัฒนาประเทศชะงักได้ เป็นความเสี่ยงในระยะยาว เป็นประเทศที่แก่ แต่ไม่รวย จึงมีโอกาสที่จะจนลงเมื่อแก่ ปัญหามาจากนโยบายด้านเศรษฐกิจ

    "ตัวอย่างหนึ่งคือ เราไม่พัฒนาเทคโนโลยีของเราเอง แต่ไปซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศมา และถ้าเราจะพัฒนาเทคโนโลยีของเราเองก็มีปัญหาว่า การศึกษาของเราพร้อมหรือไม่ เพราะเป็นโจทย์ใหญ่ว่า การศึกษาของเรายิ่งเรียน ยิ่งตกต่ำ ยิ่งโง่ ขณะที่ประเทศยิ่งแก่ยิ่งจน เยาวชนยังมีความรู้น้อย ทำให้การพัฒนาประเทศในระยะยาวมีอุปสรรค ความสามารถในการแข่งขันก็จะตกลงไปเรื่อยๆ" ดร.สมเกียรติกล่าว

     ประธานทีดีอาร์ไอ บอกอีกว่า ยังมีปัญหาเรื่องคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ทำให้การพัฒนาในหลายเรื่องๆ เป็นไปได้ยาก เช่น การพัฒนาเทคโนโลยี ถ้าเกิดนักการเมืองเห็นว่า การพัฒนาเทคโนโลยีไม่ได้ "ใต้โต๊ะ" แต่การไปซื้อเทคโนโลยี ไปซื้อของสำเร็จเข้ามาแล้วได้ใต้โต๊ะ ก็ไม่อยากพัฒนาเทคโนโลยี หรือเรื่องการศึกษาที่มีการคอร์รัปชั่นวงกว้างในวงการศึกษา เช่น แป๊ะเจี๊ยะ การทุจริตสอบผู้ช่วยครู ทำให้การปฏิรูปการศึกษาเกิดขึ้นไม่ได้ สิ่งเหล่านี้เป็นโจทย์ที่ผูกกันอยู่ นอกจากนี้ยังมีภาระทางการคลังขึ้นเรื่อยๆ ในเรื่องของประชานิยม

      ขอเรียกว่า... "นโยบายทางการคลังซึ่งไม่รับผิดชอบ" คิดแต่เรื่องของรายจ่าย ซึ่งไม่เป็นผลดีในระยะยาวและเป็นโจทย์ใหญ่ที่ประเทศไทยต้องเจอ

 

     เมื่อโจทย์ของประเทศไทยในขณะนี้มันใหญ่ ดังนั้นภารกิจของทีดีอาร์ไอจะตอบโจทย์ให้แก่สังคมทีละส่วนๆ ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเราต้องไปตอบโจทย์ปัญหาใหญ่ 4 เรื่อง

     เรื่องแรก ปัญหาประเทศไทยไม่สามารถยกระดับทางเทคโนโลยี ไม่สามารถสร้างนวัตกรรมเป็นของตนเองได้

     เรื่องที่สอง ปัญหาระบบการศึกษาไทยที่ไม่มีคุณภาพ และมีความเหลื่อมล้ำสูงมาก

    เรื่องที่สาม ปัญหาคอร์รัปชั่นในวงกว้าง

     และเรื่องสุดท้าย นโยบายที่ไม่มีความรับผิดชอบทางการคลัง

    "เราจะตั้ง 4 เรื่องนี้ เป็นวาระที่ทีดีอาร์ไอจะต้องทำวิจัย 4 หัวข้อนี้อย่างต่อเนื่อง และตีแผ่เรื่องเหล่านี้ให้แตกฉาน นำไปสู่ข้อเสนอแนะต่อผู้กำหนดนโยบาย หรือนักการเมืองและประชาชน โดยจะทำวิจัยในระยะ 3 ปี แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวเราจะผลิตผลงานออกมาเป็นระยะๆ อย่างในเรื่องคอร์รัปชั่น เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก คงไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะสั้น 6 เดือน หรือ 1 ปี เราอยากสร้างความรู้ให้แก่ประชาชนคุ้มกันคอร์รัปชั่น จึงจะมีการทำคู่มือประชาชนรู้ทันคอร์รัปชั่น ออกมาภายใน 6 เดือนนับจากนี้ ให้ประชาชนเข้าใจในเรื่องคอร์รัปชั่นได้อย่างง่ายๆ เราจะชี้ให้เห็นว่าแทบทุกกรณีของคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งสิ้น ทำให้ประชาชนเกิดความสูญเสีย"

