รู้จัก NFC เบื้องหลังมือถือพันธุ์ใหม่แจ้งเกิด

เขียนโดย voramon -- | 25/03/2555 10:41:59

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


ไปทำความรู้จักกับชิป NFC เทคโนโลยีที่ทำให้โทรศัพท์มือถือไม่ได้เป็นแค่โทรศัพท์มือถืออีกต่อไป แต่จะเป็นโทรศัพท์มือถือพันธุ์ใหม่ซึ่งสามารถแปลงร่างเป็นบัตรอัจฉริยะหรือสมาร์ทการ์ด ที่ผู้ใช้เพียงแตะโทรศัพท์เข้ากับเครื่องอ่านก็สามารถรับหรือส่งข้อมูลได้แบบทันใจ

ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยี NFC ในโทรศัพท์มือถือนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในประเทศสุดไฮเทคอย่างญี่ปุ่นนั้นมีการใช้ NFC ในระบบชำระเงินด้วยโทรศัพท์มือถืออย่างกว้างขวางมาหลายปีแล้ว แต่สิ่งที่ใหม่คือทิศทางของเทคโนโลยีนี้กำลังส่อแววออกตัวแรงในตลาดโลก เนื่องจากค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ล้วนส่งเสียงขานรับเทคโนโลยีในช่วงปีที่ผ่านมา

NFC คืออะไร

NFC หรือ Near Field Communication ยังเป็นชื่อเทคโนโลยีที่ไม่คุ้นหูคนไทยหลายคน ในทางเทคนิก NFC เป็นเทคโนโลยี RFID แบบหนึ่งที่ใช้งานระยะใกล้ 4-10 ซม. สามารถประยุกต์ใช้งานได้แบบ Contactless Smart Card หรือบัตรฝังชิปซึ่งใช้เพียงการแตะบัตรกับเครื่องอ่าน ไม่ต้องมีการรูดใดๆ

ที่ผ่านมา NFC แพร่หลายอย่างมากในญี่ปุ่น แต่เป็นข้อจำกัดในการแผ่อิทธิพลสู่ตลาดโลกเพราะระบบโทรศัพท์มือถือสัญชาติญี่ปุ่นนั้นเป็นมาตรฐานเฉพาะ ไม่เหมือนกับระบบอื่นๆ ในโลก ทำให้ที่ผ่านมามือถือที่ใช้ NFC ได้นั้นไม่แพร่หลายในระดับโลก

NFC มีรูปแบบการใช้งาน 3 ประเภท ได้แก่ โหมดการทำงานเสมือนเป็นบัตรที่ผู้ใช้แค่"แตะ"หรือวางไว้ใกล้กับเครื่องอ่านโดยไม่ต้องมีการรูดหรือสัมผัสกับเครื่องโดยตรง (Contactless), โหมดการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ NFC ด้วยกัน ซึ่งจะทำให้เจ้าของโทรศัพท์มือถือสามารถส่งรูปถ่ายหรือแฟ้มข้อมูลอื่นถึงกันได้เพียงแค่นำเครื่องมา"แตะ" ไม่ต้องมีการจับคู่ตั้งค่าใดๆ และสุดท้ายคือโหมดอ่านและเขียนข้อมูลซึ่งสามารถนำมาใช้กับการดาวน์โหลดคูปองที่จุดบริการได้รวดเร็ว แทนที่จะต้องรับแจกใบปลิวแบบดั้งเดิม

3 ประโยชน์ NFC

รูปแบบการใช้งานแรกของ NFC นั้นมีชื่อการทำงานอย่างเป็นทางการว่า NFC Card Emulation Mode ในโหมดนี้ NFC จะทำให้สมาร์ทโฟนทำงานเสมือนบัตร Contactless ทั่วไป แต่เพราะสมาร์ทโฟนนั้นสามารถเชื่อมโยงถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ที่ลงทะเบียนใช้งานเบอร์โทรศัพท์ ทั้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ซึ่งสามารถนำมาใช้ยืนยันตัวบุคคลได้ ทั้งหมดนี้ทำให้อุปกรณ์มือถือตามมาตรฐาน NFC สามารถเป็นบัตร Contactless Smart Card เพื่อใช้ในการทำธุรกรรมได้ด้วย

