สสค. จับมือมูลนิธิร่มฉัตร ยก ‘ชุมชนเยาวราช’ ต้นแบบชุมชนเข้มแข็ง รุกรับอาเซียน พร้อมเปิดตัว ‘ห้องเรียนอาเซียน’- ‘คอร์สภาษาพม่า’ ต่อยอด ‘อนาคตเจ้าสัวน้อย’ ตอกย้ำ “ชุมชน” ต้องเรียนรู้วิเคราะห์จุดเด่นท้องถิ่น สู้ตลาดเสรีอาเซียน

เขียนโดย whitethunder lucio | 06/06/2555 15:32:02

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 6 มิถุนายน ที่วัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ (สสค.) ร่วมกับ มูลนิธิร่มฉัตร จัดพิธีเปิดชุมชนต้นแบบวัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร ในการเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การเปิด “ห้องเรียนอาเซียน” ในโรงเรียนมหาวีรานุวัตร การปรับภูมิทัศน์ในชุมชนเยาวราชด้วยป้ายสื่อสาร 4 ภาษาคือ ภาษาไทย อังกฤษ จีน และพม่า และการจัดอบรมภาษาพม่าให้ผู้ประกอบการ และเยาวชนในชุมชนเยาวราช

พระธรรมภาวนาวิกรม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม วรวิหาร และประธานมูลนิธิร่มฉัตร ในฐานะประธานเปิดงาน กล่าวว่า ชุมชนวัดไตรมิตรวิทยารามเปรียบเสมือน “ประเทศไทยย่อส่วน” ซึ่งจำลองภาพชุมชนหลังการเปิดการค้าเสรีอาเซียนในปี 2558 โดยต้องร่วมกันทั้ง “บวร” ประกอบด้วย บ้านหรือชุมชน วัดหรือศาสนาทุกศาสนา และรัฐ ซึ่งรวมถึงโรงเรียนและหน่วยงานของรัฐ ในการวิเคราะห์จุดแข็งของชุมชน ซึ่งจุดแข็งของชุมชนเยาวราชคือ ทองคำ 3 อย่าง 1.หลวงพ่อทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก 2. ร้านค้าทองคำแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศ และ 3.วัฒนธรรมทองคำจากคนไทยเชื้อสายจีน ดังนั้นการส่งเสริมเรื่อง “ภาษา” เพื่อรองรับการค้าและการท่องเที่ยว จะเป็นการต่อยอดจุดแข็งของชุมชนเยาวราชในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน หากชุมชนอื่นใดตื่นตัวที่จะเตรียมความพร้อม ก็ควรเริ่มจากการวิเคราะห์ทุนเดิมที่มีอยู่ และต่อยอดจุดเด่นสร้างความแตกต่างเพื่อเพิ่มมูลค่า

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการสมาคมประชาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ความริเริ่มของพระธรรมภาวนาวิกรม ร่วมกับสสค. ในการเตรียมความพร้อมให้กับชุมชนสู่ประชาคมอาเซียน โดยสร้างความตระหนักรู้ให้กับชุมชน เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับชุมชนอื่นๆถือเป็นสิ่งที่ดีต่อสังคมไทย เพราะคนไทยต้องตระหนัก ต้องพร้อม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ไม่เช่นนั้นเราจะถูกทอดทิ้ง เพราะในปี 2015 ของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจะมีการแข่งขันอย่างรุนแรงในทุกๆด้าน จึงมีโอกาสอย่างมากสำหรับประชากรอาเซียน 600 ล้านคน และสำหรับคนไทย 64 ล้านคน ซึ่งโอกาสและศักยภาพเหล่านั้นจะเป็นประโยชน์มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับความพร้อมของคนไทย

ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับชุมชนอื่นๆที่จะพัฒนาชุมชนของตนเองเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้น ต้องรับรู้กฎเกณฑ์และกลไกของอาเซียนที่ประกอบด้วย 1 การเมืองและความมั่นคงที่ต้องมีเสถียรภาพ  2 ประชาคมเศรษฐกิจ โดยจำเป็นต้องพัฒนาในเรื่องภาษา ทักษะ และวิทยาการ โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเอง หรือที่เรียกว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในการผลิตนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งต้องสร้างในเยาวชนคนรุ่นใหม่ และ 3 ประชาคมสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งบทบาทของสถาบันทางศาสนาจะมีส่วนสำคัญของการเตรียมเยาวชนให้มีสมรรถนะที่สูงขึ้น เช่น การอบรมให้เป็นคนมีวินัย ตรงต่อเวลา ซื่อสัตย์สุจริต

ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ที่ปรึกษาวิชาการ สสค.กล่าวว่า ในเวทีเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม ประเทศไทยถูกจัดอันดับศักยภาพการแข่งขันกับประเทศต่างๆทั่วโลก ลดลง 1 ลำดับจากเดิมลำดับที่ 38 เป็นลำดับที่ 39 ตามหลังสิงคโปร์ มาเลเซียและบรูไน การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของไทย จึงต้องเตรียมพร้อมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสังคมวัฒนธรรม ดังนั้นไตรมิตรโมเดล สสค.จึงมุ่งหวังให้เป็นชุมชนต้นแบบที่สะท้อนความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง

ดร.อมรวิชช์ กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนของชุมชนวัดไตรมิตร จึงมีการให้ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนโดยมีแหล่งเรียนรู้ผ่านห้องเรียนอาเซียน ที่โรงเรียนมหาวีรานุวัตร ให้กับคนในชุมชนและเป็นแหล่งทัศนศึกษาของเครือข่ายโรงเรียนในเขตสัมพันธวงศ์ การปรับทัศนียภาพในชุมชนเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวอาเซียน เช่น ป้ายบอกทางสถานที่สำคัญ 4 ภาษา คือ ภาษาไทย อังกฤษ จีน และพม่า รวมถึงการเตรียมความพร้อมด้านภาษา ซึ่งโรงเรียนวัดไตรมิตรวราราม มีการเปิดสอนภาษาจีนก่อนหน้านี้ สสค.จึงจัดอบรมเพิ่มเติมในหลักสูตรภาษาพม่าให้กับผู้ประกอบการและประชาชนที่สนใจ

นางสาวจุไรรัตน์ แสงบุญนำ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการเน้นยุทธศาสตร์เชิงรุกในการสร้างความตระหนักเพื่อเตรียมพร้อมให้กับเยาวชนสู่การเป็นประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะทักษะภาษาอังกฤษ และภาษาเพื่อนบ้าน ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสร้างเครือข่าย เพื่อสร้างแรงงานที่มีคุณภาพ และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ โดยเริ่มจากการทำข้อตกลงร่วมกันของสมาชิกอาเซียน ในการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรีใน 8 วิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกร นักสำรวจ นักบัญชี สถาปนิก และสาขาการท่องเที่ยว ฉะนั้นต้องสร้างเด็กให้มีความเป็นผู้นำ มีเหตุผล รู้จักคิดวิเคราะห์ มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม

นายวิศิษฐน์ ลิ้มประนะ ประธานสภาชุมชนเยาวราช กล่าวว่า เมื่อเปิดการค้าเสรีอาเซียน หมายถึงคนจำนวนร่วมพันล้านคนที่เคลื่อนย้ายเสรี ทั้งสินค้า บริการ และการลงทุน แม้จะทำให้ประเทศไทยมีลูกค้ามากขึ้น เพราะตลาดใหญ่ขึ้น แต่ใช่ว่าจะได้เปรียบอยู่ฝ่ายเดียว ฉะนั้นคนในชุมชนจึงเป็นกำลังสำคัญในการวิเคราะห์จุดเด่นของตัวเอง เพื่อสร้างจุดแข็ง เช่น ชุมชนเยาวราช เป็นย่านการค้า และย่านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การส่งเสริมเรื่องภาษาจีนและภาษาอังกฤษจึงสอดคล้องกับความต้องการของคนในชุมชน ยิ่งสสค.เข้ามาเพิ่มคอร์สภาษาพม่าก็จะทำให้คนเยาวราชมีความพร้อมยิ่งขึ้น เพราะต่อไปต้องมีคนพม่า คนกัมพูชา มาซื้อของที่สำเพ็ง มีคนมาเที่ยวเยาวราชมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศพม่าเพิ่งจะเปิดประเทศ หากการเมืองมั่นคง เศรษฐกิจก็จะไปไกล ฉะนั้นการจัดอบรมภาษาพม่าเพื่อผู้ประกอบการรายย่อย และเยาวชนจึงเป็นประโยชน์กับคนเยาวราชอย่างแน่นอน



จำนวนผู้เข้าชม 4420 คน | จำนวนโหวต 1 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
5

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์