เวทีปฏิรูปการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 13: การพัฒนาการเรียนรู้ในจังหวัดนำร่อง : ฝันที่ตั้งใจให้เป็นจริง ตอนที่ 3

เขียนโดย Pai Chanut | 20/12/2555 02:42:01

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


มาร่วมแชร์ไอเดีย อยากเห็นการศึกษาในจังหวัดของท่านเป็นอย่างไรในอีก 5 ปีข้างหน้า

ในเวทีปฏิรูปการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 13  หัวข้อ “การพัฒนาการเรียนรู้ในจังหวัดนำร่อง:ฝันที่ตั้งใจให้เป็นจริง ตอนที่ 3”

พบกับตัวอย่างการทำงานของจังหวัดนำร่อง “กำแพงเพชร และจันทบุรี” ที่วันนี้จังหวัด ภาคท้องถิ่น และภาคประชาชน ร่วมกันออกแบบการศึกษาที่ตอบโจทย์ความต้องการในท้องถิ่น

  • ถ่ายทอดสดผ่านทางเว็บไซด์สสค. www.QLF.or.th ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2556 ตั้งแต่เวลา 13.30 น.
  • ร่วมแชร์ไอเดีย “อยากเห็นการศึกษาในจังหวัดของท่านเป็นอย่างไร ในอีก 5 ปีข้างหน้า”    ได้ที่ http://www.facebook.com/QLFthailand

ตัวอย่างแนวคิดจังหวัดนำร่อง “น่าน ชัยภูมิ สุรินทร์”

เปิดการศึกษาแบบ “น่านสไตล์”

เมื่อการศึกษาสนองแค่ส่วนกลาง  เล็งสร้างมหาลัยฯเมืองน่าน ผลิตคนให้ตอบโจทย์ท้องถิ่น

       น่าน…จังหวัดที่พื้นที่ใหญ่ติดอันดับ 13 ของประเทศ  แต่มีประชากรน้อย และอาศัยอยู่กันอย่างกระจุกตัว โอกาสทางการศึกษาจึงกลายเป็นปัญหารองจากเรื่องปากท้อง ซึ่งมักไม่ตอบโจทย์ความต้องการของคนถิ่น หลายครั้งจึงเกิดคำถามว่า “การศึกษาจะช่วยคนในท้องถิ่นได้อย่างไร” เมื่อบริบทท้องถิ่น มักสวนทางกับการศึกษาที่สนองแต่ส่วนกลาง

นายชุมพร แสงมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวถึงทิศทางการปฏิรูปการเรียนรู้ในจ.น่านว่า ต้องมีการศึกษาความต้องการที่แท้จริงของคนน่านว่าต้องการการศึกษาในลักษณะใดเพื่อตอบโจทย์สภาพปัญหาเร่งด่วนที่เป็นอยู่ ซึ่งหนีไม่พ้นเรื่องสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมประเพณีที่มีความหลากหลายในท้องถิ่น และเด่นชัดเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งยุทธศาสตร์การทำงานจึงเกิดความร่วมมือทั้ง 3 ส่วนคือ 1)ระดับพื้นที่ ได้แก่ จังหวัด อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 2) ระดับโครงสร้างการดำเนินงานจากกระทรวงหรือหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง และ 3) ภาคประชาสังคม   

“ผมอยากให้เด็กเยาวชนน่านได้ศึกษาเล่าเรียนในคณะที่เกี่ยวข้องกับน่านจริงๆ ให้คนเหล่านี้ทำงานในบ้านของเขา  ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมตามมา ผมอยากสร้างเรื่องการศึกษา สร้างสมองของประเทศ การสร้างมหาวิทยาลัยของเราเองจึงเหมือนการสร้างสมองให้เด็กน่านอย่างยั่งยืน”ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าว

นายนรินทร์ เหล่าอารยะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน  กล่าวว่า น่านเป็นจังหวัดพิเศษเหมาะสมเป็นเมืองแห่งการศึกษา เพราะมีความเด่น 3 ด้าน 1.อดีตนครรัฐ ที่มีวัฒนธรรมของตัวเองที่มีองค์ความรู้ท้องถิ่นเหมาะแก่การวิจัย 2.ทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวพันธุ์ และ 3. ไม่มีระเบิดเวลาจากอุตสาหกรรมใหญ่และอบายมุข  แต่การศึกษาของน่านทุกวันนี้ เป็นการศึกษาที่สนองตอบเฉพาะระดับประเทศ ละเลยความต้องการของคนถิ่น องค์ความรู้ที่มีอยู่จึงถูกส่งออกไปนอกเมือง การศึกษาแบบน่านสไตล์ จึงควรเรียนรู้ในท้องถิ่นว่า มีทรัพยากรอย่างไร มีวัฒนธรรมอย่างไร เมื่อเรียนจบแล้วก็จะมาตอบสนองเมืองของเขา เมื่อเมืองเข้มแข็ง ก็จะส่งทรัพยากรไปช่วยประเทศได้

