วิธีปรับตัวง่ายๆเพื่อการเป็น "สุดยอดนักเสิร์ช" (1)

เขียนโดย voramon -- | 25/03/2555 11:16:10

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


ที่ผ่านมา กูเกิล (Google) ถูกเรียกขานในนามแหล่งข้อมูลที่ชาวออนไลน์ทุกคนสามารถค้นหาทุกอย่างที่ต้องการได้ในพริบตาเดียว ซึ่งล่าสุด กูเกิลยกระดับตัวเองให้ฉลาดขึ้นด้วยการพัฒนาระบบ instant search ซึ่งทำให้ชาวออนไลน์ได้เห็นตัวอย่างข้อมูลที่รออยู่เพียงพิมพ์ตัวอักษรแรกของคำคีย์เวิร์ดเท่านั้น ขณะเดียวกันก็แนะนำลิงก์เว็บไซต์ที่คาดว่าเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคีย์เวิร์ดนั้นด้วย

แม้จะดูว่าการใช้งานกูเกิลง่ายดายและแสนสบายมากแล้วในขณะนี้ แต่ประเด็นคือ ยังมีวิธีการมากมายที่ชาวออนไลน์สามารถเปลี่ยนตัวเองให้เป็นสุดยอดนักเสิร์ชมือทองที่ควบคุมให้กูเกิลทำงานได้ดีกว่าเดิม วิธีการเหล่านี้จะเสริมให้คุณวิเคราะห์ข้อมูลบนกูเกิลได้ง่ายขึ้น การตัดสินใจเลือกลิงก์เว็บไซต์จะทำได้ดีขึ้น แถมยังลดโอกาสเอ่ยปากเพื่อขอความช่วยเหลือจากเซียนเสิร์ชได้อีกด้วย  

วิธีการเหล่านี้ถูกเผยแพร่โดย Daniel Russell ผู้บริหารกูเกิลซึ่งได้รับตำแหน่งดูแลคุณภาพการเสิร์ชและความสุขของผู้ใช้หรือ Search Quality and User Happiness (กูเกิลมีตำแหน่งงานนี้จริงๆ) ซึ่งทั้งหมดเชื่อว่าอาจจะมีเคล็ดลับบางอย่างที่ใครหลายคนอาจยังไม่เคยรู้ เพราะเคล็ดลับการใช้กูเกิลต่อไปนี้ไม่ใช่เคล็ดการใช้คำสั้งพิเศษบนกูเกิลที่มีการเปิดเผยมาก่อนหน้านี้ แต่เป็นเคล็ดในการปฏิบัติตัวของผู้เสิร์ชเองเพื่อให้สามารถรับผลการค้นหาที่ดีที่สุดได้อย่างรวดเร็วขึ้น

1. CONTROL F หาไวเจอเร็วกว่า

หลังจากเคาะ Enter ที่กล่องใส่คีย์เวิร์ด หลายคนต้องหยิบแว่นตาขึ้นมาใส่เพื่อไล่อ่านลิงก์ที่กูเกิลแสดงมาให้ทุกบรรทัด ใครรู้ตัวว่ากำลังทำพฤติกรรมนี้ให้เปลี่ยนมากดปุ่ม Control F (กดปุ่ม Ctrl ค้างไว้แล้วกดปุ่มอักษร F ตามหลัง) แล้วใส่วลีซึ่งมีคำคีย์เวิร์ดที่ต้องการลงไปอีกรอบ เท่านี้ก็จะสามารถค้นหาตำแหน่งคำที่ต้องการได้ว่าอยู่บรรทัดใดในหน้านั้นได้ทันที ช่วยให้การค้นหาลิงก์ทำได้เร็วกว่าการไล่สายตาอ่านทีละบรรทัด

ผู้ใช้คอมพิวเตอร์แม็คอินทอชจะต้องเปลี่ยนเป็นกดปุ่ม Command F แทน จึงจะสามารถกระโดดไปที่บรรทัดที่ต้องการได้เหมือนผู้ใช้พีซี ทั้งหมดนี้ ผู้บริหารกูเกิลอ้างว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากกว่า 90% ไม่รู้ว่าสามารถใช้วิธีนี้ จึงต้องเสียเวลามากในการไล่ดูข้อมูลทั้งหน้าเพจเพื่อหาตำแหน่งวลีที่ต้องการ ซึ่งทำให้ผู้ใช้เกิดความรู้สึกว่าเสิร์ชเอนจิ้นที่ใช้อยู่ไม่มีประสิทธิภาพ

2. KEEP IT SIMPLE คีย์เวิร์ดต้องง่ายและพลิกแพลง

จุดสำคัญของการเสิร์ชอยู่ที่ไหนไม่ได้นอกจากคีย์เวิร์ด ผู้บริหารกูเกิลแนะว่านักเสิร์ชควรเลือกคำคีย์เวิร์ดโดยคิดว่านักเขียนบนโลกออนไลน์จะใช้วลีใดในการพูดถึง ซึ่งมักจะต่างกันกับคำที่นักเสิร์ชตั้งคำถามให้กับเสิร์ชเอินจิ้น

