แง้มดูหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง "The King's Journey" Learning Passport (เล่มสีส้ม)

เขียนโดย สกล สุวรรณาพิสิทธิ์ | 04/01/2561 21:28:56

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


ปลูกจิตสำนึกรักษ์ป่า เรียนรู้แก้ปัญหาดินและน้ำ ชุมชนเข้มแข็งด้วยเกษตรทฤษฎีใหม่

          เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่ 1.นครราชสีมา 2.ชัยภูมิ 3.บุรีรัมย์ 4.สุรินทร์ 5.อุบลราชธานี
6.อํานาจเจริญ 7.ศรีสะเกษ 8.ยโสธร

ผจญภัยในศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ศรีสะเกษ

          เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในภาคอีสานให้มีความรู้ความสามารถ นำไปพัฒนาตนเองในด้านอาชีพ ด้วยการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระราชา พระราชินีทรงใจดีจึงให้ตั้งศูนย์แห่งนี้ขึ้น เพื่อให้ความรู้สนับสนุนและแก้ไขปัญหาเรื่องดินเรื่องน้ำ ให้มีแหล่งน้ำสำหรับกินและใช้อย่างเพียงพอ ส่งเสริมอาชีพรวมทั้งการอนรุักษ์ป่าให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างย่ังยืนและมีความสุข

 

 

 

 

ไปหาคำตอบ ทำอย่างไรพืชเติบโตได้ในดินเค็ม
โครงการสาธิตการปลูกพืชในพื้นที่ดินเค็ม
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  จ.นครราชสีมา

          แต่เดิมพื้นที่แห่งนี้มีปัญหาดินเค็ม เพราะมีผลึกเกลือสินเธาว์สะสมอยู่ในชั้นใต้ดิน เป็นจำนวนมากไม่มีน้ำบาดาลไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำ ต้องรอฝนตกเท่านั้น ชาวนาทำนาได้ผลผลิตไม่ดีนัก พระราชาคิดทดลองและแก้ไขปัญหาการปลูกพืชในพื้นที่ดินเค็มแห่งนี้ เพี่อจัดตั้งเป็นแปลงสาธิตให้แก่เกษตรกรแถบนั้น ได้เข้ามาศึกษาดูงานนำความรู้ไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนแบบเศรษฐกิจพอเพียง

 

 

 

เก็บเกี่ยวความรู้จากธรรมชาติ
ศูนย์การเรียนรู้พ่อคำเดื่อง จ.บุรีรัมย์

          พ่อคำเดื่อง ภาษี ปราชญ์ชาวบ้านที่เคยล้มเหลวจากการปลูกพืชเศรษฐกิจเชิ่งเดียว ที่ชาวบ้านพากันปลูกตามกันโดยไม่มีความรู้ บุกป่าถางพงเพื่อขยายการปลูก กู้เงินซื้อปุ๋ยเคมี หวังร่ำรวยแต่เมื่อผลผลิตล้นตลาด ราคาตกขายไม่ได้ก็กลายเป็นหนี้พอกพูนมีความทุกข์ติดเหล้าและบุหรี่
          จนกระทั่งวันหนึ่ง ย้อนคิดถึงธรรมชาติและศาสตร์แห่งพระราชา จึงสร้างป่าบนพื้นที่ 200 ไร่ ปลูกต้นไม้ และพืชอินทรีย์ เลิกใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลง ยึดหลักอดทนประหยัดอดออม กินใช้ในสิ่งที่มีตามความจำเป็น จนปลดหนี้ก้อนใหญ่ได้สำเร็จ เมื่อนำศาสตร์ต่างๆ ของพระราชามาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตและทำเกษตรอย่างได้ผล จึงส่งต่อความรู้แบบ “ชาวบ้านสอนชาวบ้าน” ให้คนอื่นอีกมากมาย
 

 

 

 

 

ท่องป่าไร่นาสวนผสม
มหาชีวาลัยอีสาน จ.บุรีรัมย์

          ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ปราชญ์ชาวบ้านนักทดลอง ผู้นำศาสตร์พระราชามาใช้พลิกฟื้นผืนป่าบ้านเกิด ที่ถูกทำลายให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง หลังผิดหวังจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ผลผลิตไม่ดี หันมาปลูกป่าแบบไร่นาสวนผสมบนพี้นที่ 400 ไร่ เลี้ยงสัตว์ แปรรูปผลผลิตจากไม้และธรรมชาติ ทำถ่านไบโอชาร์บำรุงดิน และส่งต่อความรู้สู่ชุมชนด้วยวิถีชีวิตแบบพอเพียงมายาวนานกว่า 40 ปี

 

 

 

ไปเรียนรู้ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน
ตามแนวพระราชดำริ ชุมชนบ้านผาชัน จ.อุบลราชธานี

 

