รักสุดท้ายป้าย(หน้า) สถานพินิจ...โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 “บ่มเพาะเด็กใต้” ก่อนสายเกินแก้

เขียนโดย suthasinee 01 | 13/02/2555 15:46:13

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


             "ในโลกนี้ ถ้าทำให้เด็กๆเขาคิดได้ว่า ยังมีคนที่คอยดูแลเขาอยู่บ้าง…ไม่ใช่ โลกนี้ทั้งโลกเค้าไม่มีใคร มันก็จะช่วยยกระดับจิตใจเขาให้ดีขึ้น”

“เลือกเอาว่าจะไปอยู่โรงเรียนนี้ หรือจะเข้าสถานพินิจฯ” คำถามคุ้นหูของเด็กนักเรียนที่นี่ ซึ่งหลายต่อหลายคนได้รับโอกาส จากชีวิตที่เคยผิดพลาด แต่ยังมีผู้ใหญ่ใจดีคอยช่วยประคับประคองไม่ให้ผิดซ้ำ

ภายใต้พื้นที่ 260 ไร่เศษ นักเรียน 457 คน โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จ.สตูล กำแพงติดกับ สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสตูล แทบจะเรียกได้ว่า นักเรียนเกือบ 95% เป็นน้องๆผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา บ้างก็มีปัญหาครอบครัว ถูกทอดทิ้ง กำพร้าแต่กำเนิด บ้างก็เกือบต้องติดคุก เข้าสถานพินิจ ติดยาเสพติด และบ้างก็ครอบครัวยากจน ห่างไกล เด็กทั้งหมดจึงจำใจและจำเป็นต้องอาศัย “กิน-เรียน-เล่น-นอน” ในบ้านหลังที่ 2 นี้ แบบไม่มีวันหยุด

สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)

ซึ่งมีพันธกิจในการยกระดับการเรียนรู้ โดยเฉพาะกลุ่มน้องๆผู้ขาดโอกาส จึงได้จัดโครงการเชิงรุกกับโรงเรียนประชานุเคราะห์ 42 เพื่อให้เด็กนักเรียนได้พัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง

สำหรับการเรียนรู้ของนักเรียนที่นี้ นอกจากจะยึดการเรียนของ “ผู้เรียน” เป็นหลัก ยังมี “ห้องเรียน” ที่หลายหลายและจัดสรรให้เหมาะกับเด็กนักเรียนทุกประเภท การเรียนรู้ของเด็กที่นี้จึงเป็นการเรียนแบบ “สมัครใจ” ใครใคร่ร้องรำทำเพลง เล่นกีฬา ปลูกผัก ทำข้าว เลี้ยงวัวควาย ได้หมด!

นางสาวมาณี ฉัตรชัยวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จ.สตูล ที่ใครๆมักเรียกว่า “แม่ใหญ่” ของเด็กๆเล่าว่า ที่นี้มีระบบคัดกรองเด็กที่เข้าใหม่เพื่อให้เกิดการปรับตัว แล้วจึงจัดสรรไปตามความถนัดในแต่ละบ้าน

ฟังเพลินๆแล้วเหมือนเข้าค่าย “AF” เทรนด์เด็กใต้เป็น “ดาว” ในแต่ละสาขาอาชีพ เริ่มตั้งแต่บ้านหลังแรกที่ให้เด็กได้ปรับตัวอยู่สักหนึ่งถึงสองสัปดาห์ เพื่อให้เรียนรู้รูปแบบการใช้ชีวิตแบบใหม่ที่ต่างจากเดิม เมื่อเด็กคนไหนเริ่มเข้าที่เข้าทางก็จะเขยิบให้มาอยู่บ้านหลังที่ 2 ซึ่งมักถูกอกถูกใจเด็กเป็นส่วนใหญ่ เพราะมีทั้งความเป็นอิสระ และความเป็นส่วนตัวสูง มิหนำซ้ำบางครั้งไม่ต้องเรียนหนังสือ

“ถ้าไม่ชอบเรียนต้องมาอยู่ที่นี้ครับ” โอบาม่า อายุ 13 ปี ยิ้มฟันหลอรีบเล่าให้ฟัง หลังจากทำความคุ้นเคยอยู่นาน “พวกผมตื่นเช้าตั้งแต่ตี 5 พาวัวไปกินหญ้า ออกกำลังกาย 7 โมงกินข้าว เข้าแถว พอเพื่อนเริ่มเรียน พวกเราก็ไปให้อาหารวัว ไก่ ทำความสะอาด รดน้ำผัก หากิจกรรมซ่อมโรงเรียน ซ่อมประตู ทำครัวหั่นผัก รดน้ำผัก เอาวัวเข้าคอก เอาวัตถุดิบมาทำอาหาร ส่วนตอนกลางคืนจะมีครูใจดี ผลัดเปลี่ยนมาสอนวิชาที่พวกเราชอบ สัก 2-3 ชั่วโมงแล้วค่อยเข้านอน”