ว่าที่ร้อยตรีสมเดช อภิชยกุล ประธานคณะกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดี จ.น่าน กล่าวว่า น่านมีปัญหาหลักและเรื้อรังคือ เด็กท้องถิ่นย้ายเข้ามาเรียนในเมืองและเด็กเมืองย้ายไปเรียนต่างจังหวัด ทำให้เกิดปัญหาเด็กต้องอยู่หอตัวคนเดียว  เสี่ยงต่อปัญหาติดสุรา ยาเสพติดและท้องก่อนวัยอันควร จึงอยากจะมีมหาวิทยาลัยของจังหวัด และเสริมว่าโจทย์การศึกษาที่คนน่านต้องการคือ การศึกษาที่รักษาศิลปวัฒนธรรม เพราะน่านมีจุดแข็งอยู่ที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

 

 

ชัยภูมิ สู่สภาพัฒนาการเรียนรู้ ผนึกกำลังจังหวัด-ท้องถิ่น-ภาคประชาชน 

เล็งสร้างครูสอนดีพัฒนาคุณภาพเด็กเต็มพื้นที่

จากเวทีระดมความเห็น“การยกระดับการพัฒนาการเรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชนคนชัยภูมิ” ซึ่งมีตัวแทนจากจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สาธารณสุข สถานพินิจ เขตพื้นที่การศึกษาประถม มัธยม และอาชีวศึกษา ครูสอนดี ผู้บริหารสถานศึกษา และภาคประชาสังคมในจังหวัด โดยได้ระดมความเห็นถึงสถานการณ์ปัญหาเด็กและเยาวชนในจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งพบสถานการณ์ปัญหาที่สำคัญคือ เด็กและเยาวชนมีผลการเรียนเฉลี่ยต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยของประเทศ ปัญหาเด็กด้อยโอกาสในสังคม ทั้งเด็กยากจน กำพร้า ติดเอดส์ และมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ยังพบว่าวัดและอาชีวศึกษา กลายเป็นแหล่งรองรับเด็กเหลือเลือกจากสถานศึกษา

นายอดุมชัย ชัยจุฑาภัค ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30 กล่าวว่า เด็กและเยาวชนในจังหวัดชัยภูมิ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ จากการวัดผลคะแนนสอบ O-Net พบว่า คะแนนสอบโดยเฉลี่ยของเยาวชนจ.สุรินทร์อยู่ในลำดับที่ 60 และกลุ่มมัธยมอยู่ในลำดับต่ำกว่า 10 รั้งท้าย

   ขณะที่สถานการณ์เด็กและเยาวชนด้อยโอกาสทางการศึกษา นายประสงค์  พรโสภิณ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3  เปิดเผยว่า จากข้อมูลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต3 ในปี2555 มีจำนวนนักเรียนในสังกัด 30,000 คน เป็นเด็กด้อยโอกาสฐานะยากจน 19,000 คน , เด็กกำพร้าเทียมโดยไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ 252 คน ,เด็กกำพร้าที่พ่อหรือแม่เสียชีวิต 354 คน ,เด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์ ที่อยู่ในโรงเรียน 30 คน ยังไม่รวมถึงเด็กพิการ สมาธิสั้น ท้องก่อนวัยอันควร และเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษา

เช่นเดียวกับอาชีวศึกษาและวัด กลายเป็นแหล่งรองรับนักเรียนเหลือเลือก ดร.สิทธิศักดิ์ ชำปฏิ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคชัยภูมิ กล่าวว่า สิ่งที่พบในขณะนี้คือ ปัญหาของเด็กขาดความพร้อมในการเรียน เด็กที่เข้ามาเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กที่ถูกร่อนตะแกรงมาแล้วหลายรอบ กลายเป็นสมองไม่ดีให้มาเรียนอาชีวะ การเรียนการสอนจึงพบปัญหาใหญ่ตามมาคือ“วินัย” ที่ส่งผลทำให้นักเรียนหลุดออกจากรั้วการศึกษา

พระครูศรีปริยัติพิมล ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดกลางเมืองเก่าวิทยา กล่าวว่า วัดเปรียบเหมือน “ถังขยะใบใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อรองรับเด็กที่อกหักจากสถานศึกษาอันดับ 2 โดยเด็กที่เก่งส่วนใหญ่จะเรียนต่อโรงเรียนในเมืองที่มีชื่อเสียง หากสอบเข้าไม่ได้ก็เข้าโรงเรียนอันดับ 2 รองลงมา แต่ถ้าเข้าไม่ได้ไม่มีทางไปจึงเอาเด็กมาอยู่วัด ซึ่งเณรที่เข้ามาบวชเรียนส่วนใหญ่มักอยู่กับปู่ย่าหรือมาจากครอบครัวหย่าร้าง วัดจึงกลายเป็นถังขยะใบใหญ่ที่สุดในโลกที่เปิดรับเด็กที่ไม่มีทางไปได้ศึกษาต่อ  แต่อย่าคิดว่าพระเณรจะอยู่บนหิ้งอย่างเดียวเพราะเขาก็มีความรู้สึก ในวัดจึงมีจีวรบินหรือเณรหนีเรียน ดังนั้นการเรียนการสอนจึงเน้นสร้างวินัย หากมีวินัยแล้วจะไม่เกิดปัญหา

