ผลวิจัยชี้ "ครู"คุณภาพส่งผลให้"เด็ก"เรียนดี

เขียนโดย ทดสอบ | 16/02/2555 14:20:39

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


ผลวิจัยชี้ "ครู"คุณภาพส่งผลให้"เด็ก"เรียนดี

          ผลศึกษาวิจัยเรื่อง ผลกระทบระยะยาวของบุคลากรครู อาจารย์ : การศึกษามูลค่าเพิ่มทางวิชาการของวิชาชีพครูต่ออนาคตของนักเรียนเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ของ สำนักงานการวิจัยด้านเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐ ได้ทำการเก็บข้อมูลจากนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวนถึง 2.5 ล้านคน
          เป็นระยะเวลากว่า 20 ปี พบว่าคุณภาพด้านวิชาการของบุคลากรวิชาชีพครู อาจารย์ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประสบความสำเร็จของลูกศิษย์ หลังจากนักเรียนได้รับคำแนะนำในการศึกษาเล่าเรียน และติวเข้มจากบุคลากรครูที่มีมาตรฐานวิชาการสูง ส่งผลให้คะแนนข้อสอบวัดระดับมาตรฐานเพิ่มขึ้น
          ไม่เพียงแต่จะประสบความสำเร็จในการเรียนการศึกษามากกว่านักเรียนโดยเฉลี่ยแล้ว แต่นักเรียนเหล่านี้ยังมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน ได้เงินเดือนที่สูงและยังมีสถิติในการตั้งครรภ์ในช่วงวัยเรียนน้อยอีกด้วย
          ราช เชตตี้ และ จอห์น ฟรีดแมน นักวิจัยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ โจนาห์ ร็อกคอฟ จาก มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ได้มุ่งเน้นการศึกษามูลค่าเพิ่มทางวิชาการของวิชาชีพครู อาจารย์ (Value-Added) ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้ประเมินคุณภาพของบุคลากรครู โดยคะแนนข้อสอบของนักเรียนแต่ละคนที่ครูสอน ถูกนำมาใช้เป็นดัชนีชี้วัดมูลค่าเพิ่มด้านวิชาการของครูแต่ละคน ซึ่งโรงเรียนในลอสแองเจลิส และ วอชิงตัน ดี.ซี. ก็เริ่มมีการนำดัชนีดังกล่าวมาประเมินมูลค่าเพิ่มด้านวิชาการของครูแล้ว ขณะที่ยังมีข้อถกเถียงที่ว่าคะแนนสอบของนักเรียนอาจไม่ใช่ตัวประเมินคุณภาพวิชาการของครูที่ดีก็เป็นได้
          งานศึกษาครั้งนี้แบ่งออกเป็นสองช่วง ช่วงแรก คือ การเฝ้าติดตามเด็กนักเรียนในเขตเมืองใหญ่ตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 4 (Grade 4) ไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ทำงาน จำนวน 1 ล้านคน เพื่อทดสอบความถูกต้องแม่นยำในการประเมินมูลค่าเพิ่มทางวิชาการของครู
          การศึกษานี้พบว่าคะแนนสอบของนักเรียนที่สอนโดยครูที่ได้รับการประเมินว่ามีมูลค่าเพิ่มทางวิชาการจะมีคะแนนสอบเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน และคะแนนสอบโดยเฉลี่ยของนักเรียนจะลดลงทันทีเมื่อครูท่านนั้นไม่ได้สอนเด็กเหล่านั้นต่อ คะแนนสอบจะสูงขึ้นเฉพาะวิชาที่ครูท่านนั้นสอนเท่านั้น

          ช่วงที่สองของการศึกษาเป็นขั้นตอนการวิเคราะห์คำถามวิจัยที่ว่า ครูที่มีมูลค่าเพิ่มด้านวิชาการในระดับสูงจะสามารถพัฒนาอนาคตของนักเรียนในระยะยาวหรือไม่ ซึ่งพบว่านักเรียนที่ได้เรียนกับครูที่มีมูลค่าเพิ่มด้านการวิชาการมากจะประสบความสำเร็จในอาชีพการงานในหลายๆ ด้าน เช่นนักเรียนเหล่านี้สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ได้ มีเงินเดือนที่ดีเมื่อเข้าสู่วัยทำงาน อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี นอกจากนี้เด็กเหล่านี้มีแนวโน้มตั้งครรภ์ในช่วงวัยรุ่นน้อยกว่าด้วย