ปัจจุบัน รูปแบบการทำงานนี้ของ NFC ถูกนำมาใช้งานจริงในประเทศไทยแล้ว เช่น Touch SIM จาก True ซึ่งใช้กับระบบ Truemoney หรือบัตรเครดิต Visa Wave เช่น GSM Mobile payWave จาก AIS และธนาคารกสิกรไทยบนมือถือโนเกีย แต่ยังไม่แพร่หลายในขณะนี้ โดยในต่างประเทศ มีการนำโทรศัพท์มือถือมาใช้แทนบัตรกุญแจห้องในโรงแรม รวมถึงการใช้โทรศัพท์มือถือแทนบัตรเข้าออกสถานที่สำคัญด้วย

รูปแบบที่ 2 ถูกเรียกว่า Peer-to-Peer Mode เป็นโหมดการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ NFC ด้วยกัน ลักษณะคล้ายกับเทคโนโลยี Bluetooth ในโทรศัพท์มือถือซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องโดยการการจับคู่ (Pair) เครื่องเข้าด้วยกัน ก่อนจะส่งออกและรับข้อมูลโดยไม่ต้องใช้สายเชื่อมต่อ แต่สำหรับ NFC ความพิเศษจะอยู่ที่การไม่ต้องมีกระบวนการจับคู่เหมือน Bluetooth เพียงแค่เลือกข้อมูลที่ต้องการแลกเปลี่ยนแล้วนำอุปกรณ์ NFC ที่รองรับโหมดนี้มาแตะกัน ข้อมูลก็จะทำการถ่ายโอนกันระหว่างเครื่องทันที

อย่างไรก็ตาม รัศมีทำการของ NFC อยู่ในระดับน้อยกว่า 10 ซม. เท่ากับต้องนำเครื่องมาแตะกันเท่านั้น ต่างจาก Bluetooth ซึ่งออกแบบไว้ให้สื่อสารข้อมูลในระยะหลายเมตร แต่ต้องการกระบวนการจับคู่เครื่อง ถือว่าได้อย่างเสียอย่าง

รูปแบบสุดท้ายคือ Reader/Writer Mode โหมดนี้อุปกรณ์ NFC สามารถทำตัวเสมือนเป็นเครื่องอ่านข้อมูล NFC ด้วยกันเองได้ โดยจะสามารถอ่านข้อมูลจากชิปพิเศษที่ติดอยู่ในจุดบริการข้อมูลสาธารณะได้อย่างรวดเร็ว

ยกตัวอย่างเช่น หากโปสเตอร์โฆษณาใดมีการติดชิป NFC เกี่ยวกับรายละเอียดสินค้าและบริการไว้ (หลายคนเรียกโปสเตอร์โฆษณาลักษณะนี้ว่า Smartposter) ผู้ที่มีโทรศัพท์ NFC จะสามารถอ่านข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมที่ไม่ได้ถูกตีพิมพ์ในโปสเตอร์นั้น ความสามารถนี้ของ NFC ถูกนำมาประยุกต์เพื่อส่งเสริมการขายตามร้านค้าได้ เช่น การแจกคูปองส่วนลดสำหรับ 50 คนแรกที่มาอ่านโฆษณาที่จุดให้บริการ ซึ่งการกำหนดจำนวนแบบนี้ไม่สามารถทำได้โดยการใช้บาร์โค้ต 2 มิติทั่วไป

NFC ฮอตจริงหรือมั่วนิ่ม?

