เทศบาลตำบลปลายพระยา เปิดปฏิบัติการ “สร้างอาชีพ (หน้า) ใหม่”

เขียนโดย sugar s | 12/03/2556 16:23:09

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


สสค.หนุนเทศบาลปลายพระยา .กระบี่ ผุดฐานการเรียนรู้เน้นการวิเคราะห์ตลาด-ต้นทุนท้องถิ่น และลงมือปฏิบัติจนสำเร็จ มีตลาดรองรับ ก่อนขยายผลสู่ชุมชน เผยอาชีพใหม่สร้างรายได้ปลายพระยา “เพาะด้วงสาคู ถั่วงอกตัดราก ปลาดุกร้า ข้าวเกรียบจิ้งหรีด พร้อมปรับไหล่ทางหลวง 12 กิโลเมตร เป็นแปลงผักชาวบ้าน ตามรอยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หนึ่งในโครงการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ชุมชนเพื่อสัมมาชีพ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)

วันที่ 7 มีนาคม 2556 ณ เทศบาลปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ นายจเร ปานจีน นายกเทศมนตรีตำบลปลายพระยา เปิดเผยว่า หัวใจหลักของการสร้างอาชีพในชุมชน ต้องเริ่มจากการมอง 3 ด้านคือ 1. มองตลาดหรือความต้องการของผู้บริโภค เพื่อให้ผลิตมาแล้วขายได้ 2. มีทรัพยากรในท้องถิ่นหรือไม่ เพราะหากต้องซื้อวัตถุดิบจากภายนอก ย่อมหมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และไม่ก่อให้เกิดอาชีพอื่นๆในชุมชน และ 3 คือ การลงมือทำให้เกิดผลสำเร็จเป็นตัวอย่าง เพื่อจูงใจให้คนในชุมชนเห็นรูปธรรมความสำเร็จ นั่นคือ เมื่อเทศบาลเห็นอาชีพใหม่ที่จะช่วยสร้างรายได้ในชุมชน ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ไปอบรม แล้วนำมาทดลองในศูนย์จนประสบผลสำเร็จ มีตลาดรองรับ ผลสำเร็จนี้จะทำให้ชาวบ้านสนใจที่จะเข้ามาอบรมเรียนรู้จากศูนย์และนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ซึ่งจะได้ความยั่งยืนมากกว่าวิธีการปฏิบัติของหน่วยงานราชการที่เคยทำมาคือ การตั้งงบประมาณเพื่อเกณฑ์ชาวบ้านมาอบรมแล้วปิดโครงการ หรือให้วัสดุไปแล้วก็ปิดการขาย ซึ่งไม่ก่อให้เกิดความยั่งยืนหรือก่อให้เกิดการสร้างอาชีพอย่างแท้จริง

นายจเร กล่าวว่า ฐานการเรียนรู้สัมมาชีพเพื่อสร้างอาชีพในชุมชนจึงประกอบด้วย แปลงพืชผักปลอดสารพิษ ฐานเรียนรู้น้ำหมักชีวภาพ การเพาะถั่วงอกตัดราก โรงเพาะเห็ดหูหนู โรงเลี้ยงจิ้งหรีด ฐานเพาะเลี้ยงด้วงสาคู การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ด้วยเศษอาหารและผลไม้ เช่น กล้วยและมะละกอ โดยแต่ละฐานจะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และประสบการณ์ผ่านการศึกษาดูงานมาแล้ว ซึ่งศูนย์การเรียนรู้เกิดจากความต้องการของคนในท้องถิ่น เปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามาเรียนรู้ เพื่อนำไปประกอบอาชีพสร้างรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือน

เราต้องสอนให้ชาวบ้านทำคันเบ็ด โดยเริ่มจากการสร้างศรัทธา ด้วยการทำให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าสามารถก่อให้เกิดรายได้ขึ้นจริง โดยเริ่มจากการมองที่ตลาดหรือความต้องการของผู้บริโภคให้ออก เช่น การเลี้ยงด้วงสาคู หรือเลี้ยงจิ้งหรีด ต้นคิดมาจากวัฒนธรรมของคนใต้บริโภคของพวกนี้ นั่นคือมีตลาดรองรับ จากนั้นจึงมองหาวัตถุดิบในการเพาะเลี้ยง ซึ่งพบว่า ในชุมชนก็มีต้นสาคูสำหรับเป็นอาหารด้วงอยู่แล้ว จึงไม่เป็นการเพิ่มต้นทุนการผลิต และยังเป็นการอาศัยทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน จากนั้นจึงมีการอบรมเป็นศูนย์เรียนรู้ให้ชุมชนเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แล้วขยายผลให้ชาวบ้านนำไปทำเองที่บ้าน ซึ่งผลผลิตที่ได้นอกจากจะใช้บริโภคในครัวเรือนเพื่อลดรายจ่ายแล้ว เทศบาลยังสนับสนุนให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการนำไปแปรรูปและออกแบบผลิตภัณฑ์ เช่น การทำจิ้งหรีดทอดกรอบ จิ้งหรีด 3 รส ปลาดุกร้า พร้อมหาช่องทางในการจัดจำหน่าย ซึ่งล่าสุดหลังจากประชาชนเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก็เริ่มทะยอยส่งเงินต้นกลับมาจัดตั้งเป็น “กองทุนสัมมาชีพชุมชน” ซึ่งตอนนี้ มีเงินในบัญชี 10,000 บาท เพื่อให้สมาชิกสามารถกู้ยืมไปลงทุนประกอบอาชีพได้ โดยตัวชี้วัดที่เห็นได้ชัดว่า ประชาชนมีรายได้เพิ่มก็คือ มีคนมาเสียภาษีเพิ่มจากเดิม 200 คนเป็น 200 กว่าคนแล้ว”นายจเร กล่าว