          การศึกษาในครั้งนี้ยังแสดงผลกระทบของครูต่อนักเรียนอย่างชัดเจน และยังโยงไปถึงบริบทด้านเศรษฐศาสตร์ด้วยว่า นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยครูที่มีมูลค่าเพิ่มด้านวิชาการจะช่วยให้นักเรียนมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวเพิ่มถึง 52,000 ดอลลาร์สหรัฐ และ มากกว่า 1.4 ล้านดอลลาร์ เมื่อรวมกันชั้นเรียน
          นอกจากนี้ในภาพรวมการศึกษายังแสดงให้เห็นว่าครูที่มีความรู้ความสามารถด้านวิชาการที่ส่งผลให้คะแนนสอบของนักเรียนดีขึ้น ยังเป็นเครื่องมือหนึ่งที่วัดมาตรฐานด้านวิชาการของครูบาอาจารย์เองด้วย
          สามารถชี้วัดได้ถึงรายได้ของนักเรียนที่ได้เรียนกับครูที่มีมูลค่าเพิ่มด้านวิชาการสูงโดยได้เงินเดือนสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 1% ในทุกระดับชั้น ซึ่งวัดจากรายได้ของนักเรียนเมื่อช่วงอายุ 28 ปี และยังทำให้นักเรียนมีรายได้รวมทั้งระดับชั้นเพิ่มขึ้นประมาณ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ
          สรุปได้ว่าบุคลากรครูที่มีคุณภาพด้านวิชาการสามารถสร้างคุณค่าเศรษฐกิจ และการวัดผลคุณภาพด้านวิชาการผ่านคะแนนสอบก็เป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ในการประเมินผลคุณภาพด้านวิชาการของบุคลากรครูเหล่านี้ได้
          ส่วนในประเทศไทยเอง แม้จะไม่มีการศึกษาที่มีความต่อเนื่องและชัดเจนว่าผลจะเป็นอย่างที่ สำนักงานการวิจัยด้านเศรษฐกิจแห่งชาติสหรัฐ ได้ทำการศึกษาหรือไม่ แต่ก็เชื่อว่าในความเป็นจริงแล้ว หากครูซึ่งถือเป็นผู้ให้วิชาความรู้ และการอบรม ดูแล สั่งสอนเด็กอย่างมีคุณภาพ ก็ย่อมส่งผลให้เด็กเหล่านั้นมีผลการเรียนที่ดีไปด้วย
          อาจารย์นพพร สุวรรณรุจิ อดีตผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการ และประธานคณะทำงานยกร่างหลักเกณฑ์และวิธีการในการคัดเลือกครูสอนดี สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) อธิบายว่า นักการศึกษาส่วนใหญ่ยอมรับว่าคุณภาพการศึกษาของเด็กก็คือคุณภาพของครูแน่นอน ซึ่งถ้าครูมีขวัญกำลังใจ มีใจในการทำงานและ ยังมีไฟในการสอนหนังสือเด็ก ต้องส่งผลต่อคุณภาพของเด็กอยู่แล้ว

ที่ผ่านมา มีการยกย่องครูผ่านโครงการครู

สอนดี ซึ่งส่วนใหญ่มีการเสนอชื่อครูจาก ผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ในโครงการครูสอนดี ไม่ต้องสมัครเข้ามา แต่จะให้ทั้งผู้บริหารโรงเรียน ครูในโรงเรียน เด็กนักเรียน ผู้ปกครองและชุมชนเป็นผู้เลือก ซึ่งในความหมายของครูสอนดีของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน ก็ต้องมาถามความเห็นกันแต่ละฝ่ายเพราะยึดหลักของการมีส่วนรวม และการคัดเลือกครูดีเด่นของแต่ละโรงเรียนไม่เคยใช้มาก่อน
          เด็กนักเรียนคือผลผลิตของครู ดังนั้น เขาจึงมีสิทธิที่จะเลือกได้ว่า ใครคือครูที่เขาคิดว่าดี ซึ่งเด็กแต่ละคนอาจจะมีความเห็นที่ต่างกันก็ได้ แต่ท้ายที่สุดต้องมาจบที่กระบวนการมีส่วนร่วม และต้องมาคุยกันทุกฝ่าย เมื่อเลือกครูสอนดีได้แล้วจะต้องให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม
          เธอบอกว่า โครงการนี้อาจจะไม่ใช่แค่การได้มาซึ่งครูสอนดีที่มาจากแต่ละโรงเรียนแล้วมามอบรางวัลให้เพียงอย่างเดียว แต่ในอนาคตหากยังมีการดำเนินโครงการอย่างนี้ต่อเนื่อง ก็จะยิ่งทำให้ทั้งผู้บริหารโรงเรียน นักเรียน ผู้ปกครองและชุมชนได้มีมุมมองใหม่ๆ มีวิธีคิดที่โรงเรียนก็จะปรับตัวเข้าหาชุมชนมากขึ้น
          อนาคตชุมชนก็จะมีครูดีศรีชุมชนด้วย ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการต่อเนื่อง 3 ปี โดยเปิดให้โรงเรียนทุกสังกัดได้เข้าร่วม ในรุ่นแรกได้ผ่านกระบวนการคัดเลือกจากชุมชนในทุกตำบล และทุกจังหวัดทั่วประเทศมาแล้ว ได้ครูสอนดีจำนวน 18,878 คน คาดว่าในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้จะมีการมองรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติให้กับครูสอนดีเหล่านั้นด้วย
          อาจารย์นพพร ยังกล่าวอีกว่า ได้ไปสังเกตเรื่องการเรียนการสอนของโรงเรียนในฐานะที่ตัวเองเป็นผู้ติดตามประเมินโครงการ ได้ฟังครูแต่ละโรงเรียนได้แสดงความเห็นว่า รางวัลครูสอนดีไม่ว่าครูคนไหนจะได้รับ ก็ไม่ได้สำคัญเท่ากับการที่ได้รู้ว่าเด็กนักเรียนของตัวเองคิดอย่างไรกับครูแต่ละคน เพื่อนำมาปรับปรุงการเรียนการสอน ให้เด็กได้รับการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ซึ่งพวกเขามองว่าการจะเป็นครูที่ดีก็ไม่ได้มาทำงานเพียงแค่หวังรางวัลเท่านั้น แต่ความหมายของครูที่ดีมันมีมากกว่ารางวัลทุกรางวัลที่ได้มาด้วยซ้ำ
          แม้ว่า โครงการครูสอนดี จะไม่ได้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพทางการศึกษาของเด็กที่ชัดเจนมากนัก แต่รางวัลครูสอนดีก็จะเป็นแรงขับเคลื่อนในอนาคตที่จะผลักดันให้ผู้ที่จะมาประกอบวิชาชีพครูได้ตระหนักถึงความหมายของครูที่มีจิตวิญญาณอย่างแท้จริง--

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
Thursday, February 16, 2012           
เสาวนีย์ นิ่มปานพยุงวงศ์

 



จำนวนผู้เข้าชม 7640 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์