เวทีปฏิรูปการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 11 : ถักทอพลังชุมชน(ตำบล)...เพื่อยกระดับการเรียนรู้ของพลเมืองรุ่นใหม่

เขียนโดย sugar s | 29/11/2555 19:25:19

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


สารพัน 'ความกลัว' ที่ "ช่วยได้" : เมื่อบ้าน-วัด-โรงเรียนกลับมา "มีใจ" ให้การศึกษาท้องถิ่น            

              "กลัวเต็กจะติดเทคโนโลยี ติดมือถือ ติดอินเตอร์เน็ต กลัวลูกท้อง อยากได้อยากมีเหมือนคนอื่น"  ต่างๆ เหล่านี้เป็นประเด็นสะท้อนของพ่อแม่ในยุคศตวรรษที่ 21 ที่สภาพแวดล้อมในปัจจุบันสุ่มเสี่ยงต่อปัจจัยยั่วยุรอบข้าง

                ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ “บ้าน-วัด-โรงเรียน” ยังเป็น “เบ้าหลอม” สำคัญในการเรียนรู้ร่วมกันของคนในชุมชน แต่เมื่อสังคมเปลี่ยน เป้าหลอมนั้นเริ่มบุบเบี้ยว เพราะคนเริ่มมองแบบแยกส่วน การพัฒนาและแก้ไขปัญหาเด็กเยาวชน โดยเฉพาะการส่งเสริมการเรียนรู้จึงทำได้ไม่ต่อเนื่อง โรงเรียนจึงกลายเป็น “ตัวช่วยหลัก” ที่พ่อแม่ฝากความหวัง แต่เมื่อโรงเรียนขาดแรงสนับสนุน และถูกปล่อยให้ยืนอย่างโดดเดี่ยว บ่อยครั้งจึงพบการเรียนรู้ที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของคนในท้องถิ่น

                การแก้ปัญหาเพื่อสร้างให้เกิดความยั่งยืนในการสร้างการเรียนรู้จึงวกกลับมายังท้องถิ่น โดยเริ่มมองหาการเชื่อมโยงระหว่างคนในชุมชน ซึ่งมูลนิธิสยามกัมมาจล  ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)  ได้สนับสนุนให้ สถาบันเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข (สรส.)  พัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนในลักษณะที่เรียกว่า “โรงเรียนครอบครัว” ซึ่งเป็นแนวทางการปรับฐานความคิดที่ดึงความมีส่วนร่วมจากบ้าน โรงเรียน วัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานพื้นฐานต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมจัดการเรียนรู้ให้เยาวชนในท้องถิ่นได้เรียนรู้วิชาชีพ  วิชาชีวิต  วิชาชุมชน  และวิชาการ  การถ่ายทอดความรู้และใช้ความรู้ที่มีอยู่เชื่อมโยงทั้งในและนอกชุมชน  เพื่อพัฒนาคนรุ่นใหม่เกิดทักษะในการคิดทำงานร่วมกันและการอยู่ร่วมกัน  สอดคล้องกับแนวทางพัฒนาเยาวชนในศตวรรษที่ 21

"เวทีปฏิรูปการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล" ครั้งที่ 11 : ถักทอพลังชุมชน(ตำบล)...เพื่อยกระดับการเรียนรู้ของพลเมืองรุ่นใหม่ ซึ่งมาจากความร่วมมือของมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมกันถ่ายทอด 2 กรณีศึกษาตัวอย่าง จากโรงเรียนครอบครัวบ้านห้วยม้าลอย ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองสาหร่าย อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี และโรงเรียนครอบครัวตำบลหนองอียอ ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองอียอ อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ ณ โรงแรมมิราเคลแกรนด์ ในวันที่ 4 ธันวาคมนี้

              สำหรับจุดเด่นของ  โรงเรียนครอบครัว คือ โรงเรียนที่เปิดพื้นที่สร้างสรรค์และเปิดโอกาสให้คนในชุมชนได้ “คิดร่วม ทำร่วม และเรียนรู้ร่วม” โดยมีคณะกรรมการโรงเรียนที่มาจาก “กลุ่มคนมีใจ” ในชุมชน ตั้งแต่พระ แพทย์ ผู้ใหญ่บ้าน ครู ท้องถิ่น และเอกชน ที่พร้อมจะหนุน “ทีมครูใหญ่” และ “เยาวชนแกนนำ” ในการสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการและส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และช่วงปิดภาคเรียน

              สวัสดิ์ กันจรัตน์ ปลัดอบต.หนองสาหร่าย ยอมรับว่า เดิมที่ยังไม่มีโรงเรียนครอบครัว อบต.ก็ทำตามบทบาทที่กฎหมายเขียนไว้ตามภารกิจทั่วไป ที่คิดและทำอย่างแยกส่วน ใครรับผิดชอบโรงเรียนก็รับดูแลสถานศึกษา ใครดูแลโรงพยาบาล ก็ดูและสุขภาพ ในฐานะท้องถิ่นก็จะทำโครงสร้างพื้นฐานให้น้ำไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก แต่ทุกวันนี้ต้องหันมาพัฒนาเยาวชนในพื้นที่ของเราเอง  และต้องทำงานร่วมกัน  ปัจจุบันการศึกษาที่ชุมชนต้องการจะเกี่ยวข้องกับการทำงานและหาเลี้ยงชีวิต แต่เมื่อนักวิชาการศึกษาท้องถิ่นให้ความสำคัญกับการศึกษาในระบบ ทำให้การศึกษาไม่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในชุมชนท้องถิ่น การมีโรงเรียนครอบครัว ทำให้ผู้นำชุมชน เด็กพ่อแม่ ได้ร่วมกันคิดทำการเรียนรู้ร่วมกันในแบบที่ต้องการ”

