สสค.ชวน “คนพันธุ์ R รับคำท้าพัฒนานวัตกรรม” ตอกย้ำ ‘ศักยเพียบ’ ทักษะสำคัญแห่งศตวรรษที่ 21” เตรียมเด็กไทยรับเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน 2558

เขียนโดย whitethunder lucio | 25/03/2555 19:05:01

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


รศ.ดร.จิราภรณ์ ศิริทวี ผู้ทรงคุณวุฒิสสค.เป็นตัวแทน สสค.กล่าวเปิดงานเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ "คนพันธุ์ R รับคำท้าพัฒนานวัตกรรม"

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2555 สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ภายใต้โครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้ระดับอาชีวศึกษา ครั้งที่ 1/2554 จึงได้เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “คนพันธุ์ R รับคำท้าพัฒนานวัตกรรม" ซึ่งมาจากโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวม 28 โครงการ มีผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน ณ วิทยาลัยพาณิชยการบึงพระพิษณุโลก จ.พิษณุโลก ก่อนจะมีการจัดเวทีครั้งต่อไปในวันที่ 29-30 มีนาคม ที่จ.ประจวบคิรีขันธ์

รศ.ดร.จิราภรณ์ ศิริทวี ผู้ทรงคุณวุฒิสสค.ได้กล่าวเปิดการประชุมถึงสาเหตุของความสำคัญของอาชีวศึกษาว่า จุดเด่นอยู่ที่ "การได้ลงมือปฏิบัติ" (Learning by Doing) ซึ่งเป็นตัวอย่างของการศึกษาอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการแข่งขันในศตวรรษที่ 21 นั้น คนไม่ได้แข่งกันว่า จะจดจำได้มากน้อยกว่าเพียงไร แต่อยู่ที่ว่า สามารถใช้องค์ความรู้ที่ได้มาแล้วต่อยอดได้มูลค่าเพิ่มขึ้นเพียงไร โดยเฉพาะการมองย้อนดูตัวเองว่า ประเทศไทยพร้อมหรือไม่ในการเปิดเสรีการค้าอาเซียนในปี 2558 นี้ ประกอบด้วยทักษะ 6 ด้าน ดังนี้

1.Good Head: ต้องมีการคิดอย่างฉลาดปราดเปรื่อง 2.Good Heart: มีสำนึกร่วมในส่วนรวม คิดถึงคนอื่นมากกว่าตัวเอง 3.Good Health: ต้องมีความสมบูรณ์ ทั้งร่างกายและจิตใจ 4.Good Hand: มือคู่นี้ เรียนแล้วทำอะไรดี ทำอะไรเป็น 5.Good Communication: สื่อสารกับส่วนกลางรู้เรื่อง เอาตัวอย่างดีๆจากต่างประเทศมาเรียนรู้ต่อยอด และ 6.Good Technology: ต้องมีการปรับตัวให้ทันสมัยเพื่อสร้างเครือข่ายร่วมกันในระบบออนไลน์

ที่ปรึกษาประจำโครงการร่วมพูดคุยกับนักศึกษาชั้นปวช.และคณะครูในโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำยางพาราและเส้นใยไฟเบอร์กลาสใช้ในงานรองรับกำลังของพื้นปูน วิทยาลัยสุรนารี

“ปัญหาคือ จะใช้องค์ความรู้และกระบวนการสอนอย่างไรให้เด็กไทยสามารถเอาตัวรอดได้ในศตวรรษที่ 21 ซึ่งจะทำให้ช่วอาชีวศึกษาอยู่ในโลกในสังคมนี้ได้อย่างสง่างาม มีองค์ประกอบ 6 ข้อที่ต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า อาชีวศึกษามีพร้อมแล้วหรือไม่ เราต้องเน้นให้เด็กได้เรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติ (Learning by Doing) โดยเฉพาะเรื่องภาษาและการสื่อสาร ถ้าปรับได้งานอาชีวจะไปสู่จุดอื่นๆ และเชื่อว่า เป็นโปรเจ็คท์ที่นักเรียนได้ลงมือทำมากที่สุดคือผลสัมฤทธิ์สูงสุด เพราะจะก่อนให้เกิด ศักย "เพียบ" ในเด็ก ซึ่งเกิดจากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง

