เวทีปฏิรูปการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 15 : การขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชนและการศึกษา

เขียนโดย saowalak 01 | 01/03/2556 12:22:26

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


ประเด็นเสวนา “การขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชนและการศึกษา”

เสนอกรณีศึกษาตัวอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา

ระบบนวัตกรรมการดูแลเด็กด้อยโอกาสระดับพื้นที่แบบครบวงจร : กรณีศึกษา Harlem Children’s  Zone

 

โครงการสนับสนุนทุนปฎิรูปการศึกษาระดับรัฐ/ท้องถิ่น (Race to the Top)

อเมริการุกแก้การศึกษาตกต่ำ หนุน ‘มลรัฐ-ท้องถิ่น’ แข่งกัน “ลุกขึ้นจัดการศึกษาเพื่อคนในพื้นที่” พร้อมติดอาวุธด้วยระบบดูแล “เด็กหลุดกลางคัน” ครบวงจร

อดีตยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจอย่างสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับวิกฤตการศึกษาตกต่ำไม่ต่างจากไทย จนเป็นที่มาของการปฏิรูประบบการศึกษาครั้งใหญ่ซึ่งนายบารัค โอบาม่า ประธานาธิบดีได้ชู 2 นโยบายหลักในการยกระดับคุณภาพการศึกษา ที่เน้นการมอบอำนาจให้แก่ “ท้องถิ่น” ในการออกแบบและบริหารการจัดการศึกษา โดยมีรัฐบาลกลางเป็นผู้ให้คำปรึกษา และให้ทุนสนับสนุนกับ “มลรัฐ” และขยายผลให้ “ท้องถิ่น” ซึ่งผ่านการคัดเลือกจากรัฐบาลกลางได้สร้างโมเดลการศึกษาในแบบที่ตนต้องการ ขณะเดียวกันก็ได้หนุนให้เกิด “ระบบนวัตกรรมการดูแลเด็กด้อยโอกาสระดับพื้นที่แบบครบวงจร” เพื่อป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา รวมทั้งช้อนเด็กที่มีปัญหากลับคืนสู่ห้องเรียนอีกครั้ง โดยอาศัยความมีส่วนร่วมจากชุมชน

ในวงปฏิรูปการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 15 จึงหยิบยกประเด็นเสวนาในหัวข้อ “การขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชนและการศึกษา: กรณีศึกษาประเทศสหรัฐอเมริกา” ผ่าน 2 โครงการหลัก คือ 1.)โครงการสนับสนุนทุนปฎิรูปการศึกษาระดับรัฐ/ท้องถิ่น (Race to the Top) และ 2.) ระบบนวัตกรรมการดูแลเด็กด้อยโอกาสระดับพื้นที่แบบครบวงจร:

สำหรับ Race to the Top (RTT) เป็นโครงการนำร่องการปฎิรูปการศึกษาของสหรัฐอเมริกา เริ่มต้นปี 2009 ภายใต้การนำของประธานาธิบดีบารัค โอบามา เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนการปฎิรูปการศึกษาระดับมลรัฐ (State) และท้องถิ่น (Local District) ในลักษณะการให้เงินสนับสนุนโครงการ (Competitive grants) ทั้งหมด 4.35 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในระยะเวลา 4 ปี ดำเนินงานโดยกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาและยกระดับการศึกษา โดยการริเริ่มของบุคลากรในพื้นที่ โดยมี 4 ประเด็นสนับสนุนหลักคือ 1.) การพัฒนาประสิทธิภาพครูและผู้บริหารโรงเรียน 2.) การพัฒนาระบบฐานข้อมูล 3.)การลดความเหลื่อมล้ำ:ช่วยเหลือโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาต่ำ และ 4.)การพัฒนาทดสอบมาตรฐานและการประเมินการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา

ทั้งนี้ในปี 2010 ได้มีการขยายผลเพื่อเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นเป็นผู้เสนอโครงการปฏิรูปการศึกษา ตามประเด็นที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด อาทิ การใช้ ICT

ขณะที่ ระบบนวัตกรรมการดูแลเด็กด้อยโอกาสระดับพื้นที่แบบครบวงจร: กรณีศึกษา Harlem Children’s Zone Harlem Children’s Zone หรือเรียกชื่อย่อว่า HCZ เป็นระบบนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากชุมชนเด็กย่านฮาร์เล็มที่สารพันปัญหาสังคม จึงเป็นที่มาในการสร้างระบบติดตามและดูแลเด็กตั้งแต่การตั้งครรภ์ไปจนกระทั่งเข้าสู่รั้ววิทยาลัยหรือการมีงานทำ ผ่านรูปแบบการศึกษาในระบบโรงเรียน การศึกษาแบบ after-school การบริการในสังคม และโปรแกรมสุขภาพ โดยเริ่มในปี 2000 จากพื้นที่เพียง 24 บล็อค กับเด็ก 3,000 คน ขยายเป็น 100 บล็อคกับเด็ก 10,000 คน ในเวลาเพียง 11 ปี นอกจากนี้ HCZ ยังมีผู้ใหญ่เข้าร่วมกิจกรรมหรือโปรแกรมกว่า 10,883 คน มีงบประมาณจากการระดมทุนกว่า 95 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี (2012) เจ้าหน้าที่ 2,500 คน (part-time 1,475 คน

โดยในปี 2007 นายบารัค โอบาม่าได้กล่าวถึง Harlem Children’s Zone ว่าเป็นพื้นที่แห่งความหวังที่นั่นคือ ความยากจน ที่จะนำมาสู่ทั้งปัญหาการไม่มีงานทำ ความรุนแรง เด็กหลุดจากระบบโรงเรียน และเด็กบ้านแตก จึงทำให้รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ Arne Duncan ได้มีการจัดทำโครงการ Promise Neighborhoods ขึ้นมา โดยเป็นการให้ทุนกับชุมชนที่มีการวางการดำเนินงานระดับท้องถิ่น โดยใช้แนวคิดจากการทำงานของ HCZ ซึ่งการให้ทุนมีทั้งสิ้น 2 ลักษณะ คือ ทุนสำหรับแผนการดำเนินงานระยะ 1 ปี และทุนสำหรับแผนการดำเนินงานระยะยาว 3-5 ปี

พบกับตัวอย่างการปฏิรูปการศึกษาของอเมริกา ผ่านกลไกการทำงานของท้องถิ่นได้ในเวทีปฏิรูปสู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 15 โดยรับชมการถ่ายทอดสด และร่วมแสดงความเห็น ผ่านทางเว็บไซด์สสค www.QLF.or.th และเครือข่ายวิทยุชุมชนเพื่อความเข้มแข็ง www.TNEWSnetwork.com ได้ในวันอังคารที่ 2 เมษายน ตั้งแต่เวลา 13.30 .ทั้งนี้ท่านสามารถมีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของท่านได้ทาง twitter สสค. @ QLFthailand และFacebook/QLFthailand (http://www.facebook.com/QLFthailand) เช่นเคย



จำนวนผู้เข้าชม 2393 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4