ครูลพบุรีร่วมใจสร้างสื่อใกล้ตัว หยิบ “กล้วย” มาช่วยสอนทุกวิชา

เขียนโดย saowalak 01 | 13/09/2555 14:52:49

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


ครูลพบุรีรวมใจผนึกกำลังทั้งโรงเรียน ร่วมคิดใช้ทุกส่วนของต้นกล้วยเป็นสื่อบูรณาการการเรียนการสอนทุกรายวิชา ให้ศิษย์สนุกกับใช้ความคิด ร่วมสร้างสรรค์การเรียนรู้ พร้อมร่วมมือกับชุมชนต่อยอดสร้างผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายสร้างรายได้

          กล้วย เป็นพืชพื้นบ้านของไทยที่พบเห็นได้ทั่วไป สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ขนม ของตกแต่ง กระทงหรือภาชนะ ถือเป็นพืชต้นทุนต่ำ ปลูกได้ทุกสภาพพื้นที่ นอกจากนำมาใช้ประโยชน์แล้ว ยังสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในชุมชนอีกด้วย จากจุดเด่นของกล้วยทำให้ ครูจารุวรรณ พูลฤทธิ์ ครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ แห่งโรงเรียนบ้านเขายายกะตา ต.ชัยนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ลพบุรี เขต2 บูรณาการโครงงานการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้ เรื่อง “กล้วย...พืชล้ำค่าคู่บ้านเขายายกะตา” รายวิชาเพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี นำกล้วยน้ำว้า มาฝึกหัดนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นให้ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น มาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า และเพิ่มมูลค่า สร้างอาชีพและรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวบนพื้นฐานของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.)

          “กล้วย สามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งลำต้น ผล ใบตอง หัวปลี  มีประโยชน์ทั้งกินทั้งใช้ เราเลยมาคิดว่าทำอย่างไรที่จะส่งเสริมโอกาสให้กับเด็กนักเรียน ประกอบกับโรงเรียนบ้านเขายายกะตาเป็นโรงเรียนขยายโอกาส ที่จำนวนครูไม่เพียงพอ ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ส่งผลให้นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับ ส่วนใหญ่ขาดโอกาสในการศึกษาต่อ ต้องไปประกอบอาชีพ จึงเห็นความจำเป็นในการพัฒนาทักษะวิชาชีพ ให้เด็กได้มีโอกาสฝึกทักษะความคิด  ฝึกอาชีพ มีกระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพ โดยใช้เป็นโครงงานและกระบวนการ” ครูจารุวรรณ เล่าถึงที่มาของโครงการ

          ครูเจ้าของโครงงานเล่าอีกว่า ครูทั้งโรงเรียนร่วมกันตั้งโจทย์ให้เด็กได้คิดว่า ทำอย่างไรให้ “กล้วย” เกิดประโยชน์ สามารถนำไปต่อยอดทางอาชีพได้ เป็นการหยิบจับของที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ได้ ไม่ต้องซื้อ เราสอนให้เด็กมีกระบวนการความคิดทำงานอย่างมีระบบ หรือเป็นแรงบันดาลใจหากไม่ได้เรียนต่อ ฝึกให้คิดมองหาช่องทางทำอะไรได้ในอนาคตต่อไป และสอนการหาช่องทางจำหน่ายสินค้าทั้งการวางขายและการขายทางอินเทอร์เน็ต โดยจะสอนในรายวิชาการงานอาชีพ ทุกวันอังคาร วันละ 3 ชั่วโมง

          โครงงาน“กล้วย...พืชล้ำค่าคู่บ้านเขายายกะตา”  มีกิจกรรมให้นักเรียนและครูได้ร่วมกันสร้างสรรค์การเรียนรู้ 6 กิจกรรม ได้แก่ 1.การทำแปลงเกษตรสวนกล้วยบนเนื้อที่ 4 ไร่ กล้วย 200 ต้น ตั้งแต่การปลูก การทำปุ๋ยหมักและน้ำชีวภาพ  2.งานใบตอง ได้แก่ กระทงใบตอง และบายศรี

          3.สำรับอาหาร 4 ภาค ได้แก่ อาหารคาว อาหารหวาน และการถนอมอาหาร ซึ่งในส่วนนี้แนะนำให้เด็กนำกล้วยไปเป็นวัตถุดิบในการทำอาหาร เช่น แกงเหลืองกล้วยดิบ แกงไก่ใส่กล้วยดิบ ต้มยำปลากระป๋องใส่หัวปลี เป็นต้น นอกจากนี้ได้ให้นักเรียนทดลองคิดเมนูใหม่ๆ โดยการใช้กล้วยเป็นวัตถุดิบหลัก ขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟกลิ่นกล้วย ออกจำหน่าย

