สสค.-มูลนิธิร่มฉัตร เดินหน้าสร้างความพร้อม “ศูนย์ศึกษาอาเซียนภาคกลาง”

เขียนโดย sugar s | 19/03/2556 01:18:17

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


พระธรรมภาวนาวิกรมยก “สมุทรสาคร” ภาพอนาคต “ชุมชนอาเซียน” เหตุแรงงานต่างด้าวสูงสุดในประเทศ รุก ‘ภาษาพม่า’ เพื่อเตรียมพร้อมเปิด AEC ด้านหอการค้าจังหวัดหนุน หวังลดปัญหา “นายหน้าขายแรงงาน” วงจรแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย

วันที่ 18 มีนาคม โรงเรียนเอกชัย จ.สมุทรสาคร สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับมูลนิธิร่มฉัตร นำโดยพระธรรมภาวนาวิกรม ประธานมูลนิธิร่มฉัตร เป็นประธานเปิดประชุม “จังหวัดต้นแบบสู่การเตรียมความพร้อมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 4 ภูมิภาค” โดยได้รับเกียรติจากนายสุวัฒน์ ตันติพิพัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับประชาสังคมชาวสมุทรสาคร อาทิ หอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร เขตพื้นที่การศึกษา องค์การบริหารส่วนตำบล สถานประกอบการ และสถานศึกษา เข้าร่วมประชุม หลังจากที่ทำความเข้าใจในจังหวัดสงขลา และเชียงราย และจะมีการลงพื้นที่เตรียมความพร้อมในจังหวัดอุบลราชธานี วันพุธที่ 20 มี.ค.นี้
 

พระธรรมภาวนาวิกรม ประธานมูลนิธิร่มฉัตร กล่าวว่า แม้สมุทรสาครจะไม่ใช่จังหวัดชายแดนเหมือนจังหวัดอื่นที่เลือกเป็นศูนย์ศึกษาอาเซียนในแต่ละภูมิภาค แต่ด้วยพื้นที่มีความน่าสนใจเพราะมีจำนวนประชากรพม่าสูงที่สุดของประเทศ จากข้อมูลของสำนักงานแรงงานจังหวัดสมุทรสาครในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 พบว่า จ.สมุทรสาครมีแรงงานต่างด้าวมากที่สุดอันดับ 1 ของประเทศ โดยแรงงานพม่ามีจำนวนสูงที่สุดถึง 90% หรือ 196,057 คน ซึ่งยังไม่นับรวมลูกจ้างพม่าที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายอีกประมาณ 47,027 คน

พระธรรมภาวนาวิกรม กล่าวว่า สมุทรสาครเป็นภาพจำลองชุมชนอาเซียนในอนาคตอย่างแท้จริง เพราะมีความหลากหลายของกลุ่มคน โดยการเตรียมความพร้อมต้องเกิดจากความร่วมมือระหว่าง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือภาครัฐ สถานศึกษา สถาบันทางศาสนา และสถานประกอบการ เพื่อให้ชุมชนรู้จักวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็งของตัวเอง และนำสู่การพัฒนาศักยภาพของชุมชน ซึ่งเป็นหลักของการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา โดยสิ่งสำคัญของการเตรียมตัวให้พร้อมคือ ภาษา โรงเรียนจึงต้องส่งเสริมเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ให้เรียนรู้ภาษาพม่าควบคู่ไปกับภาษาอังกฤษ เพื่อรองรับการค้าและภาคอุตสาหกรรมที่เป็นเศรษฐกิจสร้างรายได้สำคัญของจังหวัด จึงเป็นการต่อยอดจุดแข็งของจังหวัดในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

นายสุวัฒน์ ตันติพิพัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในอีก 2 ปีข้างหน้าของการเปิดประตูสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการเน้นคือ การสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษเป็นหลัก ส่วนจังหวัดตามแนวชายแดนจะให้เปิดสอนภาษาเพื่อนบ้าน โดยมีเป้าหมายของการเรียนรู้คือ คนไทยสามารถสื่อสารเพื่อการค้าในระดับพื้นที่ และเพื่อการเมืองในระดับสูง ซึ่งระบบการศึกษายังต้องมีการยกระดับในมหาวิทยาลัยและโรงเรียนเพื่อให้ประเทศเพื่อนบ้านสามารถเข้ามาศึกษาในประเทศไทยได้ รวมทั้งคนไทยก็สามารถเรียนประเทศเพื่อนบ้านได้เช่นเดียวกัน

นายนันท์ ออประเสริฐ รองประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า จุดแข็งของสมุทรสาครคือศูนย์กลางอุตสาหกรรมอาหารจึงมีแรงงานต่างด้าวเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ ขณะเดียวกันก็ถือเป็นจุดอ่อนเพราะส่วนใหญ่เป็นแรงงานผิดกฎหมายทำให้อเมริกาและยุโรปใช้โจมตีทางการค้า หากเปิดประตูสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเชื่อว่าจะเกิดผลกระทบ 2 ด้านคือ 1. การถูกกีดกันทางการค้าจากกลุ่มประเทศต่อต้านสินค้าแรงงานผิดกฎหมาย และ2. เกิดภาวะขาดแคลนแรงงาน โดยแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในไทยจะมีการย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศอื่นๆมากขึ้น โดยเฉพาะการรองรับแรงงานอย่างถูกต้องกฎหมาย ซึ่งต้องเร่งจัดทำฐานข้อมูลแรงงานแฝงที่ผิดกฎหมาย จึงเกิดศูนย์ประสานอำนวยการแรงงานข้ามชาติประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนแห่งแรกของประเทศไทยเพื่อเร่งแก้ปัญหา  
“การเรียนรู้ภาษาพม่าหรือภาษาเพื่อนบ้านถือเป็นสิ่งจำเป็น เพราะวันนี้คนพม่าในมหาชัยพูดภาษาไทยได้ประมาณ 50% แต่คนไทยที่ฟังภาษาพม่าได้มีเพียง 5% เท่านั้น จึงเกิดระบบนายหน้าขายแรงงาน หรือคนกลางติดต่อระหว่างแรงงานพม่าและผู้ประกอบการ ทำให้เกิดวงจรแรงงานผิดกฎหมาย” รองประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร กล่าว
 



จำนวนผู้เข้าชม 2811 คน | จำนวนโหวต 2 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
7

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์