คุณต้องท่องไว้เสมอว่าการค้นหาข้อมูลที่มีอยู่บนโลกออนไลน์นั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับความคิดคุณเลย แต่มันเกี่ยวกับความคิดของนักเขียนล้วนๆ เพราะข้อความที่แสดงความสงสัยของคุณกับข้อเขียนที่นักเขียนถ่ายทอดนั้นมีโอกาสสูงที่จะต่างกัน ทางที่ดี คุณควรคิดถึงวลีพื้นฐานบางท่อนที่คาดว่านักเขียนจะอ้างถึงเมื่ออธิบายข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดนั้น ซึ่งการเดาใจนักเขียนนี้จะเป็นทางลัดที่ทำให้การเสิร์ชทำได้เร็วขึ้น

ดังนั้นอย่าใช้วลีที่เป็นประโยคคำถามของคุณเองในเสิร์ชเอนจิ้น เช่น "กูเกิลมีอายุกี่ปี" แต่ให้ใช้คีย์เวิร์ดที่ง่ายและเดาใจผู้เขียนว่าอาจจะต้องกล่าวถึงปีที่ก่อตั้ง โดยเสิร์ชคำว่า "กูเกิล, ก่อตั้ง, ปี" แทน

3. DEFINE OPERATOR หาความหมายศัพท์สุดง่าย

นี่คือพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมและมีประโยชน์มากของกูเกิล เพียงพิมพ์คำว่า “Define” แล้วต่อด้วยคำที่ต้องการ กูเกิลจะเปลี่ยนโฉมตัวเองเป็นดิกชันนารีหรือพจนานุกรมพูดได้ทันที เพราะไม่เพียงความหมายของคำศัพท์ (ความหมายแสดงเป็นภาษาอังกฤษ) ผู้ใช้จะเห็นรูปลำโพงกระจายเสียงขนาดจิ๋วปรากฏอยู่ข้างคำที่ค้นหา ซึ่งเมื่อคลิกระบบจะอ่านออกเสียงคำที่ชัดเจน น่าเสียดายที่ยังไม่รองรับภาษาไทย

4. ONE MORE SEARCH เช็คซ้ำชัวร์กว่า

แม้การเสิร์ชครั้งแรกจะได้ผลมาแล้ว แต่การตรวจสอบเพื่อยืนยันความจริงกับแหล่งข้อมูลแห่งที่ 2 จะให้ความมั่นใจที่มากกว่า โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องการค้นหาข้อมูลที่มีความสำคัญต่อการตัดสินใจ หรือเรื่องราวที่เกี่ยวกับเงินทองซึ่งคนที่พลาดท่าเสียทีมักจะเสียใจภายหลัง

การกรอกคีย์เวิร์ดเพื่อค้นหาข้อมูลซ้ำอีกครั้งนั้นเป็นสิ่งที่นักข่าวหลายคนทำ เหตุผลคือเพราะโลกออนไลน์นั้นมีแหล่งข้อมูลที่หลากหลายทั้งที่เชื่อถือได้และล่อลวง ซึ่งหากคุณต้องการหาข้อมูลอะไรที่สำคัญกว่าวันเกิดของเลดี้กาก้า ก็ควรจะเสิร์ชซ้ำอีกครั้งจึงจะดีที่สุด

5. FIND THE SOURCE ค้นต้นน้ำ

ความผิดพลาดของข้อมูลนั้นเกิดขึ้นได้ในทุกเว็บไซต์ ทั้งเว็บไซต์ที่นำข้อมูลมาบอกต่อและเว็บไซต์ดั้งเดิมที่เผยแพร่ข้อมูลนั้นเป็นที่แรก ทั้งหมดนี้ทำให้สุดยอดนักเสิร์ชต้องเลือกเชื่อถือแหล่งข้อมูลให้ดี เพราะลำพังแค่ดูว่าเว็บไซต์นั้นมีตัวตนและแสดงข้อมูลติดต่อที่ชัดเจนทั้งที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ รวมถึงชื่อผู้เขียนพร้อมโลโก้ที่น่าเชื่อถือนั้นไม่ได้เป็นหลักประกันที่เพียงพอ โดยสิ่งที่นักเสิร์ชควรทำคือการตรวจสอบแหล่งข้อมูลกับเว็บไซต์อย่าง Who.is ซึ่งนักเสิร์ชจะสามารถค้นพบได้ว่าเว็บไซต์ที่เป็นซอร์สหรือแหล่งข้อมูลนั้นเป็นเว็บไซต์กำมะลอหรือไม่ โดยสามารถค้นได้หมดว่าตัวเว็บก่อตั้งขึ้นเมื่อใด รวมถึงข้อมูลไอพีแอดเดรสเบื้องต้น

6. CONFIRM CONTENT ต้องรู้คอนเทนต์เปลี่ยน

ชาวออนไลน์รู้ดีว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่วลีหรือประโยคเดียวกันจะไปปรากฏบนเว็บไซต์หลายแห่งได้ เพราะคอนเทนต์มากมายถูกนำไปทำซ้ำแล้วเผยแพร่ใหม่อยู่ตลอดเวลาบนโลกออนไลน์ การดูที่วันเผยแพร่คอนเทนต์คือจุดหนึ่งที่นักเสิร์ชมือสมัครเล่นใช้แยกแยะว่าเว็บไซต์ใดคือต้นฉบับคอนเทนต์นั้น แต่ปัญหาคือข้อมูลวันที่นั้นไม่มีความแน่นอน โดยเฉพาะหากคอนเทนต์นั้นถูกเปลี่ยนแปลงแล้วนำมาเผยแพร่ใหม่ ซึ่งจะทำให้ข้อมูลวันที่เผยแพร่คอนเทนต์คลาดเคลื่อนไป

สุดย



จำนวนผู้เข้าชม 1623 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์