แง้มดูหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา เส้นทางภาคกลางและกรุงเทพมหานคร "The King's Journey" Learning Passport (เล่มสีตองอ่อน)

เขียนโดย สกล สุวรรณาพิสิทธิ์ | 17/01/2561 15:12:12

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


"เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียงและยั่งยืน" ด้วยเกษตรทฤษฎีใหม่

          เส้นทางภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ได้แก่ 1.อ่างทอง 2.ชัยนาถ 3.พระนครศรีอยุธยา 4.ลพบุรี 5.นนทบุรี 6.ปทุมธานี 7.สมุทรปราการ 8. สมุทรสาคร 9.สระบุรี
10.สิงห์บุรี 11.สุพรรณบุรี 12.นครนายก 13.กรุงเทพมหานคร

ไปสํารวจพื้นที่สีเขียว
โครงการคุ้งบางกะเจ้าเฉลิมพระเกียรติ ฯ
จ.สมุทรปราการ

          กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วŒ พระราชาทรงนั่งเฮลิคอปเตอร์ผ่านพื้นที่สีเขียวของคุ้งบางกะเจ้า จึงอยากจะรักษาพื้นที่นี้ไว้เพื่อเป็นปอดขนาดใหญ่ของกรุงเทพมหานครและ สมุทรปราการ ด้วยการปลูกต้นไม้ในใจคนเพื่อให้คนปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดินและรักษาต้นไม้ด้วย ตนเอง เป็นการสร้างป่าไม้แบบยั่งยืน เมื่อคนบางกะเจ้ารักต้นไม้บางกะเจ้าŒในวันนี้จึงยังรักษาพื้นที่สีเขียวเอาไว้ได้อย่างดี

 

 

 

 

ตะลุยไร่เกษตรทฤษฎีใหม่
แห่งแรกของประเทศไทย
โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณวัดมงคลชัยพัฒนา
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สระบุรี

 

          พระราชามองเห็นว‹าพื้นที่บริเวณนี้มีฝนตกน้อย ไม่มีระบบชลประทาน ดินเป็นดินเหนียวปนทรายขี้เป็ดชาวบ้านปลูกพืชผลลําบาก เกิดความยากจน แต่มีวัดที่เหมาะแก่การพัฒนาและควรใช้พื้นที่โดยรอบสาธิตการเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่พระราชาคิดค้Œนเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และสร้างผลผลิตให้โครงการหลวง พื้นที่วัดแห่งนี้จึงเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงชาวบ้านและหน่วยงานราชการ ให้เกื้อกูลกัน ตามหลัก “บวร”บ้าน+ วัด + โรงเรียน

 

 

 

 

เที่ยวเชิงเรียนรู้ที่หนองเสือ
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน
ตามแนวพระราชดำริ ชุมชนคลองรังสิต
จ.ปทุมธานี

 

          เดิมพื้นที่ชุมชนหนองเสือคลองรังสิตประสบปัญหานํ้าท่วมสลับน้ำแล้วอยู่เสมอ ส้มเขียวหวานที่ปลูกมีโรคระบาด ทําใหŒชาวบ้านมีหนี้สิน ผู้นําชุมชนจึงคิดนําศาสตร์พระราชาเรื่อง “แก้มลิง” มาแก้ปัญหา เริ่มด้วยการจัดระบบน้ําให้เหมาะสมกับพื้นที่ ปรับเปลี่ยนปลูกพืชเศรษฐกิจหลากหลาย เกิดความสามัคคีเข้มแข็งในชุมชนจนสามารถป้องกันภัยน้ำท่วมและเกิดรายได้ที่ดีในที่สุด

 

 

 

 

เดินเล่นสวนป่า ตามหาสมบัติ
จากภูผาสู่มหานที
ศูนย์ภูมิรักษาธรรมชาติ จ.นครนายก

 

          จากพื้นที่เดิมเป็นทุ่งนาแห้งแล้ง มีปัญหาดินเปรี้ยว เพาะปลูกได้ไม่ดี เจ้าหญิงนักพัฒนาทรงนําแนวทางของพระราชามาใช้ ให้สร้างโครงการศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติขึ้น เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งความรู้แสดงแนวคิดทฤษฎี และศาสตร์ของพระราชาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง “พออยู่ พอกิน พอใช้”
          หินที่ได้จากการระเบิดภูเขาเพื่อสร้างเขื่อนขุนด่านปราการชลถูกนํามาถมพื้นที่ และเริ่มปลูกต้นไม้ในปี พ.ศ. 2549 สิบปีผ่านไป ที่นี่กลายเป็นพื้นที่สีเขียวแหล่งเรียนรู้ตามรอยพระราชา จากภูเขาสู่แม่นํ้า จากภาคเหนือจรดภาค