การลงมือปฏิบัติ” (Learning by Doing) จึงกลายเป็นทักษะสำคัญและจุดโดดเด่นของชาวอาชีวศึกษา ที่จะกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนของสังคมไทยในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะการตั้งรับแรงงานที่จะถาโทมเข้ามาหลังจากการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนในปี 2558

สอดคล้องกับอดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล ในฐานะอดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) และที่ปรึกษาประจำโครงการฯกล่าวว่า  “21st century skill” หรือทักษะในศตวรรษที่ 21 กลายเป็น วิสัยทัศน์ของทุกประเทศ ณ ตอนนี้ เพราะเกิดจากความล้มเหลวของระบบการศึกษาที่เกิดขึ้นทั่วโลก จึงมีเพื่อนปฏิรูปการศึกษาที่อยากช่วยยกระดับการศึกษาที่เห็นควรร่วมกันว่า เด็กเยาวชนในยุคนี้ต้องมีทักษะอย่างไรบ้าง เช่น ต้องมีการคิดเป็นระบบ  มีความคิดสร้างรรค์ ต้องมีการเชื่อมโยงซึ่งกันและกันบนฐานเหตุผล

ศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล อดีตรองปลัดศธ.ในฐานะที่ปรึกษาประจำโครงการฯ ร่วมพูดคุยกับรศ.ดร.จิราภรณ์ ศิริทวี ผู้ทรงคุณวุฒิสสค. นายเศรษฐา เศรษฐเมธีกุล ผู้จัดการโครงการ มูลนิธิ ซีเมนต์ไทย (SCG) และนายวรเขต ภัทรกายะ หัวหน้าคณะติดตามสนับสนุนและประเมินผลโครงการฯ ในงานเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้

“เมื่อชาวอาชีวศึกษารับคำท้ามาทำงานนี้ ก็อยากจะให้มีความภาคภูมิใจในความเป็นอาชีวะ ซึ่งถือว่า เป็นตัวแทนของอาชีวศึกษา กว่า 800 แห่งทั่วประเทศ เมื่อมีคนพร้อมเข้ามาช่วยเรา เราต้องมีการพัฒนาต่อยอดงานที่มีอยู่แล้วให้แตกต่างออกไป โดยเฉพาะความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ต้องบอกว่าในอาเซียน ประเทศไทยเป็นรองเฉพาะสิงคโปร์ แต่ต่อไปเมื่อเปิดตลาดการค้าเสรีอาเซียน แรงงานจากเดิม 60 ล้านคนจะเพิ่มเป็น 600 ล้านคน ซึ่งจะเกิดแหล่งผลิตที่ใหญ่ขึ้น ตอนนี้ทุกประเทศจึงให้ความสำคัญกับอาชีวศึกษา สิงคโปร์กำหนดเลยว่า ต้องมีการเรียนสายวิชาชีพ 70% ขณะที่บรูไนก็ให้นักศึกษาปี 3 ไปอยู่ต่างประเทศเพื่อฝึกฝนภาษา โดยเฉพาะไอซีทีเขาอยู่ในลำดับ 1 เท่ากับมาเลเซียและสิงคโปร์ ขณะที่ไทยอยู่อันดับรองลงมา”

ด้านวรเขต ภัทรกายะ หัวหน้าคณะติดตามสนับสนุนและประเมินผลโครงการฯ อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงราย กล่าวว่า สสค.เป็นปัจจัยความสำเร็จอันแรกที่พยายามให้การสนับสนุนเผื่อแผ่มายังอาชีวศึกษา ทำให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้ามาสนับสนุนการทำงานของอาชีวศึกษา แม้การขยายตัวของอาชีวศึกษาไม่สอดคล้องกับสภาพเป็นจริง เนื่องจากคนจบอาชีวะไม่เพียงพอ อาจทำให้ประเทศไทยที่ยังพื้นฐานคนใช้แรงงานมาก สูญเสียรายได้ในการจ้างแรงงานเมื่อเปิดการค้าเสรี ฉะนั้นชาวอาชีวศึกษาจะต้องปักธงของอาชีวศึกษาว่า ไม่ใช่การพัฒนาเพียงเครื่องยนต์กลไก แต่เป็นพัฒนาให้คนมีงานทำ เป็นคนที่สามารถเรียนรู้ตลอดชีวิต ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องแสดงให้เห็นว่า ครูจำเป็นต้องเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วย เพราะเด็กก็จะซึมซับลักษณะของเราไปใช้เป็นต้นแบบ