และหากใครผ่าน “บทเรียนสุดหิน” ในบ้านหลังที่ 2 ได้ก็จะถูกส่งไปบ้านหลังที่ 3 ที่จะเริ่มใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไปคือ “เรียน-เล่น-กิน-นอน” เหมือนอาศัยอยู่โรงเรียนประจำ

และหากใครโดดเด่น และมีความสนใจด้านไหนเป็นพิเศษ ก็จะถูกส่งไปยังบ้านหลังที่ 4 ที่จะแยกให้เด็กได้เรียนรู้ตามความชอบและความถนัดตามคอนเซ็ปท์ “โรงเรียนบ้านทางเลือก” เช่น บ้านกีฬา บ้านดนตรี บ้านสายอาชีพและการโรงแรม ซึ่งโรงเรียนจะถูกเนรมิตรให้เป็นแหล่งเรียนรู้แลกเปลี่ยนเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนให้มีศักยภาพในการประกอบอาชีพในด้านต่างๆ ซึ่งถือเป็นโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อนำสู่เศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการส่งเสริมใน 4 เรื่อง ได้แก่ เกษตร การประมง ปศุสัตว์ และสิ่งแวดล้อม

“เรามุ่งเน้นให้เด็กนักเรียนได้รู้จักการทำการเกษตรแบบผสมผสาน เมื่อจบโครงการก็จะมีการนำไปขายยังท้องตลาด และได้นำเงินดังกล่าวที่ได้มาแบ่งให้กับเด็กนักเรียนทุกคนที่จัดทำโครงการ เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้แก่เด็กได้มีโอกาสเรียนสูงที่สุด” ประดิพัตร ช้างขาว “ว่าที่ครูสอนดี” จ.สตูล อธิบายถึงการเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การประกอบสัมมาชีพ ซึ่งเป็นทักษะการเอาตัวรอดให้ฟัง

“ถ้าเด็กป.1-ป.3 ถ้าอยู่โรงเรียนได้แสดงว่า เขาต้องผ่านชีวิตมาโชกโชน แค่มีที่อยู่ที่กินก็พอแล้ว ถ้าอยู่ได้ 2 เดือนเราจะเรียนว่า “เซอร์ไวเวอร์” (Survivors)” ครูประดิพัตรเล่าจากประสบการณ์ตรง และว่าองค์ประกอบที่สำคัญในการช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของเด็ก คือ ชุมชน สังคม และเพื่อน

“ในโลกนี้ ถ้าทำให้เด็กๆเขาคิดได้บ้างว่า ยังมีคนที่คอยดูแลเขาอยู่บ้าง…ไม่ใช่ โลกนี้ทั้งโลกเค้าไม่มีใคร มันก็จะช่วยยกระดับจิตใจเขาให้ดีขึ้น”

ครูและสังคมรอบข้าง จึงจำเป็นต้องช่วยประคับประคอง ให้เด็ก “อ่อนแอ” สามารถลุกขึ้น “เข้มแข็ง” ได้ด้วยความรัก

จนเป็นที่มาของโครงการ “ค.คนช่วยคน” ที่ท้องถิ่นช่วยกันอุดหนุนและบริจาคสิ่งของให้เด็ก รวมทั้งเปิดพื้นที่ให้เด็กได้หารายได้พิเศษยามว่างจากการเรียน และโครงการ “พ่อแม่อุปถัมน์” ที่ผู้ใหญ่ใจดี หรือแม่ครูทั้งหลาย จะอาสาพา “ลูกศิษย์” ไปอยู่บ้าน “ตัวเอง” ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อให้เด็กได้ปรับตัวและเรียนรู้การมีชีวิตอยู่นอกโรงเรียนร่วมกับคนอื่น

เพราะทุกคนมีส่วนช่วยในการยกระดับการเรียนรู้ในประเทศไทย ในการสร้าง “การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล”



จำนวนผู้เข้าชม 4742 คน | จำนวนโหวต 2 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
1

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์