 

 

 

 

 

ไปเรียนรู้ที่วัดของพระราชา
วันพระราม 9 กาญจนาภิเษก
กรุงเทพมหานคร

 

          พื้นที่บึงพระราม 9 สมัยก่อนเป็นชุมชนแออัดรองรับน้ําเสียจากคลองลาดพร้าวและพื้นที่อื่นๆ ของกรุงเทพฯ ชุมชนอยู่ในสภาพสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี‹นัก พระราชาจึงให้พัฒนาพื้นที่บริเวณรอบบึงพระราม 9   เริ่มจากบําบัดนํ้าเสีย จากนั้นพัฒนาพื้นที่สร้างวัดเล็กๆ ให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนส่งเสริมการศึกษาให้ทุกคนช่วยเหลือ พึ่งพาอาศัยกันพัฒนาชุมชนแบบยั่งยืน

 

 

 

ไปเพาะเลี้ยงปลาของพระราชา
โครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนาบ้านเกาะเกา
(ศูนย์เพาะเลี้ยงปลานิลจิตรดา)
จ.นครนายก

 

         ศูนย์เพาะเลี้ยงปลานิลแห่งนี้เกิดจากความตั้งใจของเจ้าหญิงนักพัฒนาที่ต้องการ ต่อยอดความคิดของพระราชา ที่อยากขยายพันธุ์ปลานิลจิตรลดาแท้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและเกษตรกร รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้สาธิตการเพาะเลี้ยงสัตวนํ้าให้แก่ผู้ที่สนใจ

 

 

 

 

สนุก...เสริมความรู้สู่อาชีพในฝัน
อุทยานการอาชีพชัยพัฒนา จ.นครปฐม

 

          เจ้าหญิงนักพัฒนามีความคิดที่จะสร้างพื้นที่ส่งเสริมความรู้ด้านต่างๆ และแหล่งฝึกวิชาชีพที่หลากหลายให้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนเองและครอบครัวอย่างสุจริตและ พอเพียงตามแนวคิดของพระราชา นอกจากนี้ยังให้บริการช่วยเหลือชุมชนเปšนพื้นท่ี่ส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ ท้องถิ่นเพื่อเพิ่มรายได้

 

 

 

รู้เรื่องเขื่อน..เยี่ยมเยือนป่าตันน้ำ
โครงการเขื่อนคลองท่าด่านอันเนื่องมาจากพระราชดําริ
(เขื่อนขุนด่านปราการชล) จ.นครนายก

 

          เดิมลุ่มแม่นํ้านครนายกมีปัญหาน้ําท่วมทุกปีในช่วงหน้าฝน นํ้าจากป่าเขาใหญ่ไหลลงสู่ทะเลโดยไม่ได้กักเก็บไว้ใช้ประโยชน์ หน้าแล้งก็ขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร พื้นที่กว่า 100,000 ไร่มีสภาพดินเปรี้ยว พระราชาทรงห่วงใยในความทุกข์ยากของประชาชน จึงคิดสร้างเขื่อนขุนด่านปราการชล
          “เพราะพระราชาอยากให้ในนํ้ามีปลา ในนามีข้าว ชาวประชาอยู่ดีกินดี”

 

 

 

 

 

เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม
และเรียนรู้จากท้องทุ่งเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน
อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี
 
 

          เพราะพื้นที่ชุมชนเป็นพื้นที่หน่วงน้ำที่ประสบปัญหานํ้าท่วมเป็นระยะเวลานาน บ่อยครั้งเมื่อเจ้าหญิงนักพัฒนาส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ มอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ คนในชุมชนบอกเจ้าหน้าที่ว่า‹ “ไม่อยากได้สŒิ่งของ อยากมีข้าว มีปลา มีผักกินยามนํ้าท่วม” ซึ่งตรงตามแนวคิดของพระราชาในเรื่องความสามัคคี การพึ่งพาตนเอง และการแก้ปัญหาภัยธรรมชาติอย่างย่ังยืน จึงเป็นจุดเริ่มต้นโครงการที่เข้มแข็งของชุมชนแห่งนี้

          การเดินทางเรียนรู้ “ตามรอยพระราชา” ยังไม่สิ้นสุด ดินแดนของพระราชายังมีอีกมากมายทั่วเมืองไทย มาเป็นนักเดินทางเรียนรู้ตามรอยพระราชา นักคิด นักทำ ผู้ยิ่งใหญ่ของเรากันเถอะ



จำนวนผู้เข้าชม 524 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์