สสค.ร่วมมูลนิธิร่มฉัตร เดินสายขยายผล “บวรโมเดล” จากระดับชุมชนสู่ภูมิภาค

เขียนโดย sugar s | 13/03/2556 23:26:19

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


สสค.ร่วมมูลนิธิร่มฉัตร เดินสายขยายผล “บวรโมเดล” จากระดับชุมชนสู่ภูมิภาค ชี้ภาคใต้แรงงานต่างชาติสะพัด ร่วม 3 แสนคน ขณะที่ “สงขลา” ติดจังหวัดอันดับ 2 ที่แรงงานต่างชาตินิยมทำงาน ด้านแรงงานไทยสะพัดไปมาเลเซียกว่า 1.5 แสนคน ทำเงินปีละไม่ต่ำ 3 พันล้าน พระธรรมภาวนาวิกรม ยก “ภาษามลายู” คำตอบของเด็กใต้ ขณะที่ประธานหอการค้าสงขลาทุ่มงบ 16 ล้าน ชู 5 นโยบายหลักเตรียมพร้อม AEC ย้ำ “ภาษาค้าขาย” กลายเป็นทักษะจำเป็นเร่งด่วนคนไทย

วันที่ 13 มีนาคม 2556 ณ โรงเรียนบ้านน้ำกระจาย จังหวัดสงขลา สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับมูลนิธิร่มฉัตร วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร โดยพระธรรมภาวนาวิกรม ประธานมูลนิธิร่มฉัตรและรองเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามฯ ให้เกียรติเป็นประธานจัดประชุม “ทำความเข้าใจเพื่อให้เกิดภาคีเครือข่ายความร่วมมือในรูปแบบ “บวรโมเดล” เพื่อขยายผลโครงการการขยายผลชุมชนต้นแบบและการสื่อสารการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 4 ภูมิภาค ได้แก่ จังหวัดสงขลา จังหวัดเชียงราย จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดอุบลราชธานีระหว่างวันที่ 13-20 มีนาคมนี้ โดยมีปลัดจังหวัดสงขลา ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 1 จังหวัดสงขลา แกนนำชุมชน ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงาน

พระธรรมภาวนาวิกรม ประธานมูลนิธิร่มฉัตร กล่าวว่า เพื่อเตรียมความพร้อมประเทศไทยสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จึงเป็นที่มาในการขยายผล “ชุมชนต้นเยาวราช” สู่โมเดลระดับจังหวัด ครอบคลุมพื้นที่ 4 ภูมิภาค เช่น จ.สงขลา เป็นศูนย์กลางการค้าขายสำคัญของภาคใต้ มีประชากรไทยไปใช้แรงงานในประเทศมาเลเซีย ไม่ต่ำกว่า 150,000 คน/ปี และนำรายได้กลับประเทศไม่ต่ำกว่าปีละ 3,000 ล้านบาท ขณะที่ข้อมูลศูนย์ข่าวสารแรงงานจังหวัดสงขลา เดือนพฤษภาคม 2555 ระบุว่า มีแรงงานต่างด้าวที่มาทำงานในภาคใต้ทั้งสิ้น 298,028 คน โดย 3 จังหวัดแรกที่แรงงานต่างชาตินิยมไปใช้แรงงาน คือ 1.) จ.สุราษฏ์ธานี จำนวน 70,130 คน. 2) จ.สงขลา จำนวน 49,549 คน และ 3.) จ.ระนองจำนวน 48,937 คน สะท้อนให้เห็นถึงแรงงานที่ไหลเข้าออกระหว่างประเทศอย่างชัดเจน จังหวัดจึงต้องร่วมกับประชาสังคมวิเคราะห์จุดอ่อนแข็งของจังหวัดเพื่อใช้เป็นยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนจังหวัดอย่างไรในการเตรียมพร้อมการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

“แม้กระทรวงศึกษาธิการจะประกาศให้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาอาเซียน แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาเรายังพูดไม่ได้ ก็อยากให้ท่านมาลองใช้ภาษาเพื่อนบ้าน เพราะเด็กเยาวชนคนใต้จะได้เรียนจริง และใช้จริงในพื้นที่ที่ติดกับประเทศของท่าน ภาษาถ้าเรียนกันในโรงเรียนอย่างเดียวไม่สำเร็จ แต่ต้องเรียนในบ้านและได้ใช้ในชีวิตจริงด้วย การเรียนภาษาเพื่อนบ้านจึงเป็นยุทธศาสตร์หลักในการเปิด AEC เช่น สงขลาก็ต้องเรียนรู้ภาษา “มลายู” ควบคู่ไปกับภาษาอังกฤษ ซึ่งอาตมามั่นใจว่า คนไทยจะเรียนรู้ภาษาเพื่อนบ้านได้ดีกว่า เนื่องจากมีโอกาสได้ฝึกฝนกันคนในพื้นที่จริง และใช้ในชีวิตจริง” พระธรรมภาวนาวิกรมกล่าว

นายวิโรจน์ ทัฬหะวาสน์ ปลัดจังหวัดสงขลา ตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า “บางหน่วยงานมีธงขึ้นครบ 10 ประเทศ ก็คิดว่าพร้อมเปิด AEC แล้ว แต่เข้าใจหรือไม่ว่า เราต้องปรับตัวอย่างไร ฉะนั้นทุกหน่วยงานต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน หลายท่านที่รับราชการจะได้ยิน “บวรโมเดล” หลักการคือ บ้าน วัด โรงเรียนต้องไปด้วยกัน “จ.สงขลานั้นเป็นประตูสู่อาเซียนตามสภาพภูมิศาสตร์ ฉะนั้นเราต้องใช้จุดแข็งตรงนี้เน้นการทำศูนย์ศึกษาอาเซียนที่โรงเรียนบ้านน้ำกระจายให้มีความหลากหลาย ทั้งในบริบทของเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม เพราะเมื่อเปิด AEC แรงงานมาเลเซียจะผ่านเข้ามาในสงขลาและทางภาคใต้มากที่สุด ภาษาเพื่อนบ้าน อย่าง “มลายู” จึงมีความจำเป็นในการสื่อสาร เป็นประตูด่านแรกที่ทำให้เข้าใจเขาและเราเข้าใจกัน”

ดร.สุรชัย จิตภักดีบดินทร์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า แผนงบประมาณปี 2556-2557 จังหวัดสงขลาได้เตรียมความพร้อมการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเอาไว้  5 โครงการหลัก ได้แก่ 1.การอบอมรมเรื่องภาษาทางการตลาด 2. การพัฒนาผลิตภัณฑ์  3.การจัดแสดงสินค้า 4.การจับคู่ธุรกิจ เรื่องการเจรจาการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศใกล้เคียง และ 5.การดูงานกลุ่มอาเซียน โดยมีงบประมาณไม่ต่ำกว่า 16 ล้านบาท ทั้งนี้คู่ค้าสำคัญของภาคใต้ก็คือมาเลเซีย ภาษามลายู และภาษาอังกฤษ ซึ่งถือเป็นภาษากลางในการสื่อสารจึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่คนไทยจำเป็นต้องเรียนรู้ จึงเป็นที่มาของการจัดอบรมภาษาทางการตลาดขึ้น
 


 



จำนวนผู้เข้าชม 2540 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์