สสค.เปิด 2 ครูภูมิปัญญา ครูสอนดีผู้สร้างเด็กขาดโอกาสเมืองกระบี่ เปิดศูนย์สร้างเด็กใช้ศิลปะมวยไทย-วัฒนธรรมหนังตะลุง พลิกชีวิตเด็กยากจน

เขียนโดย sugar s | 12/03/2556 18:41:57

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


สสค.หนุนครูสอนดีแห่งเมืองกระบี่ ครูหีด เอียดภิรมภ์ ครูศิลปะแม่ไม้มวยไทย และครูเคล้า โรจเมธากุล ศิลปินแห่งชาติ ปี พ..2555 สาขาศิลปะการแสดงหนังตะลุง เปิดศูนย์เรียนรู้ถ่ายทอดภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมให้แก่เยาวชนขาดโอกาส พร้อมต่อยอดจัดทำเป็นหลักสูตรท้องถิ่นเปิดสอนในโรงเรียน

สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาเยาวชน (สสค.) ได้ดำเนินโครงการสังคมไทยร่วมกันคืนครูดีให้ศิษย์ เชิดชู ยกย่องครูสอนดี จากความร่วมมือของจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชน ร่วมกันคัดเลือกครูสอนดีทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน พร้อมกับสนับสนุนทุนครูสอนดีที่สอนเด็กด้อยโอกาส เพื่อขยายผลการทำงานสร้างการเรียนรู้แก่เด็กขาดโอกาสทางสังคม

ครูหีด เอียดภิรมภ์ ครูศิลปะแม่ไม้มวยไทย แห่งชุมชนบ้านทุ่งพัฒนา ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นครูสอนดีของจ.กระบี่ และได้รับทุนครูสอนดีเพื่อสร้างการเรียนรู้แก่เด็กผู้ขาดโอกาสทางสังคมโดยใช้ความรู้และประสบการณ์ รวบรวมเด็กในชุมชนที่มีฐานะยากจนและเด็กที่ขาดโอกาสในการศึกษาต่อ มาฝึกวิชาศิลปะชกมวยไทย โดยใช้สถานที่บ้านของครูเป็นโรงเรียนฝึกสอนมาอย่างยาวนานและไม่เก็บค่าเล่าเรียน โดยเริ่มจากการฝึกสอนลูกของครูหีดเองร่วมกับเด็กๆในชุมชน จนบางคนสามารถชกมวยเป็นอาชีพและหารายได้ส่งตัวเองเรียน มีรายได้ส่งให้ครอบครัว สร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอปลายพระยา ทำให้ค่ายมวย ว.รุ่งนิรันดร์ เป็นที่รู้จักกันในภาคใต้และในเวทีมวยระดับประเทศ

ขณะเดียวกันเทศบาลตำบลปลายพระยา ได้เข้ามาช่วยเหลือจัดตั้งเป็นศูนย์ส่งเสริมศิลปะแม่ไม้มวยไทย เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาทักษะด้านกีฬามวยไทย เน้นการอนุรักษ์ศิลปะการต่อสู้ของชาติ และส่งเสริมให้เด็กใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ สามารถนำทักษะ เทคนิค ประสบการณ์จากการฝึกฝนไปประกอบอาชีพได้ และในขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำให้เป็นหลักสูตรท้องถิ่นใช้สอนในสถานศึกษาอีกด้วย

ครูหีด เล่าให้ฟังว่าเดิมเคยเป็นนักมวยมาก่อน เคยขึ้นชกมวยคาดเชือกมาหลายครั้ง ต่อมาเมื่ออายุราว 30 ปี ได้เริ่มสอนมวยให้แก่ลูกๆและเด็กๆในละแวกบ้าน หวังให้สืบสานศิลปะแม่ไม้มวยไทย และมีอาชีพติดตัว โดยได้นำวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นมาทำเป็นอุปกรณ์สำหรับฝึกซ้อมมวย