ประโยชน์ของ NFC ทั้ง 3 โหมดนี้ทำให้มีการวิเคราะห์ว่าการเพิ่ม NFC ให้โทรศัพท์มือถือในอนาคต จะช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้แบรนด์โทรศัพท์ไปด้วย เพราะบริษัทวิจัย ABI Research เชื่อว่าตลาด NFC จะขยายตัวก้าวกระโดดในช่วง 1-2 ปีนี้ ซึ่งค่ายมือถือใดที่สามารถชิงตลาดมาก่อนได้ย่อมได้เปรียบ

โทรศัพท์มือถือที่รองรับระบบ NFC มีโอกาสเพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าเท่าตัวในปี 2012 จาก 35 ล้านเครื่องซึ่งจะวางจำหน่ายในท้องตลาดปี 2011 โดยคาดว่าปี 2014 ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 340 ล้านเครื่องจะใช้บริการชำระเงินด้วยโทรศัพท์มือถือเป็นประจำ

ผลคือในขณะนี้ Microsoft ได้ประกาศแผนเพิ่มความสามารถด้านการรองรับ NFC เพื่อการชำระเงินด้วยโทรศัพท์มือถือในระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟนเวอร์ชันถัดไป ขณะที่ Google ที่ประกาศแผนการพัฒนา NFC ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ว่าจะพัฒนาให้มือถือแอนดรอยด์สามารถใช้ชำระเงินแทนเงินสดหรือบัตรเครดิตได้ พร้อมกับที่ผู้ผลิตมือถือ Blackberry อย่าง RIM ที่ประกาศสนับสนุน NFC บนแบล็กเบอรี่ด้วย เช่นเดียวกับ Apple ซึ่งมีข่าวลือว่ากำลังพัฒนาให้ iPhone สามารถทำงานกับ NFC ได้เช่นกัน

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือพุ่งเป้าพร้อมเพรียงไปที่ NFC คือคำพยากรณ์ว่าตลาดชำระเงินด้วยโทรศัพท์มือถือจะมีมูลค่าสูง 2.45 แสนเหรียญสหรัฐในปี 2014 โดยตัวเลข 2.45 แสนเหรียญนี้เพิ่มขึ้นจาก 3.2 หมื่นล้านเหรียญในปี 2010 ถือเป็นตลาดที่มีแนวโน้มขยายตัวก้าวกระโดดหลายเท่าตัว (ตามข้อมูลจากการ์ทเนอร์)

ผลพลอยได้จาก NFC

แนวโน้มสำคัญที่คาดว่าจะแจ้งเกิดทันทีที่โทรศัพท์มือถือ NFC แจ้งเกิดในตลาดโลก คือโปรแกรมประเภท Location Based Smartphone Coupon หรือระบบให้คูปองส่วนลดอิงสถานที่ ซึ่งผู้ใช้โทรศัพท์มือถือจะได้รับรู้ว่ามีร้านค้าใดในบริเวณใกล้เคียงที่นำเสนอส่วนลดอยู่ ถือเป็นประโยชน์ทั้งฝ่ายผู้บริโภคและเจ้าของกิจการ ที่สำคัญ ทั้งคู่จะไม่ต้องผูกภาระให้คูปองกระดาษซึ่งมักสูญหายง่ายอีกต่อไป เพราะลูกค้าสามารถโหลดคูปองส่วนลดเข้าไปในสมาร์ทโฟนผ่าน NFC ซึ่งลูกค้าเพียงเปิดไฟล์ภาพ ก็จะสามารถใช้เป็นส่วนลดได้

ทั้งหมดนี้ถือเป็นโทรศัพท์มือถือพันธุ์ใหม่ ที่เริ่มกลายพันธุ์จากอุปกรณ์เพื่อการพูดคุย มาเป็นอุปกรณ์เพื่อการเล่นอินเทอร์เน็ต และกำลังเป็นอุปกรณ์ที่อัจฉริยะกว่าเดิมในไม่ช้านี้

 



จำนวนผู้เข้าชม 4075 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์