เปิดห้องเรียนภาษาพม่า “รู้เขา รู้เรา” ติดอาวุธ พร้อมรับสังคมอาเซียน

เขียนโดย whitethunder lucio | 18/06/2555 22:52:50

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


               “มิงกลาบา” หรือ “สวัสดี”   “เจซูติน บาแด” หรือ “ขอบคุณมาก”   “ควินโละ บ่าหน่อ” หรือ “ขอโทษ” เป็นหนึ่งในภาษาพม่าที่ชุมชนเยาวราช กำลังเรียนรู้เพื่อปรับตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนซึ่งจะมาถึงในปี 2558

               โครงการพัฒนาต้นแบบสาธิตชุมชนวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ในการเตรียมพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับมูลนิธิร่มฉัตร จึง “เปิดห้องเรียนภาษาพม่า พัฒนาภาษาที่ 4 สู่การบุกตลาดอาเซียน”  โดยจัดอบรมให้กับผู้ประกอบการและเยาวชนในชุมชนเยาวราชขึ้นที่โรงเรียนมหาวีรานุวัตร เพื่อหวังให้เป็นชุมชนต้นแบบแห่งการเรียนรู้

               พระธรรมภาวนาวิกรม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร และประธานมูลนิธิร่มฉัตร กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของชุมชนเยาวราชว่า ชุมชนวัดไตรมิตรวิทยารามเปรียบเสมือน “ประเทศไทยย่อส่วน” ซึ่งจำลองภาพชุมชนหลังการเปิดการค้าเสรีอาเซียนในปี 2558 โดยต้องร่วมกันทั้ง “บวร” ประกอบด้วย บ้านหรือชุมชน วัดหรือศาสนาทุกศาสนา และรัฐ ซึ่งรวมถึงโรงเรียนและหน่วยงานของรัฐ ในการวิเคราะห์จุดแข็งของชุมชน ซึ่งจุดแข็งของชุมชนเยาวราชคือ ทองคำ 3 อย่าง 1.หลวงพ่อทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก 2. ร้านค้าทองคำแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศ และ 3.วัฒนธรรมทองคำจากคนไทยเชื้อสายจีน ดังนั้นการส่งเสริมเรื่อง “ภาษา” เพื่อรองรับการค้าและการท่องเที่ยว จะเป็นการต่อยอดจุดแข็งของชุมชนเยาวราชในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน หากชุมชนอื่นใดตื่นตัวที่จะเตรียมความพร้อม ก็ควรเริ่มจากการวิเคราะห์ทุนเดิมที่มีอยู่ และต่อยอดจุดเด่นสร้างความแตกต่างเพื่อเพิ่มมูลค่า

               การทักทายง่ายๆ การเรียนรู้วัฒนธรรมเบื้องต้น ถือเป็นก้าวสำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงการตื่นตัว และเตรียมความพร้อมก่อนที่ในปี 2558 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ “ประชาคมอาเซียน” เต็มตัว

              “รู้เขา รู้เรา” เป็นหนึ่งในแนวคิดหลัก ที่ ดร.อุบล เล่นวารี หัวหน้าโครงการติดตามสนับสนุนและประเมินผลโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้  สสค. ระบุว่าหากประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างมีศักยภาพ การรู้ภาษาท้องถิ่นถือเป็นเครื่องมือและหัวใจสำคัญที่สุด เพราะเป็นบ่อเกิดแห่งการเรียนรู้ขั้นต่อไป

           ภาษาพม่า เป็นภาษาแรกที่ สสค. เลือกมาเปิดห้องการเรียนรู้  ด้วยเพราะปัจจัยหลายประการ โดยจากผลการสำรวจพบว่าชาวพม่าเป็นแรงงานต่างชาติที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยมากที่สุด  ทั้งยังเป็นประเทศที่มีทรัพยากรสมบูรณ์ และที่สำคัญเป็นประเทศกำลังเปิดและอยู่ในกระแสสนใจของสังคม ดังนั้นการเรียนรู้ภาษาพม่าจึงน่าจะเกิดประโยชน์อย่างมาก 

           โดยการเรียนการสอนในครั้งนี้จะเรียนจากอาจารย์พม่าโดยตรง ทำให้นอกจากจะช่วยเรื่องการสื่อสารแล้ว ยังทำให้ผู้เรียนได้เข้าใจถึงวัฒนธรรมของชาวพม่าได้อีกทางหนึ่งด้วย ประกอบกับการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ จะส่งเสริมทำให้เกิดการซึมซับในชีวิตประจำวัน อาทิ การเปิดห้องสมุดอาเซียน ภายในวัดไตรมิตรวิทยาราม การปรับภูมิทัศน์ในชุมชนเยาวราชให้มีบรรยากาศเป็นอาเซียน เช่น ป้ายบอกทางภาษาพม่า ฯลฯ