          แก้ปัญหาน้ำตามศาสตร์พระราชา "ระเบิดจากข้างใน" ชุมชนบ้านผาชัน เป็นชุมชนริมฝั่งโขง สภาพพื้นที่เป็นหน้าผาหินตัดชันพื้นดินไม่อุ้มน้ำ เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำจนวิกฤติ สมัยก่อนเด็กๆ ชุมชนบ้านผาชันต้องหยุดเรียนในหน้าแล้งช่วยพ่อแม่หาบน้ำอย่างยากลำบากจากแม่น้ำโขง เพื่อเก็บเอาไว้ใช้ หรือหาซื้อน้ำจากชุมชนอื่น ชาวบ้านจึงร่วมใจกันหาวิธีแก้ไขปัญหา แม้ล้มเหลวหลายครั้ง แต่ก็ไม่ยอมแพ้ ไม่ย่อท้อ จนคิดวิธีสร้างระบบประปา ภูเขาดึงน้ำจากธรรมชาติมาใช้ สร้างฝายเก็บกักน้ำ และนวัตกรรม "แอร์แว" ที่ช่วยฟื้นชีวิตและความชุ่มชื้นให้ชุมชนได้สำเร็จ

 

 

 

เรียนรู้จากแปลงสาธิต
ของพระราชา
โครงการสาธิตทฤษฎีใหม่
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครราชสีมา

 

          ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้ ชาวบ้านปลูกข้าวโดยอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ผลผลิตไม่ดีนัก เมื่อมีชาวบ้านถวายที่ดินจำนวนหนึ่งให้พระราชา พระองค์จึงให้จัดแบ่งพื้นที่เป็นสองส่วน ส่วนแรกทำแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ แห่งที่ 3 ของประเทศไทยจากทั้งหมด 5 แห่ง อีกส่วนทำการเพาะปลูกแบบชาวบ้านที่ใช้น้ำฝนธรรมชาติ เพื่อเป็นสถานที่ให้ชาวบ้านเกษตรกรและผู้ที่สนใจได้เข้ามา ศึกษาความรู้ด้านการเกษตร

 

 

 

น้ำคืนชีวิต ที่สามเหลี่ยมมรกต
โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยพลาญเสือ
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.อุบลราชธานี

 

          แต่เดิมพื้นที่บริเวณนี้มีปัญหาสงครามคอมมิวนิสต์ เพราะอยู่ขอบชายแดน ชาวบ้านถูกรุกราน บ่อยครั้ง จึงอพยพทิ้งถิ่นฐานไปเป็นระยะเวลานาน พื้นที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างไม่ได้ใช้ประโยชน์พระราชาเล็งเห็น ว่าควรส่งเสริมความมั่นคงและปรับปรุงพื้นที่จากความแห้งแล้ง จัดสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยพลาญเสือตอนบนและ ตอนล่าง ชาวบ้านเมื่อรู้ จึงพากันกลับมาอยู่อาศัยในพื้นที่ พร้อมสร้างผืนแผ่นดินที่เขียวขจีอีกครั้ง

 

 

 

 

สนุกเรียนรู้
ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน
ตามแนวพระราชดำริ บ้านลิ่มทอง จ.บุรีรัมย์

          แต่เดิมชมุชนบ้านลิ่มทองแห่งนี้เป็นพื้นที่น้ำหลากช่วงหน้าฝนจนเกิดน้ำท่วมและเป็น พื้นที่น้ำแล้ง ยามฝนทิ้งช่วงไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ ผลผลิตการเกษตรจึงไม่ได้ผลดี ชาวบ้านสังเกตพูดคุยร่วมมือร่วมใจ ในการช่วยกันแก้ไขปัญหาด้วยการพึ่งพาตนเองตามศาสตร์พระราชา ในที่สุดก็สามารถแก้ไขปัญหาได้และขยายผลสู่ชุมชนข้างเคียงอย่างเกิดผล

 

 

 

 

ย่ำตามรอยเท้าสัตว์น้อยใหญ่
ในป่าอนุรักษ์
โครงการสวนสัตว์เปิดป่าภูเขียว
(สวนสัตว์ธรรมชาติภูเขียว) จ.ชัยภูมิ

 

          เมื่อนานมาแล้ว พระราชาและพระราชินีนั่งเฮลิคอปเตอร์ผ่านผืนป่าแห่งนี้ ได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ และสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้ให้อนุรักษ์ป่าและพันธุ์สัตว์ป่าเอาไว้ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และพัฒนาเป็นสวนสัตว์เปิดป่าภูเขียว โดยสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านรอบพื้นที่ และพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านให้อยู่ดีกินดี จะได้ไม่บุกรุกทำลายป่าและล่าสัตว์ป่า ปลูกจิตสำนึกให้หวงแหนป่าไม้และสัตว์ป่าไว้ให้ลูกหลาน
          พระราชินีสานต่อความคิดของพระราชาในการปลูกป่าในใจคนและการอนุรักษ์ธรรมชาติ ให้นำพันธุ์สัตว์ป่าจากพื้นที่ต่างๆ มาปล่อยและเพาะพันธุ์ขยาย ชาวบ้านรอบพื้นที่นำเครื่องมือล่าสัตว์มามอบให้พระราชินี พร้อมให้สัญญาว่าจะไม่ล่าสัตว์และทำลายป่า

 

          การเดินทางเรียนรู้ “ตามรอยพระราชา” ยังไม่สิ้นสุด ดินแดนของพระราชายังมีอีกมากมายทั่วเมืองไทย มาเป็นนักเดินทางเรียนรู้ตามรอยพระราชา นักคิด นักทำ ผู้ยิ่งใหญ่ของเรากันเถอะ



จำนวนผู้เข้าชม 524 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์