             เตียง ชมชื่น ครูใหญ่โรงเรียนครอบครัวบ้านห้วยม้าลอย กล่าวว่า การออกแบบหลักสูตรหรือกิจกรรมนั้น จะมีการพูดคุยระหว่างทีมงานซึ่งอยู่ในคณะกรรมการโรงเรียนฯ และเยาวชนแกนนำ  ในฐานะที่เป็นครูใหญ่ก็ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เสนอความคิด โดยยึดหลักการเรียนรู้ที่สร้างให้เด็กเกิดความสนุกร่วมกับชุมชน ร่วมกับพ่อแม่ และคนในพื้นที่ เช่น การพาเด็กสัมผัสวิถีชีวิตชาวนา ซึ่งเป็นอาชีพหลักของพ่อแม่ และให้ผู้นำชุมชนฝึกให้เด็กลงมือทำ เพื่อให้เด็กรู้คุณค่า และความยากลำบากของพ่อแม่ “ลึกๆเราจึงไม่ได้ให้เด็กเรียนรู้แค่การทำนา แต่เราให้เรียนรู้หลักการคำนวณ  และเข้าใจคุณค่าของข้าวและวิถีของชาวนา  ซึ่งเด็กเขาจะไม่รู้ตัวหรอกว่าเขาได้ฝึกอะไรบ้าง”

               สอดคล้องกับ มีชัย ศิลปรัตน์ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านห้วยม้าลอยที่กล่าวว่า เมื่อนำเด็กเข้ามาโรงเรียนครอบครัว เด็กได้แสดงออกหลายๆ ด้าน ทำให้เด็กกล้าแสดงออก และกล้าพูดในชุมชน โดยเฉพาะกิจกรรมสร้างให้เกิดทักษะในชีวิต เด็กได้เรียนรู้ตามธรรมชาติ ขณะเดียวกัน ครูปราณี  ปั้นไว  ครูประถมศึกษาโรงเรียนบ้านห้วยม้าลอย ได้นำกระบวนการเรียนรู้นอกห้องเรียนของโรงเรียนครอบครัวไปปรับใช้ในการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีความสุขและสนุกกับการเรียนรู้วิชาการในห้องเรียน  และยังได้ครูภูมิปัญญาท้องถิ่นมาร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดภูมิปัญญาให้กับนักเรียนด้วย

สมนึก  พลเสน  เจ้าพนักงานสาธารณสุขอาวุโส  โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านห้วยม้าลอย กล่าวว่า การเข้ามามีส่วนร่วมเป็นอีกเจ้าภาพหนึ่งของโรงเรียนครอบครัว เพราะคิดว่ากระบวนการเรียนรู้ของเยาวชนมีเรื่องสุขภาพและวิถีชิวิตร่วมอยู่ด้วย  เมื่อเยาวชนเข้าร่วมเรียนรู้และพัฒนาตนเองจนสามารถเป็นแกนนำเยาวชนที่ใส่ใจสุขภาพและสมัครใจเป็น อสม.น้อย ก็นับว่าเป็นกระบวนการพัฒนา อสม.น้อย  อีกรูปแบบหนึ่งที่ส่งผลให้การทำงานของ รพ.สต. บรรลุเป้าหมายในเรื่องสุภาวะองค์รวมได้

ขณะที่ ทรงพล  เจตนาวณิชย์  หัวหน้าโครงการพัฒนาเยาวชนในชุมชนท้องถิ่น 4 ภาค สถาบัน สรส. ยอมรับว่า ความยากของการสร้างโรงเรียนครอบครัวคือ ต้องหา “คน” ที่มี “ใจ”มาร่วมงาน ทั้งหมอ เจ้าอาวาส ครู และชุมชน “สิ่งคำคัญคือ ต้องรวมใจคนให้ได้ก่อน เพราะสุดท้ายแล้ว เราทุกคนก็ต้องอยู่กับโรงเรียน อยู่กับครอบครัว อยู่กับชุมชน ฉะนั้นต้องสร้างให้ชุมชนมีจิตสาธารณะ การเตรียมความพร้อมของ “คน” จึงเป็นปัจจัยอันดับแรกในการสร้างโรงเรียนครอบครัวให้เกิดความยั่งยืน”

โรงเรียนครอบครัว  จึงเป็นเสมือนตัวกลางที่ทำให้คนในหน่วยงานต่าง ๆ มีบทบาททำงานพัฒนาเยาวชนหันมาร่วมคิด  ร่วมทำ  ร่วมรับผิดชอบ  งานพัฒนาเยาวชนร่วมกัน  ด้วยเป้าหมายเดียวกัน  หลากวิธี  หลายองค์ความรู้ ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่ายในชุมชน  “วาระพัฒนาเยาวชน”  เป็นเป้าหมายของการพัฒนาท้องถิ่น

ติดตามการถ่ายทอดสดเวทีวิชาการ “ปฏิรูปการศึกษาเพื่อคนทั้งมวล” ครั้งที่ 11  ในถักทอพลังชุมชน(ตำบล)...เพื่อยกระดับการเรียนรู้ของพลเมืองรุ่นใหม่”  ผ่านทางเว็บไซด์ สสค. www.QLF.or.th และเครือข่ายวิทยุชุมชนเพื่อความเข้มแข็ง www.TNEWSnetwork.com ได้ในวันอังคารที่ 4 ธ.ค.นี้ เวลา 13.30-16.30 น. ทั้งนี้ท่านสามารถมีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของท่านได้ทาง twitter สสค. @QLFthailand และFacebook/QLFthailand (http://www.facebook.com/QLFthailand)



จำนวนผู้เข้าชม 4113 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์