สำหรับทิศทางการพัฒนาเด็กและเยาวชนในจังหวัดชัยภูมิ จากเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้องถึงปัญหาเด็กและเยาวชนในจังหวัดชัยภูมิ ได้มีการสะท้อนภาพร่วมกันถึงทิศทางการยกระดับการพัฒนาการเรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชนคนชัยภูมิ ในอีก 5 ปีข้างหน้า

นายบรรยงค์  วงศ์กนิษฐ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ภาพที่อยากเห็นคือ อยากให้ครูต้นแบบหรือครูดีเต็มพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ  การที่มีครูสอนดีในจังหวัดชัยภูมิ 300 กว่าคนยังน้อยเกินไปต้องเพิ่มกว่านี้เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนอย่างมีคุณภาพ มีความรัก ความภาคภูมิใจในความเป็นคนชัยภูมิ เรามีคนต้นแบบที่จงรักภักดีคือ พญาภักดีชุมพลหรือเจ้าพ่อพญาแล ซึ่งนอกจากความภูมิใจในถิ่นกำเนิดแล้ว เด็กต้องพัฒนาการเรียนรู้เพื่อก้าวไกลสู่สากล เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 ด้วยการหาวิธีการให้เด็กชัยภูมิมีความดี การเรียนที่ดี มีคุณสมบัติเป็นเด็กที่ดี ผลการเรียนอยู่ในลำดับต้นไม่น้อยหน้าจังหวัดอื่น ซึ่งปัญหาเด็กและเยาวชนในจังหวัดคงไม่สามารถปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเข้ามาแก้ไขได้อีกต่อไป เราต้องร่วมมือกันแก้ไขจึงจะสำเร็จ

นายประสงค์ พรโสภิณ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3 กล่าวว่า ตนอยากเห็นสภาพัฒนาการเรียนรู้คนชัยภูมิ เกิดขึ้น เพราะปัญหาเด็กและเยาวชนมีความหลากหลายที่จะต้องสร้างการเรียนให้ต่างกัน ซึ่งการช่วยเหลือต้องทำในหลายมิติ เช่น การเชื่อมโยงกับพัฒนาสังคมจังหวัดเพื่อฝึกทักษะอาชีพเบื้องต้นในกลุ่มเด็กด้อยโอกาสเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกชักจูงในทางที่เสีย และควรเริ่มดูแลตั้งแต่เด็กเล็ก เพื่อสร้างนิสัยที่ดีเป็นที่ต้องการของสังคม ซึ่งปัจจุบันยังแยกส่วนกันดูแล บางส่วนอยู่กับสพฐ. วัด บ้านเมตตา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้าร่วมกันทำงานจะทำให้เกิดการร่วมมือกันทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน และสร้างให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนในจังหวัดชัยภูมิ ทั้งในระบบโรงเรียน นอกโรงเรียน และตามอัธยาศัย ซึ่งสภาพัฒนาการเรียนรู้จังหวัดชัยภูมิจะครอบคลุมเรื่องเหล่านี้

นายทองอินทร์  เพียภูเขียว ประธานคณะกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดีและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ในปัจจุบันเด็กมีความหลากหลายสิ่งที่ต้องทำคือ  1) มีโครงสร้างทุกระดับทั้งประถม มัธยม อาชีวะ โดยใช้โครงสร้างที่มีอยู่เดิมคือ คณะกรรมการเพื่อการคัดเลือกครูสอนดีฯระดับจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งและเพิ่มเติมทุกภาคส่วนเข้าร่วมมากขึ้น เพื่อให้การดูแลเด็กถูกส่งไม้ต่อ ใน 4 ด้านคือ 1) การดูแลตั้งแต่เด็กเล็ก 2) การศึกษาขั้นพื้นฐานจะจัดการอย่างไรให้เด็กมีคุณภาพไม่หลุดจากระบบ  3) การมีงานทำ ซึ่งอาชีวะจะทำอย่างไรให้เด็กมั่นใจว่าเรียนแล้วมีงานทำ และ 4) การศึกษาตลอดชีวิต  

