ปฏิรูปการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 14 "การพัฒนาการเรียนรู้ในจังหวัดนำร่อง:ฝันที่ตั้งใจให้เป็นจริง" ตอนจบ

เขียนโดย saowalak 01 | 07/02/2556 23:19:56

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


 

ตัวอย่างการทำงานจ.ลำพูน

 

“คลายปมเด็กกระแสรอง เด็กตกงาน และนับหนึ่งระบบบริหารฐานข้อมูลเด็กเยาวชน”

 

 

 

     จ.ลำพูน เมืองแห่งฐานนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยมีโรงงานอุตสาหกรรมรวม 4,888 แห่ง เงินลงทุน 127,735 ล้านบาท จ้างแรงงาน 142,395 คน อย่างไรก็ตามสถานการณ์ด้านการศึกษาของจ.ลำพูน กำลังประสบกับข้อจำกัดด้านแรงงานทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ แรงงานส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาเพียงระดับประถมศึกษายังขาดการศึกษา/ทักษะฝีมือ และอยู่นอกระบบประกันสังคม รวมถึงแรงงานต่างด้าวอพยพเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายและมีอยู่ต่อเนื่อง 

     จากการวิเคราะห์ความต้องการของประชาชน และสภาพแวดล้อมจังหวัดด้านการศึกษาพบว่า ปัญหาสำคัญในการจัดการศึกษาในจังหวัดลำพูนคือ  “การศึกษาที่ผลิตบุคลากรไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้จ้างงาน” 

     พินิจ หาญพานิชย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ได้สะท้อนถึงความต้องการ “แรงงาน” ในจังหวัดลำพูนว่า ต้องการการศึกษาเพื่อประกอบวิชาชีพ โดยเฉพาะสาขาเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม แต่ยังคงมีข้อจำกัดในเรื่องศาสตร์ความรู้ต่างๆ ที่มักตอบสนองความต้องการของเมืองใหญ่ เนื่องจากนักเรียนมักเลือกเรียนสายงานที่ได้ความนิยมตามกระแสคนเมือง ทำให้เมื่อนักเรียนจบการศึกษาก็ต่างย้ายถิ่นฐานการทำงานสู่เมืองใหญ่ ทำให้ลำพูนเกิดภาวะขาดแคลนกำลังคนในพื้นที่

     อย่างไรก็ดีจังหวัดลำพูนมีประชากรเด็กเยาวชนรวม 150,000 คน ในเขตพื้นที่เมือง แต่เด็กส่วนใหญ่อยู่ชุมชนรอบนอก ซึ่งมีข้อจำกัดทางโอกาสทางการเรียนรู้ตามสภาพพื้นที่ ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นต้องผลิตเด็กเยาวชนให้สอดคล้องต่อการประกอบอาชีพในชุมชนท้องถิ่นด้วย จึงได้กำหนดวิธีการในการพัฒนาการเรียนรู้ในทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาให้สูงขึ้น ได้แก่ 1.กลุ่มเด็กออกกลางคัน 2.กลุ่มเด็กด้อยโอกาส และ 3.กลุ่มเด็กที่เรียนจบแต่ไม่มีงานทำ โดยจัดทำเป็น “โครงการยกระดับการพัฒนาการเรียนรู้ระดับจังหวัดลำพูน” ขึ้น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสสค. หลังจากจังหวัดลำพูนเป็น 1 ใน 10 จังหวัดที่มีกระบวนการคัดเลือกครูสอนดีและผู้รับทุนครูสอนดีดีเด่น ประจำปี 2554

     นิวัฒน์ชัย รัตน์ชเลศ ประธานคณะกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดีจังหวัดลำพูน กล่าวว่า “ผมและอบจ.ลำพูน ได้ประสานกับท่านผู้ว่าฯ ซึ่งมีแนวคิดว่า น่าจะทำเพียงน้อยจุด โดยเน้นไปที่เด็กกลุ่มจบม.3 และม.6 ที่จบการศึกษาแล้วและต้องการมีงานทำในทุกอำเภอ โดยเริ่มจากอำเภอเมืองที่อยู่ชายขอบ แล้วค่อยมาบรรจบที่อำเภอเมือง ซึ่งตอนนี้ได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย โดยทางอบจ.ลำพูน และหน่วยงานภายใต้สังกัดผู้ว่าฯ ได้เตรียมตั้งงบประมาณในปี 2557 เพื่อสนับสนุน และส่งต่อให้ทางอบต.สามารถดำเนินการต่อในพื้นที่ได้ แม้เงินจะหมดก็ต้องสร้างให้เกิดความยั่งยืน” ประธานครูสอนดีลำพูนกล่าว

     นอกจากนี้จะมีการนำฐานข้อมูล ที่หลายภาคส่วนได้สำรวจ จัดเก็บ รวบรวม และประมวลผล ให้เป็นระบบฐานข้อมูลเด็กเยาวชน ครูและบุคลากรทางการศึกษาฉบับเดียวกันทั้งจังหวัด เพื่อง่ายต่อการวางแผนการทำงานในระยะยาว

 

ตัวอย่างการทำงานจ.เพชรบุรี 

 

เล็งพัฒนาเด็กยุคใหม่ ต้องมี “ทักษะ 5 ด้าน” - เชื่อมร้อยฐานข้อมูลเด็กเยาวชน ด้วย “ไอซีที”

 

     จากรายงานสถานการณ์สังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเพชรบุรี ปี 2555 พบปัญหาเด็กและเยาวชน ประมาณ 80 – 90 % ครอบครัวแตกแยก ถูกทอดทิ้ง มีความเครียด ซึมเศร้า คบเพื่อนที่ไม่เหมาะสม มั่วสุมกับอบายมุข สิ่งเสพติด ใช้เวลาว่างไม่เป็นประโยชน์ เด็กบางส่วนชอบหนีเรียน เครียดจากการเรียน เล่นวัวลาน และมีปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันสมควร 

