นักวิชาการเปิดปรากฎการณ์เรียนรู้อาเซียนแค่เปลือก หวั่นกระทบแรงงานอีก2ปี

เขียนโดย whitethunder lucio | 12/07/2555 14:00:16

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


             ทีโอเอผนึกกำลังสอศ.-สสค. ชวนคนพันธุ์ R รับคำท้าอาเซียน เปิดปรากฎการณ์เรียนรู้อาเซียนแค่เปลือกผ่านธงสัญลักษณ์  หวั่นอีก 2 ปีกระทบแรงงานระดับกลาง 50% ถูกต่างชาติแย่งงาน เตรียมเดินเครื่องพัฒนาอาชีวะไทย “ยกระดับศักยภาพแรงงาน-เตรียมคนสู่อาเซียนในทางปฏิบัติ-ลบภาพลักษณ์ความรุนแรง” พร้อมเปิดภาพลักษณ์ใหม่ ชวนคนพันธุ์ R สร้างจิตอาสา ใช้ทักษะอาชีพ ทำดีเพื่อสังคม

               เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามบริหารธุรกิจ (SBAC) จ.นนทบุรี  บริษัททีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.) จัดงานแถลงข่าว “คนพันธุ์ R รับคำท้าอาเซียน” 

               นายสมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สสค. กล่าวว่า แม้ว่าอัตราการว่างงานของเยาวชนไทยจะลดลง โดยผลสำรวจ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2554 พบว่า เยาวชนมีอัตราการว่างงานลดลงจากร้อยละ 3.8  เป็นร้อยละ 2.9  เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคมปี 2554 แต่กลับพบว่าแรงงานที่จบระดับอุดมศึกษากลับเป็นกลุ่มที่ตกงานสูงสุด  จำนวนถึง 98,000 คน (ร้อยละ 1.4) ขณะที่ตำแหน่งงานว่าง 10 อันดับแรก กว่า 74,530 อัตรา จากข้อมูลของกรมการจัดหางานในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่า ต้องการเด็กจบอาชีวศึกษาเกือบครึ่ง ได้แก่ แรงงานด้านการผลิต จำนวน 23,894 อัตรา ช่างเทคนิค 2,007 อัตรา ช่างไฟฟ้า 1,579 อัตรา เป็นต้น  ซึ่งภายใน 2 ปี จำเป็นต้องยกระดับทักษะฝีมือแรงงานของอาชีวศึกษา ไม่เช่นนั้นแรงงานระดับกลางกว่าครึ่งจะถูกแทนที่ด้วยแรงงานต่างชาติที่มีศักยภาพมากกว่า หากไม่เตรียมพร้อมเด็กไทยจะไม่มีพื้นที่ในการทำงาน เพราะถูกเด็กต่างชาติเข้ามาแทนที่

                  นายสมพงษ์ กล่าวว่า ตนขอท้าคนพันธุ์ R ก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนใน 3 เรื่องคือ 1. เราต้องเปลี่ยนจากอุสาหกรรมสกปรกที่ก่อมลพิษเป็นอุตสาหกรรมสะอาด ฉะนั้นการผลิตทักษะแรงงานจำเป็นต้องมีศักยภาพมากขึ้น อาชีวศึกษาจึงต้องพร้อมที่จะเบียดตัวเองให้สำคัญมกว่าสพฐ. 2. การก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนขณะนี้เป็นเรื่องของเปลือกอาเซียน จากการสำรวจข้อมูลใน 10 จังหวัด พบว่า เป็นเพียงปักธง ยกสัญลักษณ์ในแต่ละสถานศึกษาเท่านั้น  แต่การลงมือสู่วิธีการปฏิบัติและการขับเคลื่อนยังไม่มี ตนจึงอยากให้จัดทำแผนแม่บทการจัดการเรียนรู้ของอาชีวะที่ลงสู่แนวทางปฏิบัติ เพราะขณะนี้ 50% ของวิทยาลัยอาชีวะเป็นเด็กไทย อีกครึ่งหนึ่งเป็นเด็กต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน เพราะเขารู้ว่าการศึกษาอาชีวะในต่างประเทศยังสู้ประเทศไทยไม่ได้ และเชื่อว่าเด็กกลุ่มนี้จะมีแนวโน้มการจ้างงานที่สูงกว่า เพราะมีค่านิยมสู้งานมากกว่าเด็กไทย และ 3 . การเปลี่ยนภาพลักษณ์ความรุนแรง แม้จะมีเพียง 1-3% ของเด็กอาชีวะเท่านั้น แต่ควรแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุตั้งแต่ก่อนปิดเทอม ด้วยการชวนหัวโจกทำกิจกรรมโครงงานจิตอาสาและมีรายได้

                นางศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการศึกษาใน 10 กลุ่มประเทศอาเซียน พบว่า เด็กอาชีวะของไทยเป็นรองเฉพาะสิงคโปร์ แต่หากยังหลงระเริงในสิ่งนี้จะเป็นอันตราย เพราะพม่าเพิ่งเปิดประเทศ จึงเน้นและให้ความสำคัญกับทักษะวิชาชีพ โดยจ้างบริษัทต่างประเทศเข้ามาสอนทั้งครูและนักศึกษา สำหรับการพัฒนาทักษะของเด็กยุคใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมสู่อาเซียนนั้น เด็กไทยต้องมีทักษะด้านภาษา รู้จักทำงานเป็นทีม มีทักษะชีวิต และทักษะวิชาชีพ ซึ่งการสร้างทักษะเหล่านี้ในระดับอาชีวะจะช้าเกินไป จึงต้องเริ่มปลูกฝังตั้งแต่ระดับประถมศึกษา และการเพิ่มสัดส่วนเด็กที่เรียนอาชีวศึกษานั้นสามารถทำได้ด้วยการจับมือร่วมกับสพฐ.ด้วยการสร้างห้องเรียนอาชีวะในโรงเรียนสพฐ.ซึ่งจะไม่เกิดปัญหาค่าใช้จ่ายรายหัว โดยอาชีวะเป็นผู้จ่ายให้กับสพฐ. และยังช่วยให้พ่อแม่รู้สึกปลอดภัยในการส่งลูกมาเรียนอีกด้วย

           นายไชยศิริ สมสกุล ประธานอาชีวซึกษาจังหวัดปทุมธานี ในนามสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า การจัดหลักสูตรการสอนสายอาชีพต้องมีการปรับเปลี่ยนตามความต้องการของตลาดแรงงาน และต้องมุ่งสู่มาตรฐานสากล โดยการระดมสมองกับสถานประกอบการเพื่อร่วมกันคิดหลักสูตร ตลอดจนการพัฒนาทักษะทางภาษา เพราะเด็กไทยแม้จะใช้เวลาเรียนภาษาอังกฤษกว่า 10 ปี แต่ผลการสำรวจประสิทธิภาพด้านภาษาใน 44 ประเทศ พบว่า ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 42 ดังนั้นเด็กยุคใหม่ต้องสื่อสารภาษาอังกฤษได้ รวมถึงการเรียนรู้ภาษาจากประเทศเพื่อนบ้าน

          นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาคเอกชนมีส่วนสำคัญในการสร้างและกำหนดคุณภาพแรงงานที่มีคุณภาพตั้งแต่ระดับเยาวชน   เพราะมีองค์ความรู้ด้านวิชาชีพที่จะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหรรม ภาคเอกชนจึงควรร่วมมือกับภาครัฐ หรือองค์กรการศึกษาต่างๆ พัฒนาแรงงานให้ตรงกับความต้องการ ตลอดจนเป็นผู้นำองค์ความรู้ เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยกระตุ้นให้แรงงานไทยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเยาวชนในกลุ่มอาชีวศึกษาถือเป็นกลุ่มบุคลากรสำคัญที่จะร่วมพัฒนาสังคม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้จัดกิจกรรมผ่านแนวคิด TOA Build Thailand ปีที่ 2 ประกอบด้วย 2 กิจกรรมคือ 1. สร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อเพิ่มพูนความรู้แก่นักเรียนอาชีวะและคณาจารย์ โดยร่วมกับ สอศ. พัฒนาหลักสูตรเถ้าแก่ช่างสี หรือการเป็นช่างสีมืออาชีพ เพื่อเป็นวิชาเลือก ให้แก่นักศึกษา และ 2. สร้างจิตอาสา โดยร่วมกับสสค.จัดโครงการ “ปฏิบัติการจิตอาสา อาชีวะสร้างชาติ” เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนอาชีวะร่วมกันส่งแนวคิดโครงการอาสาทำดีให้สังคม เพื่อรับเงินทุนสนับสนุนพร้อมอุปกรณ์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยสร้างทัศนคติที่ดีแก่สังคม ยังจะช่วยปลูกฝังจิตอาสาให้เกิดขึ้นอีกด้วย

             สำหรับโครงการ “ปฏิบัติการจิตอาสา อาชีวะสร้างชาติ” โดยความร่วมมือของบริษัททีโอเอ และสสค.ในปีนี้ จึงขอเชิญชวนนักเรียนอาชีวศึกษาที่มีจิตอาสาช่วยเหลือสังคม ร่วมส่งแนวคิดและข้อเสนอโครงการอาสาทำดีเพื่อสังคม เข้าประกวดเพื่อรับเงินทุนสนับสนุนโครงการละ 50,000 รวม 20 โครงการ พร้อมอุปกรณ์สีซ่อมสร้าง รวมมูลค่ามากกว่า 1 ล้าน นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียมรางวัลโครงการดีเด่นสำหรับการโหวตผ่านทางเฟสบุ๊ครวมรางวัลมูลค่า 30,000 บาท ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.facebook.com/toabuildthailand หรือที่ www.QLF.or.th  ตั้งแต่วันนี้-16 กันยายนนี้ และส่งไอเดียทำดี 24 ชั่วโมง พร้อมชื่อสกุล เบอร์ติดต่อ พร้อมชื่อสถานศึกษา และโพสต์ข้อความมาได้ที่ www.facebook.com/toabuildthailand"



จำนวนผู้เข้าชม 3591 คน | จำนวนโหวต 3 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
2

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์