นอกจากการสร้างศูนย์การเรียนรู้แล้ว เทศบาลปลายพระยายังได้ทำข้อตกลงร่วมกับกรมทางหลวงชนบทในการใช้พื้นที่ไหล่ถนนในเขตเทศบาล ระยะทาง 12 กิโลเมตร ให้ชาวบ้านได้ใช้เนื้อที่สาธารณะให้เกิดประโยชน์ในการปลูกพืชผักต่างๆ เพื่อเพิ่มรายได้และปรับภูมิทัศน์สองข้างทางให้เกิดความปลอดภัยในการสัญจรเนื่องจากแต่เดิมข้างทางมีสภาพรกร้าง มีต้นไม้บดบังทัศนวิสัยในการขับขี่ยานพาหนะจนทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทั้งนี้ทางเทศบาลได้เข้าไปปรับสภาพพื้นที่ พร้อมทั้งแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยให้เกษตรกรนำไปเพาะปลูกด้วย

ลุงประวัติ รักษารัตน์ อายุ 62 ปี อดีตข้าราชการเกษียน แห่งบ้านน้ำซ่ำ ต.ปลายพระยา เจ้าของบ่อเลี้ยงปลาดุก และปัจจุบันหันมาเลี้ยงด้วงสาคูเพิ่ม เปิดเผยว่าได้เข้าไปศึกษาที่ศูนย์เรียนรู้ของเทศบาล เริ่มเพาะเลี้ยงด้วงสาคูมาได้ไม่นานนัก โดยใช้ความรู้ในเชิงช่างผลิตเครื่องบดต้นสาคูเพื่อเป็นอาหารของด้วงด้วยตัวเอง และได้จำหน่ายผลผลิตไปแล้ว 12 กิโลกรัม คิดราคากิโลกรัมละ 240 บาท แต่ไม่พอกับความต้องการของตลาด และในอนาคตจะเลี้ยงจิ้งหรีดเพิ่มขึ้นอีกประเภท

การเลี้ยงด้วงนี่ดูแล้วใช้เวลาน้อย ดูแลง่าย เวลาไปไหนมาไหนมันก็ไม่ร้องตามด้วย เอาออกมาขายเท่าไหร่ก็ไม่พอ ไม่ต้องเอาไปส่งตลาดเลย มีคนมาซื้อถึงที่ คนที่มาดูงานมาขอซื้อพ่อ-แม่พันธุ์ไปเลี้ยงก็มี” ลุงประวัติ กล่าว

นายณรงค์ คงมาก หัวหน้าคณะติดตามโครงการสนับสนุนสัมมาชีพในชุมชน สสค.กล่าวว่า รูปแบบของการฝึกอบรมที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มักมาจากการตั้งหัวข้อการอบรมจากส่วนกลางเป็นหลัก อาทิ การทำขนม อาหาร ซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้า คำถามที่เกิดขึ้นตามมาคือ ผลจากการอบรมไปแล้ว สามารถสร้างอาชีพในชุมชนได้ยั่งยืนหรือไม่ เพราะข้อมูลจากกระทรวงแรงงานในปี 2554 พบว่า มีการจัดอบรมพัฒนาอาชีพ โดยใช้งบประมาณสูงถึง 28,488 ล้านบาท ขณะที่ปี 2555 ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 20,000 ล้านบาท

จุดเปลี่ยนของโครงการสัมมาชีพ ซึ่งมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 100 แห่งเข้าร่วมปฏิบัติการสร้างอาชีพในชุมชนโดยการส่งเสริมให้ชุมชนมองตลาดให้ออก วิเคราะห์ต้นทุนในท้องถิ่นเพื่อค้นหาอาชีพที่ตรงกับความต้องการ โดยการสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเจ้าภาพ และมีการสร้างความยั่งยืนหลังการอบรม หรือเรียกว่า บริการหลังการขาย ไม่ใช่แจกของแล้วจบ ซึ่งเทศบาลปลายพระยามีผู้ให้คำปรึกษาและการติดตามในพื้นที่ตามวงจรของผลผลิตทุก 2 สัปดาห์ มีการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการเป็นพี่เลี้ยงช่วยวางแผนการตลาด ซึ่งเห็นผลเป็นรูปธรรมก็คือ การจัดตั้งกองทุนสัมมาชีพชุมชน ซึ่งจะสร้างให้เกิดการเคลื่อนต่องานในพื้นอย่างยั่งยืน”

ทั้งนี้ในวันที่ 14-17 มีนาคม สสค.ร่วมกับ 100 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมูลนิธิสัมมาชีพ จัดกิจกรรม “เปิดปฏิบัติการจัดการความรู้สู่สัมมาชีพ ปั้นนักธุรกิจชุมชนมือใหม่” ที่เจ.เจ.มอลล์ จตุจักร กรุงเทพ โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ ตลาดลอยฟ้าสินค้าตามสั่ง ถอดรหัสการสร้างอาชีพใหม่ในชุมชน พร้อมสินค้าจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมโครงการ

นายกเทศมนตรีเทศบาลปลายพระยา พื้นที่ต้นแบบชุมชนสร้างอาชีพ
 

เปลี่ยนสองข้างทางถนนทางหลวง 12กิโลเมตร เป็นคันเกษตร สร้างอาชีพให้กับชุมชน บนความร่วมมือกับกรมทางหลวง

ฐานเรียนรู้เพาะด้วงสาคู สัตว์เศรษฐกิจสร้างรายได้ใหม่ของคนปลายพระยา



จำนวนผู้เข้าชม 4642 คน | จำนวนโหวต 1 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
5

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์