          4.งานผลิตภัณฑ์แปรรูป ได้แก่ กระดาษสา กระเป๋า หมวก 5.สหกรณ์ชุมชนบานาน่า ได้แก่ รองรับผลิตภัณฑ์จากล้วย การเรียนรู้บันทึกรายรับรายจ่าย การคำนวณต้นทุน และการจัดจำหน่าย โดยให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย  และ 6.การเผยแพร่ผลงานผ่านเว็บไซต์ ป้าย หรือวารสาร โดยแต่ละกิจกรรม จะครูเข้าไปมีส่วนร่วม ซึ่งขณะนี้กำลังออกแบบบรรจุภัณฑ์และตราผลิตภัณฑ์ ส่วนการเผยแพร่ ได้จะสอนเด็กจัดทำวารสารเผยแพร่สินค้าและผลิตภัณฑ์ การประกาศขายทางอินเทอร์เน็ต ให้นักเรียนได้เรียนรู้ทุกกระบวนการตั้งแต่การปลูก การแปรรูปและการจำหน่าย

          ทั้งนี้โครงการยังบูรณาการให้เข้ากับทุกกลุ่มสาระวิชาการเรียนรู้ เช่น คณิตศาสตร์ ให้นักเรียนได้รู้จักคำนวณผลผลิต คำนวณต้นทุน วิชาสังคม ได้เรียนรู้เรื่องของภูมิประเทศ ดิน อากาศ จากการทดลองปลูก เทคโนโลยี ได้เรียนรู้ในส่วนของการใช้คอมพิวเตอร์ และการประกาศขายทางอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

          “แม้จะเป็นโครงการไม่ใหญ่โต แต่เชื่อว่าเหมาะสมและมีคุณค่ากับเด็ก เราสอนให้เด็ก คิดว่าเมื่อปลูกแล้วเอาไปทำอะไรได้บ้าง ไปสานอาชีพอะไรได้บ้าง ไม่ใช่กิน แค่อิ่มไปวันเดียว ไม่ใช่แค่ปีสองปีนี้  อีก 4-5 โรงเรียนเราอาจจะเข้มแข็งการงานอาชีพ และจะช่วยฉุดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้ดีขึ้นด้วย” ครูจารุวรรณ กล่าว

          ทางด้าน ด.ช.พิริยะ  อินทร์โชติ หรือ น้องอ๋อง ชั้น ม.3 บอกว่า ที่บ้านของตนปลูกกล้วยน้ำว้าไว้หลายต้น ปกติที่บ้านก็เอากล้วยมาใช้ประโยชน์ตลอด พอมาเรียนทำอาหารก็รู้สึกสนุกและชอบ เพราะทำให้ได้คิดค้นเมนูอาหารแปลกใหม่ เป็นความท้าทาย และการสร้างผลิตภัณฑ์จากกล้วยออกมาทำให้ได้ความรู้ติดตัวไปใช้ สามารถนำไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้อีกด้วย 

          ขณะที่ ด.ช.ธนกร  สนเผือก หรือ น้องก๊อต ชั้น ม.3 บอกว่า นอกจากการแปรรูปกล้วย การทำอาหารแล้ว สิ่งที่ได้ เช่น เรื่องของการทำเกษตร ทั้งการเพาะปลูก การใส่ปุ๋ยดูแล การทำปุ๋ยหมัก น้ำชีวภาพ การทำบัญชีรายรับรายจ่ายซึ่งจะจำเป็นหากจะต้องไปทำธุรกิจในอนาคต เช่นเดียวกับการคำนวณต้นทุนการผลิตเพื่อจะได้กำหนดราคาที่เหมาะสม และการหาช่องทางจำหน่ายทั้งการวางจำหน่ายโดยตรงและการจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ ซึ่งจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 

          “กล้วย...พืชล้ำค่าคู่บ้านเขายายกะตา” ถือเป็นโครงการที่สร้างการมีส่วนร่วมกับทุกๆ ส่วน ตั้งแค่ ครู นักเรียน และชุมชน เป็นการตอบโจทย์สังคมแห่งการเรียนรู้อย่างแท้จริง



จำนวนผู้เข้าชม 9331 คน | จำนวนโหวต 2 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
1

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์