     ดร.สมเกียรติย้ำว่า ในส่วนปัญหาที่ประเทศติดกับดักรายได้ปานกลาง หากเราจะหลุดกับดักรายได้ปานกลางไปได้ต้องทำนวัตกรรมในภาคธุรกิจของเราเอง เช่น อุตสาหกรรมการผลิต ถ้าเราแค่รับจ้างผลิตสิ่งของ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ตามสั่งให้แก่ต่างประเทศอยู่อย่างนี้ มีแต่เราจะจนลงทุกวัน เพราะผู้ที่รับซื้อสินค้าจะกดราคาลงทุกปี ปีละ 5% ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ขาดทุน อยู่ไม่ได้แน่นอน ดังนั้นต้องทำนวัตกรรม เช่น เริ่มจากง่ายๆ ก่อน คือ การประหยัดพลังงาน ลดต้นทุนบริษัท ปรับระบบการผลิตให้มีการสูญเสียน้อย แล้วก็พัฒนาไปสู่การทำแบรนด์สินค้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ การวิจัยพัฒนาเพื่อทำให้กระบวนการผลิตสินค้าดีขึ้น

      ส่วนปัญหาเรื่องการคลัง เราอยากเห็นหน่วยงานที่เรียกว่า "สำนักงบประมาณของรัฐสภา" เกิดขึ้น เนื่องจากฝ่ายนิติบัญญัติไม่มีข้อมูลด้านงบประมาณเท่ากับฝ่ายรัฐบาลที่มี "สำนักงบประมาณ" คอยสนับสนุนข้อมูล จึงไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลในเรื่องการคลังได้เต็มที่ ดังนั้นการมี "สำนักงบประมาณของรัฐสภา" จะทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ จึงมีความคิดที่จะตั้ง "สำนักงบประมาณของรัฐสภา" เรากำลังศึกษากับสถาบันพระปกเกล้า โดยได้รับการสนับสนุนจากธนาคารโลก เพื่อให้ข้อมูลแก่ ส.ส., ส.ว. และประชาชน จะเป็นการป้องกันให้ประเทศไทยไม่มีความเสี่ยงสูงจากการไร้วินัยทางการคลัง

      ขณะที่ปัญหาด้านการศึกษา ทีดีอาร์ไอพยายามศึกษาวิจัยเชิงนโยบายให้เป็นรูปธรรมว่า ทิศทางควรจะเดินไปอย่างไร พบว่าต้องมีการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาของประเทศไทยที่ล้าสมัยเปลี่ยนจากการเรียน แบบท่องจำ มาเป็นการทำความเข้าใจ คิดให้เยอะ หลักสูตรไม่ต้องมีเนื้อหามาก

      ทั้งนี้ ถ้าทีดีอาร์ไอทำทั้ง 4  เรื่องได้สำเร็จ โฉมหน้าประเทศไทยจะเปลี่ยนไป อย่างเรื่องการคลัง จะทำให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงในด้านการคลังน้อยลง เมื่อเกิดวิกฤติในระบบเศรษฐกิจการเงินโลก แรงกระทบที่มายังประเทศไทย จะไม่ทำให้ประเทศไม่ซวนเซไปมาก เพราะเรามีภูมิคุ้มกันมีสำรองทางด้านการเงิน ขณะเดียวกันถ้าประเทศไทยไม่มีปัญหาคอร์รัปชั่น การกำหนดนโยบายของรัฐและการดำเนินธุรกิจของภาคธุรกิจก็ง่ายขึ้น ต้นทุนทางธุรกิจไม่มีต้นทุนสูง และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

     "เมื่อเรามีนวัตกรรม จะทำให้ประเทศไทยเราหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความเสมอภาคมากขึ้นในหมู่ประชาชน มีทรัพย์สินมากพอที่จะเป็นทรัพยากรสำหรับสังคมไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ไม่ใช่ประเทศที่แก่แล้วลำบาก แต่เป็นประเทศที่แม้แก่ แต่ก็สามารถอยู่ได้ตามอัตภาพที่เหมาะสม" ดร.สมเกียรติ ย้ำในตอนท้าย

 

(หมายเหตุ : ชำแหละ4โจทย์ประเทศไทย  'กับดัก'ฉุดชาติล้าหลัง : โอภาส บุญล้อมรายงาน)

 

ที่มา : คมชัดลึกออนไลน์



จำนวนผู้เข้าชม 1817 คน | จำนวนโหวต 1 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
1

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์