ทางด้านนายไกรชิต เอียดภิรมภ์ บุตรชายครูหีดและเป็นอดีตนักมวยในชื่อ รุ่งเพชร ว.รุ่งนิรันดร์ เปิดเผยว่า เริ่มชกมวยมาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปัจจุบันเป็นครูฝึกประจำค่าย ว.รุ่งนิรันดร์ ดูแลฝึกสอนเยาวชน 10 กว่าคน ตั้งแต่เวลา 17.00-19.00 . หลังเลิกเรียนของทุกวัน และเห็นว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเด็กให้ใช้เวลาว่างเป็นประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด เป็นการออกกำลังกายและยังสามารถสร้างรายได้ในภายหน้าอีกด้วย

ที่นี่เป็นค่ายมวยแห่งเดียวในปลายพระยา ผมรู้สึกภูมิใจที่ค่ายของเราสร้างนักมวยได้แชมป์หลายคน และเรามีการสอนอย่างต่อเนื่องถ้าจะไปชกในกรุงเทพฯเราก็มีที่เก็บตัวรองรับ ผมอยากให้เด็กๆหันมาสนใจมวยไทยกันมากๆ เพราะต่างชาติลงทุนข้ามน้ำข้ามทะเลมาเรียน และเราก็เปิดสอนให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย” นายไกรชิต กล่าว

ดร. ประสงค์ สังขะไชย ผู้ทรงคุณวุฒิ สสค. กล่าวว่าครูหีด เป็นครูภูมิปัญญาสะสมภูมิปัญญามาด้วยตัวเอง และท้องถิ่นก็เห็นว่าถ้าส่งเสริมให้ถ่ายทอดศิลปะแม่ไม้มวยไทยให้แก่เด็กๆได้ จะช่วยลดปัญหาเยาวชนลงได้ ทั้งปัญหาความรุนแรง ปัญหายาเสพติด และที่กระบี่เป็นจังหวัดเดียวที่เป็นการเรียนการสอนนอกโรงเรียน ไม่ใช่ระบบโรงเรียนเหมือนที่อื่น ในด้านงานวิชาการนั้นนอกจากการสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่ง ทางเทศบาลได้จัดนักวิชาการเข้ามาช่วยด้วย

ในแง่ความยั่งยืน ลำพังทุนครูสอนดีนั้นไม่เพียงพอ ซึ่งทางนายกเทศมนตรีตำบลปลายพระยาได้เข้ามาช่วยเหลือด้วยอีกแรง และลูกชายครูหีดเองก็สามารถสร้างนักมวยได้ เชื่อว่าในภายหน้าอาจสร้างนักมวยดีๆขึ้นมาได้หลายคน” ผู้ทรงคุณวุฒิ สสค. กล่าว

ในขณะที่ครูเคล้า โรจนเมธากุล ครูศิลปะการแสดงหนังตะลุง เจ้าของรางวัลครูสอนดี และศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงหนังตะลุง ประจำปี พ.. 2555 ซึ่งได้ใช้พื้นที่บริเวณบ้านปกาสัย อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เป็นที่ฝึกสอนศิลปะการแสดงหนังตะลุงแก่เด็กและเยาวชนผู้สนใจมาช้านาน และในปัจจุบันนี้ได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมการแสดงหนังตะลุงและมโนราห์ เพื่อให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เป็นการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม และสามารถนำวิชาความรู้ทั้งการแสดงหนังตะลุงและการแสดงมโนราห์สร้างรายได้เป็นอาชีพอีกด้วย

หลังจากได้รับคัดเลือกเป็นครูสอนดีและได้รับคัดเลือกให้ได้ทุนครูสอนดีจากสสค.เพื่อทำงานกับกลุ่มเด็กด้อยโอกาส จึงได้เปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหนังตะลุงและมโนราห์ เพื่อสอนศิลปะการแสดงให้เด็กเยาวชนให้เรียนรู้วัฒนธรรมภาคใต้ ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ที่เข้าเรียนมาจากครอบครัวยากจน การเรียนมโนราห์และหนังตะลุงจะช่วยให้เด็กมีรายได้ และยังช่วยขัดเกลาจิตใจแก่ทั้งตัวเด็กเองและผู้รับชม เพราะเนื้อหาจะสอดแทรกธรรมะคติสอนใจในการดำเนินชีวิต” ครูเคล้ากล่าว