“เมื่อกลไลในการขับเคลื่อนงานยังไม่สมบูรณ์ สสค.จึงเป็นอีกตัวช่วยที่ทำให้เรามีโอกาสร่วมสร้างประวัติศาสตร์ของแวดวงอาชีวศึกษา จะทำให้เกิดประโยชน์ได้แท้จริง มีการเพิ่มมูลค่าและคุณค่า เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป”

บรรยากาศในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ด้านวรเขต ภัทรกายะ หัวหน้าคณะติดตามสนับสนุนและประเมินผลโครงการฯ อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงราย กล่าวว่า สสค.เป็นปัจจัยความสำเร็จอันแรกที่พยายามให้การสนับสนุนเผื่อแผ่มายังอาชีวศึกษา ทำให้เกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้ามาสนับสนุนการทำงานของอาชีวศึกษา แม้การขยายตัวของอาชีวศึกษาไม่สอดคล้องกับสภาพเป็นจริง เนื่องจากคนจบอาชีวะไม่เพียงพอ อาจทำให้ประเทศไทยที่ยังพื้นฐานคนใช้แรงงานมาก สูญเสียรายได้ในการจ้างแรงงานเมื่อเปิดการค้าเสรี ฉะนั้นชาวอาชีวศึกษาจะต้องปักธงของอาชีวศึกษาว่า ไม่ใช่การพัฒนาเพียงเครื่องยนต์กลไก แต่เป็นพัฒนาให้คนที่มีงานทำ เป็นคนที่สามารถเรียนรู้ตลอดชีวิต ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องแสดงให้เห็นว่า ครูจำเป็นต้องมีความเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วย เพราะเด็กก็จะซึมซับลักษณะของเราไปใช้เป็นต้นแบบ

“เมื่อกลไลในการขับเคลื่อนงานยังไม่สมบูรณ์ ในฐานะส่วนท้องถิ่นก็จะช่วยในการยกระดับคุณภาพการศึกษาด้วยตัวเอง สสค.จึงเป็นอีกตัวช่วยที่ทำให้เรามีโอกาสร่วมสร้างประวัติศาสตร์ของแวดวงอาชีวศึกษา จะทำให้เกิดประโยชน์ได้แท้จริง มีการเพิ่มมูลค่าและคุณค่า เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อท้องถิ่นอย่างยั่งยืนต่อไป”

ส่วนเศรษฐา เศรษฐเมธีกุล ผู้จัดการโครงการ มูลนิธิซีเมนต์ไทย (SCG) ซึ่งมีโอกาสเข้ามาร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับสสค.เป็นครั้งแรกกล่าวว่า ขณะนี้ทางมูลนิธิซีเมนต์ไทยมีนโนบายการสนับสนุนคุณภาพการเรียนรู้ของอาชีวศึกษาเพราะเชื่อว่าจะเป็นพลังสำคัญให้ประเทศไทยก้าวสู่การเปิดประตูการค้าอาเซียนในปี 2018 เมื่อทราบว่า สสค.มีการสนับสนุนโครงการอาชีวศึกษา จึงอยากจะขอเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเพิ่มเติม ซึ่งได้แบ่งการสนับสนุนเป็น 2 ส่วนคือ 1.สนับสนุนทุนการศึกษาให้นักศึกษาสายช่าง ที่มีเกรดเฉลี่ย 2.7 ได้รับทุนจนจบปริญญาตรี และเปิดโอกาสให้ทำงานใน SCG และ 2.ให้การสนับสนุนสถาบันที่มีโครงการที่สร้างประโยชน์กับชุมชน และท้องถิ่น โดยจะให้การสนับสนุนเรื่องเครื่องมือ และอุปกรณ์ ซึ่งจะมีการประมวลผลและสนับสนุนร่วมกับบอร์ดใหญ่SCGต่อไป

เพราะทุกคน ทุกองค์กรทุกภาคส่วน ต่างเชื่อมั่นว่า อาชีวศึกษาจะเป็นอีกหนึ่งการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน ในการพัฒนานวัตกรรมสร้างองค์ความรู้ อันจะยังผลประโยชน์ที่ตกอยู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน



จำนวนผู้เข้าชม 3212 คน | จำนวนโหวต 2 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
4

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์