           “ทุกวันนี้เราต้องปรับตัว รู้เขา-รู้เรา ย่อมดีกว่าไม่รู้อะไรเลย ซึ่งหนทางที่จะเปิดช่องความรู้ ก็ต้องเริ่มด้วยการรู้ภาษา โดยเริ่มแรกอาจจะเพียงแค่การสื่อสารภาษาง่ายๆ พอให้สื่อสารเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดทางธุรกิจ สร้างการบริการที่ดี สร้างความประทับใจ ส่วนเยาวชนก็จะได้เปิดโลกสู่ประชาคมอาเซียนเพิ่มพูนความรู้”

                ดร.วาสนา เลิศศิลป์ ผู้จัดการโครงการพัฒนาต้นแบบสาธิตชุมชนวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ในการเตรียมพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน สสค. กล่าวว่า การเรียนรู้ไม่ว่าอะไรก็ตามถือว่าเป็นประโยชน์ทั้งสิ้น การรู้ย่อมดีกว่าการไม่รู้อะไรเลย  ส่วนการเรียนการสอนครั้งนี้ แม้จะเป็นหลักสูตรระยะสั้นเพียง 15 ชั่วโมง แต่เชื่อว่าการเริ่มต้นย่อมทำให้เกิดความตื่นตัวในการเรียนรู้และศึกษาเพิ่มเติมต่อไป โดยเฉพาะในชุมชนเยาวราชมีจุดเด่นเรื่องความตื่นตัวอยู่แล้ว แถมมีปัจจัยเอื้อประโยชน์ ทั้งเป็นชุมชนที่เข็มแข็ง มีจุดเด่นในหลายๆ ด้าน เป็นถนนสายทองคำ แหล่งเศรษฐกิจของประเทศ มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้การพัฒนาต่อยอดทักษะความรู้ไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

               ด้านผู้สอนอย่าง  อาจารย์ ทัน ทัน เหมี่ยน อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  กล่าวว่า การเปิดประเทศเข้าสู่ประชาคมอาเซียน นอกจากภาษาที่เป็นหัวใจสำคัญที่ต้องเรียนรู้แล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการเรียนรู้วัฒนธรรม เคารพวัฒนธรรม เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน

                สำหรับหลักสูตรในการเรียนการสอนนั้นเป็นหลักสูตรระยะสั้น เปิดสอนทุกวันเสาร์ วันละ 3 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง รุ่นละ 30 คน และแบ่งการสอนเป็น 2 ระดับ คือระดับผู้ประกอบการ และ ระดับเยาวชน โดยระดับผู้ประกอบการจะเน้นพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร ส่วนเยาวชนจะเน้นเรื่องการอ่าน การเขียน แต่ท้ายที่สุดก็มีเป้าประสงค์เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ โดยเฉพาะการสื่อสารทักษะง่ายๆ  สอนคำศัพท์ง่ายๆ ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน  และที่สำคัญคือได้เรียนรู้วัฒนธรรม  วิถีชีวิตของชาวพม่าที่ควรรู้ สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ซึ่งเมื่อจบหลักสูตรจะมีการประเมินผลและออกเกียรติบัตรให้กับผู้เรียนด้วย

                 สุดท้ายนอกจากความรู้ที่ได้ โครงการนี้ยังเสริมประโยชน์ทำให้ชาวพม่า และชาวไทยเข้าใจ และได้เรียนรู้กันมากขึ้น โดยมีภาษาเป็นสื่อกลางที่จะทำให้ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศพม่าได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

               ขณะที่ฝั่งผู้เรียน  นายเมธา เลิศปรีชาภักดี ผู้ประกอบการเยาวราช กล่าวว่า การเรียนในครั้งนี้เชื่อว่าจะได้ประโยชน์มาก เพราะปัจจุบันมีชาวพม่าอยู่ในเมืองไทยจำนวนมาก อยู่ใกล้ชิดกับเราทั้งวัน แต่เราไม่สามารถพูดคุยสื่อสารกันรู้เรื่อง เช่น ตอนเกิดภัยพิบัติมีคนงานพม่าที่ต้องการความช่วยเหลือ แต่เราไม่สามารถทำอะไรหรือช่วยเหลืออะไรได้เลย

              “ที่ผ่านมาบ้านเราไม่เคยมีการเรียนการสอนภาษาพม่าอย่างจริงจัง ไม่ค่อยมีคนไทยที่เรียนภาษาพม่า แต่ในทางกลับกันชาวพม่าส่วนมากสื่อสารภาษาไทยได้ ทำให้เราเสียเปรียบ ดังนั้นการเรียนรู้ครั้งนี้จะทำให้ตนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ แม้จะเป็นเพียงการสื่อสารง่ายๆ ก็ตาม เช่นการสื่อสารกับแรงงานพม่าที่บ้าน แต่ประโยชน์ที่ได้รับกลับอาจมหาศาล เช่น ช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน และทำให้รู้จักใส่ใจกันมากขึ้นด้วย”

               ท้ายที่สุด “การเปิดห้องเรียนภาษาพม่า” ที่สสค.ริเริ่มครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่จะเปิดความเข้าใจ “ รู้เขา รู้เรา” เพื่อการเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่อาเซียนอย่างมีศักยภาพ……

              

      

             



จำนวนผู้เข้าชม 20401 คน | จำนวนโหวต 8 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
1

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์