10 วิธีในการสอนเด็ก ๆ ให้เรียนรู้สถานการณ์โลกจากข่าว

เขียนโดย suthasinee 01 | 12/27/2011 5:20:37 PM

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


ด้วยยุคที่สื่อมีมากมายหลายประเภท รวมถึงข่าวสารที่มีอยู่มากมาย …

 

ทั้งจากบทสนทนาที่ผู้ใหญ่พูดคุย ข่าวตอนเย็น หรือภาพจากหนังสือพิมพ์ เด็กๆอาจจะรู้สึกว่าข้อมูลมันช่างเยอะและมากล้นเหลือเกิน อีกทั้งเป็นสิ่งที่ยากมากที่จะควบคุมข้อมูลข่าวสารที่จะออกมาสู่เด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปความรุนแรงต่างๆ จากสงคราม ภัยพิบัติต่างๆที่นับวันจะมีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเด็กๆอาจจะเสี่ยงต่อการบริโภคข้อมูลข่าวสารที่ไม่เหมาะสมกับวัย โคโรไลน์ คนอร์ บรรณาธิการสื่อเพื่อครอบครัวได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจสำหรับวิธีที่ผู้ ปกครองควรปฏิบัติต่อลูกหลาน

รวมถึง อีริก รอสสัน นักวิชาการทางจิตวิทยาและผู้อำนวยการสมาคมวิชาชีพจิตวิทยาโรงเรียน ได้ กล่าวว่า การที่เด็กได้บริโภคข้อมูลข่าวสารเยอะๆไม่ใช่เรื่องแย่สักทีเดียว แต่ผู้ปกครองควรดูแลและควบคุมในการรับสารของเด็กๆ ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะเปิดข่าวตอนเย็นให้เด็กดู ขอแนะนำ 10 วิธีปฏิบัติ ในการพูดคุยกับเด็กเกี่ยวกับข่าวสาร
สถานการณ์ปัจุบัน

วิธีที่ 1 การจำกัดการรับชมภาพและเสียงจากสื่อ เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้น ทีวีแต่ละช่องจะแสดงข่าวซ้ำๆ ซำ้ไปซำ้มา แต่นักวิชาการทางจิตวิทยา รอสสัน ได้กล่าวว่า เด็่กอายุน้อยๆ อาจจะไม่รู้ว่าพวกเขากำลังชมข่าวที่ฉายซำ้ไปซำ้มา เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นถูกฉายซ้ำๆ เด็กเล็กอาจจะเข้าใจว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันแทน พ่อแม่ควรปิดทีวีเมื่อเหตุการณ์สะเทือนใจเหล่านี้เกิดขึ้น ควรจำกัดภาพที่เด็กรับชม เพราะเด็กๆเหล่านี้ มักจะได้รับอิทธิผลจากภาพเหล่านี้ได้อย่างง่ายดายมากกว่าเสียงพูด และลดเสียงทีวีลงเมื่อมีเสียงดัง เช่นข่าวยิงกัน หรือการระเบิด เพราะเด็กอาจตื่นตระหนกตกใจ

วิธีที่ 2 การอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเด็กเห็นภาพและต้องการที่จะรู้มากขึ้น ควรอธิบายแต่เพียงข้อมูลพื้นฐานและเล่าถึงบริบทที่เกิดขึ้น มากาเร็ต นิกเกิล ผู้อำนวยการ สถาบันอิรักสันเพื่อเด็กและครอบครัว ได้เสริมว่าเด็กได้รับรู้เหตุการณ์ต่างไๆที่เกิดขึ้นตลอดช่วงวัยของเขา หากเด็กๆเห็นภาพเครื่องบินตก หรือคนต่อสู้กัน พวกเขาอาจจะไม่รู้ว่าคงามขัดแย้งนั้นเกิดขึ้นอีกซีกโลกหนึ่ง การโชว์และใช้แผนที่อธิบายจะเสริมความเข้าใจดียิ่งขึ้น

วิธีที่ 3 การเล่าถึงเหตุการณ์อย่างพอดี ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กบริโภคข่าวสารมากจนเกินไป ยกตัวอย่าง เช่น หากเด็กชมภาพทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสงครามในอิรัก พ่อแม่ควรอธิบายว่าทหารเหล่านี้กำลังถูกไปส่งมี่โรงพยาบาล เพื่อรักษา พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องอธิบายว่าทหารเหล่านี่้อยู่ที่ไหน หรือประเทศกำลังเกิดสงคราม

