ปฏิบัติการสร้างนักอ่านหน้าใหม่

เขียนโดย saowalak 01 | 15/02/2556 11:22:04

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


สสค.ชวนครูร่วมอบรม “กลเม็ดสร้างนิสัยการอ่าน” ให้เด็กผ่าน “100หนังสือดี”

     ว่ากันว่าสิ่งที่ได้รับการปลูกฝังเมื่อยังเป็นเด็ก สิ่งนั้นจะสามารถติดตัวไปจนโต ‘การอ่าน’ ถือเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่ช่วยสร้างคนให้มีความรู้ความสามารถ ทั้งความฉลาดทางอารมณ์และความคิด

     เพื่อเป็นการบ่มเพาะนิสัยรักการอ่านให้เด็กและเยาวชน สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ได้จัดงาน ‘จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมชวนน้องอ่าน ผ่าน 100 หนังสือดีฯ’ โดยมีครูและผู้ที่สนใจเข้าอบรมกว่า 90 คน เพื่อศึกษากลเม็ดให้เด็กสนใจการอ่านมากขึ้น

     รศ.วิทยากร เชียงกูล หัวหน้าคณะกรรมการคัดเลือก ‘100 หนังสือดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน (2555)’ ประธานเปิดงาน ได้แสดงทรรศนะว่า สังคมไทยปัจจุบันคนไทยยังอ่านหนังสือน้อย สังเกตได้จากตามสถานที่ต่างๆ เช่น ตามรถไฟฟ้า โรงพยาบาล แม้แต่มหาวิทยาลัยยังไม่ค่อยพบคนอ่านหนังสือเท่าที่ควร อีกทั้งระบบการศึกษาของไทยยังเป็นการสอนแบบท่องจำเพื่อใช้ในการสอบและยังมีปัญหาในการจับประเด็นไม่ได้

     “เราสอนแบบท่องกฎไวยากรณ์ หรือศัพท์ยากๆ ซึ่งไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ว่านิทานเราไม่สอน มันไม่ช่วยส่งเสริมภาษาและวรรณคดี อันนี้ก็เป็นปัญหา” รศ.วิทยากรกล่าว

     รศ. วิทยากร กล่าวว่า สำหรับ 100 หนังสือดีเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนที่ได้คัดสรรมานั้นจะเป็นแนวทางให้ครูสามารถเลือกหนังสือเข้าห้องสมุด หรือผู้ปกครองที่มีความสนใจหาซื้อให้ลูกอ่าน อีกทั้งยังพยายามคัดเลือกหนังสือให้สอดคล้องของความต้องการของเยาวชน โดยเสริมหนังสือแนวนิยายแฟนตาซี นิยายวิทยาศาสตร์ ที่มีเนื้อหาให้เด็กรู้จักกับการแก้ปัญหาอีกด้วย

     “ถ้าเด็กรักการอ่าน จะรักการอ่านตลอดชีวิต ต้องส่งเสริมแต่เด็ก มันต้องเปลี่ยนรูปการศึกษาให้ได้ เปลี่ยนรูปการสอนภาษาไทย ที่เราไปเห่อว่าภาษาไทยไม่สำคัญ มันง่ายอยู่แล้ว ไปสอนภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ดีกว่า แต่ความจริงภาษาไทยสำคัญ คุณต้องเอาพื้นฐานให้ได้ ก่อนที่จะไปเรียนรู้วิชาอื่นๆ” รศ.กล่าวทิ้งท้าย

     นอกจากผู้เข้าอบรมได้ฟังการบรรยาย ยังได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมจากทีมงานผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ ‘ท้าให้อ่าน’ รายการเกมโชว์เกี่ยวกับการอ่าน ออกอากาศทางสถานีไทยพีบีเอส โดยมีคุณกบ รัตนสุทธาวดี พิธีกรจากรายการ และพี่ซุป ซูเปอร์จิ๋วมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การทำงานกับเด็กเรื่องการอ่าน พร้อมเคล็ดลับและวิธีดึงดูดใจให้เด็กๆ อ่านหนังสือ  โดยมีการจำลองรูปแบบรายการโทรทัศน์ ให้บรรดาครูผู้เข้าอบรมได้เล่นเกมตอบคำถามเสมือนเป็นเด็กๆ ในรายการ กิจกรรมนี้สร้างความสนุกสนานแก่ผู้เข้าร่วมอบรมเป็นอย่างมาก