     จังหวัดเพชรบุรี จึงดำเนินการหามาตรการแก้ไขและพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยเน้นขจัดความเหลื่อมล้าทางการศึกษา เน้นพัฒนาศักยภาพกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสให้มีทักษะชีวิตที่ดีขึ้น ภายใต้โครงการยกระดับคุณภาพการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในจังหวัดเพชรบุรี ผ่านการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชนที่สำคัญ 5 ด้าน คือ 1) ทักษะการเรียนรู้  2) ทักษะการคิด 3.)ทักษะชีวิต 4) ทักษะพื้นฐานอาชีพ และ 5.) ทักษะการสื่อสารด้านเทคโนโลยี ด้วยการสร้างความตระหนักในวิถีไทยและท้องถิ่น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสสค. หลังจากจังหวัดเพชรบุรีเป็น 1 ใน 10 จังหวัดที่มีกระบวนการคัดเลือกครูสอนดีและผู้รับทุนครูสอนดีดีเด่น ประจำปี 2554

     มณเฑียร ทองนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า เมื่อพูดถึงปัญหาหลายๆอย่างของประเทศ มักจบลงที่สาเหตุสำคัญคือ การศึกษา เพราะการศึกษาที่ล้มเหลวสังคมจึงเป็นเช่นนี้ ดังนั้นเรื่องการศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเศรษฐกิจในอนาคตจะเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่จะแข่งขันกันด้วยทรัพยากรมนุษย์  ดังนั้นเรื่องทรัพยากรบุคคลจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเรื่องการศึกษานั้นผู้ว่าราชการจังหวัดต้องให้การช่วยเหลือและสนับสนุน เพราะการศึกษาไม่ใช่แค่เรื่องของกระทรวงศึกษา แต่ต้องหมายถึงทั้งชีวิต เป็นการเรียนรู้อย่างองค์รวมและต้องมาจากทุกภาคส่วนมาช่วยกัน

     ไกร บุญบันดาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า หลังจากที่ได้ระดมความคิดเห็นจากแวดวงการศึกษาทุกระดับชั้น ท้องถิ่นและประชาสังคม ได้ข้อสรุปตรงกันว่า จังหวัดเพชรบุรีจะเดินหน้า 3 เรื่อง ได้แก่ 1.) การต่อยอดขยายผลครูสอนดี ในลักษณะ “Teacher Coaching” ผ่านการเรียนรู้แลกเปลี่ยน การผลิตสื่อการเรียนการสอนจากครูสอนดีสู่เพื่อนครูเพื่อช่วยพัฒนาการเรียนรู้ และแนะนำรูปแบบวิธีการจัดการเรียนการสอน 2.) แจกจ่ายทั้งองค์ความรู้ คู่มือการทำงานไปยังครู และโรงเรียนที่ขาดแคลน และ 3.)การสร้างเครือข่าย ค้นหา “Change Agent” ที่เชื่อว่าจะสร้างให้เกิดความยั่งยืนได้จริง เช่น คณะกรรมการสถานศึกษา เพราะความยั่งยืนไม่ได้เกิดที่ผู้บริหารที่ต้องเปลี่ยนตามเวลาและวาระ 

     นอกจากนี้ทั้ง8 หน่วยงาน” ยังเชื่อมร้อยฐานข้อมูลเด็กเยาวชน ด้วย “ไอซีที” เพื่อเป็นฐานข้อมูลที่สำคัญในการวางแผนการทำงานด้านเด็กและเยาวชนของจ.เพชรบุรี 

     นายสมาน สรรพคุณ ประธานคณะกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดีจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า “พระเอก” ในการเชื่อมโยงเครือข่าย “ครูสอนดี” และการจัดเก็บฐานข้อมูลเด็กและเยาวชนจังหวัดเพชรบุรีนั้น คือ การสร้างเครือข่ายไอซีทีที่เป็นระบบ และโดยมีกลุ่ม “นักเปลี่ยนแปลง” (Change Agent) ที่เปรียบได้กับ “องค์ชาย” ซึ่งเป็นหน่วยงานที่คอยทำหน้าที่สอดประสาน ส่งต่อข้อมูลพื้นฐานในส่วนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จึงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนในการพัฒนาเด็กเยาวชนเพชรบุรี

“8 หน่วยงานหลัก ที่รับผิดชอบในการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ ซึ่งจะใช้เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาแก้ปัญหาเด็กเยาวชนเพชรบุรีนั้น ประกอบด้วย 1.) มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี 2.) สำนักงานตำรวจ (เพชรบุรี) 3.) พัฒนาสังคม 4.) สาธารณสุข 5.)กศน. 6.) เขตพื้นที่การศึกษา 7.) สถานพินิจ และ 8.) โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ ซึ่งเปรียบได้ กับ "8 องค์ชาย" ซึ่งจะทำหน้าที่จัดเก็บฐานข้อมูลเด็กและเยาวชนเพื่อใช้วางแผนด้านการศึกษา จังหวัดเพชรบุรีต่อไป ซึ่งแม้ว่า ทุกโรงเรียนอาจจะไม่ได้งบประมาณในการดำเนินการพัฒนาด้านไอซีที แต่ก็จะได้อานิสงส์การทำงานเป็นเครือข่าย ด้วยแลกเปลี่ยนเรียนรู้และได้ประโยชน์จากการจัดเทรนนิ่งเครือข่ายครูแกนนำ ผ่านไอซีทีด้วย เป็นต้น



จำนวนผู้เข้าชม 2765 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์