วิธีที่ 4 แคร์ความรู้เด็กเมื่อตื่นกลัว หากพฤติกรรมของเด็กเปลี่ยน จากการพูดเก่งเป็นพูดน้อยและดูครุ่นคิดมากขึ้น เด็กๆอาจจะพยายามตีความสารนั้นๆ กระตุ้นให้เด็กพูดออกมาถึงสิ่งที่เข่คิดอยู่ หากลูกเล่าถึงเหตุการณ์ใหม่ ถามคำถามปลายเปิดกับเด็ก เช่น ว่าเห็นอะไร รู้สึกอย่างไร ค่อยๆให้เด็กเล่า โดยไม่ทำให้เด็กรู้สึกบีบคั้นเกินไป หรือรู้สึกว่าข้อมูลล้น และปรับความรู้สึกโดยพ่อแม่เล่าถึงความรู้สึกของตนเองว่ารู้สึกอย่างไรต่อ เหตุการณ์นั้นๆ

วิธีที่ 5 การเรียนรู้ร่วมกัน คนอร์เล่าว่า เด็กโต อาจอยากศึกษาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากรู้เรื่องฮอร์ริเคน หรือแผ่นดินไหว เพื่อช่วยผ่อนคลายความกังวลและกลัวลง การเรียนรู้เรื่องภัยพิบัติทางออนไลน์ร่วมกัน การอ่านหนังสือเพื่อศึกษาถึงตำแหน่งสถานที่ๆเกิดเหตุในข่าว

วิธีที่ 6 ตั้งสติในการให้ข้อมูล เมื่อข่าวที่เกิดขึ้นทำให้เด็กๆรู้สึกเครียด เด็กจะมองหาผู้ที่ให้คำแนะนำ พ่อแม่ควรตั้งสติ ไม่ว่ารูปที่ปรากฎตรงหน้าจะเป็นอะไร หากเด็กดูเครียด ยำ้กับเขาว่าที่ๆเราอยู่ปลอดภัย พูดกับเขาว่า พ่อแม่รู้ว่ามันรูปสงครามอิรักดูน่ากลัว แต่ที่ๆเราอยู่ไม่มีสงครวม

วิธีที่ 7 รักษาเวลา หากเด็กรู้สึกเครียด กังวลกับข่าว รักษาเวลาในการดูทีวีให้ปกติ หากเด็กๆรู้สึกกลัวเวลาไปนอน หรือการไปโรงเรียน สละเวลาเพื่อช่วยลูกๆปรับตัวซัก 2-3 วัน เพื่อให้หายจากความหวาดกลัวนั้น

วิธีที่ 8 เล่นกับลูก เด็กจะเล่นเพื่อให้หายจากความกลัว หากเด็กยังรู้สึกกลัว เล่นกับเขาโดยการอาจเล่นเป็นนักดับเพลิง วิ่งเข้าไปในตึกที่ไฟไหม้ หรือการใช้เฮลิคอปเตอร์ในการช่วยคนจากซึนามิ พ่อแม่ควรเข้าไปดูแล หากลูกๆ มีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อเด็กคนอื่นๆ

วิธีที่ 9 เน้นเรื่องเชิงบวก หลังจากเหตุการณ์ความรุนแรง เช่น การโจมตีจากกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ ความเสี่ยงผลกระทบด้านลบต่อเด็กจะมีแทบจะทันที การเล่าถึงคนที่ไม่ดี มาโจมตีเรา รอสสันแนะนำให้เราเน้นเล่าเรื่องเชิงบวกแทน เช่นการเล่าถึงคนหรือองค์กรที่จะมาช่วยเหลือคนที่ได้รับผลกระทบ หรือบาดเจ็บ เป็นต้น

วิธีที่ 10 ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา ในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ จากศูนย์ฉุกเฉิน หรือผลกระทบจากภัยพิบัติแห่งชาติ อาจถามเด็กว่าอยากช่วยเหลือไหม หลังจากนั้นพยายามหาวิธีที่ลูกๆจะมีส่วนร่วมในการบริจาคเงิน หรือเวลา หรือการกระตุ้นให้เกิดความตระหนักต่อสาเหตุและผลกระทบ การขายน้ำมะนาว หรือการรวบรวมเงินเพื่อช่วยการวิจัยป้องกันรักษามะเร็ง เป็นต้น

ไม่ว่าเหตุการณ์ในข่าวจะเป็นอะไร หลีกเลี่ยงการอธิบายเพื่อให้จบๆไป แต่ใช้โอกาสในการกระตุ้นและส่งเสริมให้ลูกหลานได้เรียนรู้เชื่อมโยงกับโลก กับข่าวนั้นๆ



จำนวนผู้เข้าชม 5506 คน | จำนวนโหวต 8 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
1

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์