..พรปวีย์ ชนะกุล หลานสาวครูเคล้า และเป็นครูอาสาฝึกมโนราห์ ประจำศูนย์การเรียนรู้ฯเปิดเผยว่าที่ศูนย์แห่งนี้ครูเคล้าจะสอนการแสดงหนังตะลุงด้วยตัวเอง และจะพาคณะศิษย์ออกไปแสดงในงานต่างๆ ซึ่งจะมีนักดนตรี และผู้ทำหน้าที่ต่างๆ ส่วนตนและแม่นั้นจะมีหน้าที่สอนมโนราห์ให้แก่เด็กๆ ตั้งแต่เด็กเล็กระดับอนุบาล จนถึงระดับมัธยม ปัจจุบันที่มีเด็กเล็กที่เข้ามาเรียน 50 กว่าคน ระดับชั้นมัธยม 20-30 คน และมีเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษา 10 กว่าคน

..ธนกร พูลเกลี้ยง หรือน้องต่อ อายุ 12 ปี ที่มีปัญหาเรื่องขา ต้องเข้ารับการรักษาทุกเดือน กล่าวว่า ได้เริ่มเรียนมโนราห์ตั้งแต่อยู่ป.1 ปัจจุบันอยู่ป.5 ผมมักได้รับบทแสดงเป็นนายพรานในเรื่องมโนราห์ และได้แสดงมาแล้วหลายเวที พอได้เงินก็จะเอาไปให้แม่เพื่อใช้เป็นเงินจุนเจือครอบครัว และใช้รักษาขาของผม โดยผมเคยได้เงินตั้งแต่ 3,000-10,000 บาท ในการแสดงแต่ละครั้ง ซึ่งช่วยให้ครอบครัวสามารถอยู่ได้

นายสมโภช บุตรเผียน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปกาสัย อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ กล่าวว่า เนื่องจากศูนย์การเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมการแสดงหนังตะลุงและมโนราห์ ของครูเคล้า อยู่ในพื้นที่ของ อบต.ปกาสัย เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมให้แก่เด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่เด็กในชุมชนได้เรียนรู้การแสดงหนังตะลุงจากศิลปินแห่งชาติ อบต.ปกาสัย จึงพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานของศูนย์ดังกล่าว โดยจะลงไปสอบถามถึงความต้องการของครูเคล้า เพื่อเสนอเป็นแผนสนับสนุนของ อบต.ปกาสัย ขณะเดียวกันก็จะมีโครงการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น บรรจุไว้ตั้งแต่ปี 2557

ด้าน ดร. ประสงค์ สังขไชย ผู้ทรงคุณวุฒิ สสค. กล่าวว่าครูเคล้า เป็นครูที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษาในโรงเรียน ได้รับการถ่ายทอดหนังตะลุง จากการปฏิบัติด้วยตัวเอง จนกระทั่งเป็นครูหนังตะลุง ทางสสค.ก็ให้การสนับสนุนเรื่องการปรับปรุงศูนย์การเรียนรู้ ร่วมกับอบต.ปกาสัย ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้สามารถดึงดูดเยาวชนและผู้ปกครองเห็นคุณค่า ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้อีกทางหนึ่ง

ต่อไปต้องคุยกับทางจังหวัด เพราะทำให้จังหวัดกระบี่มีศูนย์การเรียนรู้ศิลปะการแสดงหนังตะลุงฯ และถ้าหากคุยกับสมาคมการท่องเที่ยวได้ ให้นักท่องเที่ยวมาทัศนศึกษา ก็จะสามารถทำให้ศูนย์มีรายได้นำไปต่อยอดได้อีก คงต้องระดมกำลังช่วยกัน ทั้งลูกศิษย์ที่จบไปแล้วก็อาจเข้ามาช่วยสืบทอดสอนกันต่อๆไป”ดร. ประสงค์ กล่าว



จำนวนผู้เข้าชม 4259 คน | จำนวนโหวต 2 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
6

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4