แง้มดูหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน "The King's Journey" Learning Passport (เล่มสีชมพู)

เขียนโดย สกล สุวรรณาพิสิทธิ์ | 12/12/2560 16:47:25

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


"เรียนรู้เกษตรครบวงจรการจัดการน้ำและหลักการแก้มลิง" พัฒนาชุมชนเกษตกรทฤษฎีใหม่

          เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนได้แก่ 1.อุดรธานี  2.หนองบัวลําภู  3.หนองคาย  4.เลย
  5.มุกดาหาร  6.สกลนคร  7.นครพนม  8.กาฬสินธุ์  9.ขอนแก่น  10.มหาสารคาม  11.ร้อยเอ็ด  12.บึงกาฬ

 

 

เรียนรู้แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่
โครงการพัฒนาพื้นที่เกษตรนํ้าฝน
อันเนื่องมาจากพระราชดําริ เขาวง จ.กาฬสินธุ์

          เดิมพื้นที่นี้ชาวบ้าŒนทำนาแบบอาศัยน้ำฝนเป็นšหลัก ไม่มี‹แหล่ง‹กักเก็บน้ำ ดินมีความเป็šนกรดเล็กน้Œอย มีคุณภาพตํ่า เมื่อฝนทิ้งช่‹วงข้Œาวที่ปลูกจึงให้ผŒลผลิตน้Œอยเมล็ดลีบคณุภาพไม่‹ดีความ เป็šนอยู่‹ของชาวบ้Œานยากจน หมดฤดูทํานาก็จากบ้Œานไปหางานทําในเมือง พระราชาเดินทางมายังพื้นที่แห‹่งนี้พร้Œอมแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่เ‹พื่อให้ ความรู้ ช่ว‹ยให้ชŒาวบ้าŒนทำการเกษตรได้ผŒลมีน้ำใชัเŒพียงพอตลอดปี‚ มีความเป็šนอยู่‹ดีขึ้นโดยการพึ่งพาตนเอง

 

 

 

 

เที่ยวอ่างเก็บน้ำ เดินลอดอุโมงใต้ภูเขา
โครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบน
จ.กาฬสินธุ์

 

          แต่‹‹‹เดิมพื้นที่แห่‹‹‹งนี้เป็šššนพื้นที่ขาดแคลนน้ำดิิินแตกระแหง ยามฝนทิ้งช่วงชาวนาทำนาด้วŒยความลำบาก พระราชาอยากให้ชŒาวบ้าŒนอยู่ดีกินดีมีนํ้าใช้Œเพียงพอ ได้Œหาแหล่‹งนํ้าบนเส้Œนทางทุรกันดารที่มองลงจากเฮลิคอปเตอร์ เพื่อสร้Œางอ่‹างเก็บนํ้าและขยายระบบส‹่งนํ้า ส่‹งเสริมการขุดสระนํ้าประจําไร่‹นาตามเกษตรทฤษฎีใหม่‹ พร้อมปลูกป่†าทดแทนพื้นที่ที่เสียไปไม่ให้Œระบบนิเวศเสียหาย

 

 

 

รู้จักแก้มลิง
โครงการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงหนองเลิงเปือย
อันเนื่องมาจากพระราชดําริ จ.กาฬสินธุ์

 

'เลิงเปือย’
          เปš็นหนองนํ้าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ รองรับนํ้าจากหŒวยและธารนํ้าธรรมชาติที่ไหลมารวมกัน 3 ทิศทาง ในฤดูฝนน้ำจะขังเต็มหนองนํ้า ถ้าระบายออกไม่‹ทัน นํ้ามักจะท่‹วมพื้นที่รอบๆ ส‹่วนหน้Œาแล้งมีนํ้าไม่‹เพียงพอให้Œชาวบ้Œานใช้Œและทําการเกษตร เมื่อพระราชาทราบถึงความเดือดร้อŒนของชาวบ้าŒน จึงให้Œหน่‹วยงานราชการเข้Œามาช่วยเหลือแก้ไขปัญ˜หา

พระราชาสอนให้รู้จัก 'แก้มลิง'
         
พื้นที่แก้มลิงคือ การสร้างพื้นที่ชะลอน้ำและรอรับน้ำหลาก ช่วยผ่อนแรงของกระแสน้ำ ไม่ให้ทำลายพืชผล บ้านเรือน เมื่อน้ำเต็มอ่างจนล้นก็จะค่‹อยๆ ไหลต่อ‹ไป เมื่อผ่านฤดูน้ำหลาก แก้มŒลิงก็กลายเป็šนที่กักเก็บนํ้าไว้ใŒช้ประโยชน์

 

 

 

 

 

สนุกเรียนรู้พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน
อันเนื่องมาจากพระราชดําริ จ.สกลนคร

 

          เดิมพื้นที่นี้เปš็นป่†าโปร‹ง ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ขาดแคลนน้ําปลูกพืชไม่ไ‹ด้Œผลชาวบ้าŒนยากจน มีการบุกรุกทำลายป่า†จนเกิดความแห้งŒแล้งŒ พระราชาเลือกพื้นที่แห่ง‹นี้เพื่อจัดตั้งเป็นสถานที่ศึกษา ทดลองและสาธิต การพัฒนาที่ดินแหล่‹งนํ้า ฟื้„œนฟูป่า วางแผนการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ให้Œเกษตรกรและคนที่สนใจเข้ามาศึกษาค้นคว้Œา นําไปพัฒนาอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้แŒบบยั่งยืน

 

 

 

เรียนรู้เลี้ยงสัตว์ เกษตรผสมผสาน
โครงการศูนย์พัฒนาปศุสัตว์
ตามพระราชดำริ อ.ด่านซ้าย จ.เลย