     หลังจากกิจกรรมร่วมตอบคำถาม คุณตุ๋ม โปรดิวเซอร์รายการท้าให้อ่าน ออกมาอธิบายหลักการทำรายการโทรทัศน์สำหรับเด็ก และบรรยายถึงรูปแบบลักษณะรายการที่สามารถดึงความสนใจให้เด็กสนุกที่จะอ่านหนังสือ วิธีคิดที่สำคัญคือการนำความรู้ที่มีอยู่ในหนังสือมาให้เด็กๆ ตอบคำถาม แล้วเด็กจะจำข้อผิดพลาดไว้เป็นบทเรียน

     “คุณกบ” รัตนสุธาวดี พิธีกรรายการท้าให้อ่าน เล่าว่า เราอยากให้เด็กกล้าคิด กล้าแสดงออก เพราะปัญหาของเด็กคือมักจะโดนผู้ใหญ่ตีกรอบให้เป็นไปตามแนวทางที่มีอยู่แล้ว เด็กจึงไม่กล้าที่จะตอบคำถามหรือคิดนอกกรอบ การทำรายการเพื่อให้เด็กตอบคำถามตามใจ โดยไม่มีใครมากำหนดว่าผิดหรือถูก จึงส่งผลต่อความเชื่อมั่นของเด็ก  “อยากจะให้เวลาอ่านแล้วอะไรก็ได้ เราควรจะเรียนรู้จากสิ่งผิด ตอบผิด ทำผิด มันทำให้มนุษย์เรียนรู้ ไม่ใช่ว่าต้องทำถูก เราทำถูก เราเรียนรู้ไม่ได้มากกว่าเราทำผิด ถ้าเป็นไปได้คืออยากให้คุณครูไปอยู่ในห้องเรียนแล้วปล่อยให้เด็กทำผิด ตอบผิด ๆ ถูก ๆ ก็ตอบไปเถอะ แล้วค่อยมาบอกว่าอะไรคือถูกนะ เขาจะได้เรียนรู้โดยจำได้” พิธีกรรายการท้าให้อ่านกล่าวทิ้งท้าย

     ครูเรียมวิไล เรืองธีรวงศา จากโรงเรียนอนุบาลหนองบัว อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ ผู้เข้าร่วมอบรมสะท้อนว่า กิจกรรมและการอบรมในวันนี้เป็นตัวช่วยในการเลือกหนังสือดีและวิธีการทำให้เด็กหันมาสนใจการอ่านเพื่อนำไปใช้กับนักเรียนที่โรงเรียน และยังสามารถนำไปต่อยอดโครงการ “มุมหนังสือ” ส่งเสริมการอ่านที่ตนได้ริเริ่มไปบางส่วนแล้ว

     เช่นเดียวกับครูสุนันท์ เกตุกราย จากโรงเรียนวัดไทรใหญ่ จ.นนทบุรี กล่าวถึงสถานการณ์การอ่านของเด็กไทยและความรู้สึกที่ได้เข้าร่วมอบรมในวันนี้ว่า เด็กเราทุกวันนี้ไม่สนใจเรื่องการอ่าน แต่ไปให้ความสนใจเรื่องเกมมากกว่า เมื่อทราบว่ามีโครงการแนะนำหนังสือดี 100 เล่ม ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก และทีได้มาอบรมวันนี้ก็เพื่อที่จะนำไปพัฒนาให้เด็กมีนิสัยรักการอ่าน โดยจะคัดเลือกหนังสือที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ไปให้เด็กที่โรงเรียนอ่านและจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน

   “โครงการดีๆอย่างนี้ อยากให้จัดต่อไป อย่าละความพยายาม เพราะมีประโยชน์ต่อเด็กมาก” นางสุนันท์ กล่าวทิ้งท้าย



จำนวนผู้เข้าชม 3418 คน | จำนวนโหวต 1 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
5

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์