นายสมชัย พูดเพราะ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า นักเรียนที่จบม.6 จากโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มี 20% ที่ตั้งใจเข้ามหาวิทยาลัย แต่อีก 80% ไม่ทราบว่าหายไปไหน สะท้อนถึงข้อมูลของ อบจ. จึงจำเป็นต้องมีระบบฐานข้อมูลเพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพที่เน้นทักษะอาชีพและทักษะชีวิตควบคู่กันเพื่อให้เด็กจบมามีงานทำ ประกอบอาชีพได้ในชุมชน

สุรินทร์ ... ตีโจทย์อีก 5 ปี เยาวชนทั้งจังหวัดต้องจบการศึกษาภาคบังคับ  
เล็งผลักดันกลุ่มเด็กเว้น แม่วัยรุ่น หัวโจกหมู่บ้านเป็นกลุ่มแรกพัฒนา
 
     นายนิรันดร์  กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ปัญหาการศึกษาของเด็กและเยาวชนจ.สุรินทร์ มีทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำทั้งในประถมและมัธยมศึกษา ขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์และการแก้ไขปัญหา มาตรฐานของครูผู้สอน ปัญหาเด็กที่มาจากครอบครัวและสังคม รวมถึงพื้นที่เสี่ยงหรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเด็ก เหล่านี้เป็นปัญหาที่จังหวัดสุรินทร์นำมาวิเคราะห์ร่วมกันในเวทีระดมความคิด เห็นเพื่อนำสู่การกำหนดทิศทางปฏิรูปการศึกษาแก่เด็กในจังหวัดสุรินทร์ร่วม กัน 3 ด้านคือ  1) เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสต้องได้รับการดูแลจนจบการศึกษาภาคบังคับและมี ทักษะที่จำเป็น ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนในการดำเนินการ 2) ในกลุ่มเด็กและเยาวชนทั่วไปต้องได้รับการพัฒนาให้เต็มตามศักยภาพ และ 3) กลุ่มเด็กเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษต้องได้รับการพัฒนาส่งเสริมสู่ความเป็น เลิศ

  นายกิตติภัทร์  รุ่งธนเกียรติ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า สิ่งแรกที่ต้องดำเนินการคือ เด็กและเยาวชนในจังหวัดสุรินทร์ทุกคนจะต้องจบการศึกษาภาคบังคับ ตามด้วยการเรียนรู้ด้านภาษาเพื่อแข่งขันในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งการทำงานทุกอย่างจึงต้องเกิดจากความร่วมมือและประสานงานเป็นอย่างดี จึงมีการแต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาเด็กและเยาวชน เกิดขึ้น ตนเชื่อมั่นว่าใน 5-10 ปีข้างหน้าเด็กและเยาวชนของจังหวัดสุรินทร์จะมีศักยภาพและมีความพร้อมที่จะ แข่งขันในกลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียนได้อย่างแน่นอน


นายไกรศักดิ์  วรทัต ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า จ.สุรินทร์ ได้มีการจัดทำฐานข้อมูลด้านการศึกษาโดยรวบรวมจากหลากหลายแหล่งที่กระจายกัน อยู่ ซึ่งได้มีการออกแบบโปรแกรมให้เป็นข้อมูลเด็กและเยาวชนภาพรวมของจังหวัด โดยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อ ฮาร์ทแวร์สนับสนุน ซึ่งขณะนี้ได้มีการขอความร่วมมือจากเขตพื้นที่การศึกษาและข้อมูลคุณภาพของ โรงเรียนต่างๆ เพื่อดำเนินงานกับเยาวชนกลุ่มเป้าหมายอันดับแรก คือ เด็กเกเร เด็กแว้น แม่วัยใส และหัวโจกตามหมู่บ้าน ให้เด็กกลุ่มนี้จบการศึกษาภาคบังคับ
“ระบบฐานข้อมูลคุณภาพที่พัฒนาขึ้นจะ ทำให้เห็นระดับความรุนแรงของปัญหาในแต่ละพื้นที่ เช่น พื้นที่ใดมีแม่วัยใสหนักที่สุด ก็จะเลือกพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่นำร่อง โดยประสานงานกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. โรงเรียน วัด สาธารณสุข เป็นทีมงานในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นกลยุทธดึงคนจากหลากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม จากการเห็นข้อมูลเพื่อกระตุ้นคนที่เกี่ยวข้องได้สนใจเข้าร่วมแก้ไขปัญหาไป พร้อมกัน รวมทั้งการอาศัยแรงผลักดันจากผู้ใหญ่ในจังหวัดร่วมรับรู้และช่วยผลักดันอีก ทิศทางหนึ่ง”นายไกรศักดิ์ กล่าว

 

 

รับชมการถ่ายทอดเสียงผ่านทางสถานีวิทยุชุมชนได้ที่สถานีดังต่อไปนี้



จำนวนผู้เข้าชม 3423 คน | จำนวนโหวต 1 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
4

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์