 

          จากพื้นที่สาธารณะในอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย สงวนไว้สำหรับเลี้ยงสัตว์ จำนวน 1,200 ไร่ ‹พระราชามองเห็นประโยชน์ของที่ดินและการเลี้ยงสัตว์ จึงให้Œพัฒนาเป็šนศูนย์สาธิตด้Œานปศุสัตว์เพื่อส่งเสริมอาชีพการเลี้ยง สัตว์ เป็นšการเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้าน รวมถึงสาธิตและอบรมการทำเกษตรผสมผสานควบคู่ไปกับการเลี้ยงสัตว์ ต่‹อมาเจ้าหญิงนักพัฒนาสานต่อด้วยแนวคิดให้เลี้ยงสัตว์ที่จำเป็นš และเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมถึงขยายพันธุ์เพื่อส่งไปยังโครงการอื่นๆ ของพระราชาที่ยังขาดแคลน

 

 

 

 

เรียนรู้เรื่องการแก้ปัญหาเรื่องน้ำจากพระราชา
โครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำ
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครพนม-จ.สกลนคร

 

          ในอดีตประชาชนสองข้างลําน้ําก่ําประสบปัญหานํ้าท‹วมพื้นที่การเกษตรในช่วงหน้Œาฝน และขาดแคลนนํ้าใช้ในช่วงหนŒาแล้งซํ้าซากแบบนี้ทุกปี พระราชาทรงช่วยชาวบ้านด้วยการคิดพัฒนาลุ่มนํ้ากํ่าและ ระบบชลประทานทรงวาดโครงร่างโครงการพัฒนาลุ่ม‹นํ้าก่ํา ขณะนั่งอยู่บนเครื่องบินแล้วมองลงมา ให้สร้Œางประตูระบายน้ําเล็กๆ โดยลดขนาดความสูงลงมา เจรจากับชาวบ้านที่พื้นที่ถูกน้ำท่วมให้มีการเก็บกักน้ำเอาไว้Œในร่องน้ำ แล้วให้ประชาชนสูบเอาไปใช้เอง

 

 

 

เรียนรู้การจัดการน้ำ ปรับปรุงดิน สู่อุดรโมเดล
โครงการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน อ่างเก็บน้ำห้วยคล้าย
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.อุดรธานี

 

          ที่นี่เคยเป็นแค่ฝายทดนํ้าขนาดเล็กรองรับนํ้าที่ไหลมาจากร่องนํ้าธรรมชาติ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูพานเก้า - ภูพานคํา หน้าแลงŒน้ำในลําห้วยจะแห้งขอด ไม่มีน้ำไหลลงสู่ฝาย ไม่มีระบบส่งน้ำ ต้องรอหน้าฝนที่น้ำล้นไหลลงสู่ลำหŒวย ชาวบ้านจึงจะสูบนํ้ามาใช้งานได้ เพราะขาดแคลนนํ้าการปลูกข้าวและพืชหลังนาได้ผลผลิตไม่ดี ชาวบ้านออกไปหางานที่อื่นทํา พระราชารู้ถึงปัญหาและทรงห่วงใย จึงให้Œหน่วยงานราชการช่วยเหลือ พัฒนาอ่างเก็บนํ้าหŒวยคล้าย เพื่อใหŒชาวบ้านมีนํ้าใช้ พึ่งพาตนเองได้แบบยั่งยืนและส่งต่อความรู้ให้แก่เกษตรกรพื้นที่อื่นด้วย

 

 

 

 

เยี่ยมชมแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำ
แห่งแรกของอีสาน
เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

 

          พระราชามีความรอบรู้ในเรื่องเขื่อนนํ้าและกระแสไฟฟ้า เพราะศึกษามาเป็นอย่างดี พระราชามองการณ์ไกลในการใช้พลังงานน้ำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนทุกกลุ่ม ทั้งเกษตรกร ผู้ใช้Œไฟฟ้า คนที่ได้รับผลกระทบจากน้ําท่วม เขื่อนหลายแห่งในประเทศไทยที่สร้างตามแนวคิดพระราชา จึงแก้ปัญหาและมีประโยชน์หลายอย่าง เรียกว่า
เขื่อนเอนกประสงค์
          เมื่อพระราชา พระราชินี และเจ้าŒหญิงอุบลรัตน์ เดินทางมาร่วมงานเพื่อเปิดเขื่อน พระราชาจึงตั้งชื่อเขื่อนแห่งนี้ว่า‹ “เขื่อนอุบลรัตน์"

 

 

 

ไปดูการพัฒนาชุมชน
โครงการพัฒนาและจัดหาน้ำ
ใน ต.ทุ่งโป่ง จ.ขอนแก่น
  
 

          ในอดีตเมื่อมีการสร้างเขื่อนอุบลรัตน์ มีการอพยพชาวบ้าน 4 หมู่บ้านมาอยู่ในพื้นที่ แต่เนื่องจากบริเวณนี้เป็นพื้นที่ใต้เขื่อนจึงไม่ได้ใช้น้ําจากเขื่อน ทั้งเป็นพื้นที่อับน้ําฝนขาดระบบชลประทาน ทําให้ชาวบ้านปลูกพืชได้ยากเพราะมีน้ำไม่เพียงพอ หน่วยงานราชการและมหาวิทยาลัยเข้าช่วยเหลือในการพัฒนาพื้นที่จัดหาแหล่งนํ้า ส่งเสริมอาชีพเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง ตามศาสตร์พระราชาส่งเสริมชุมชนรวมกลุ่มพึ่งตนเอง เน้นให้ชาวบ้านมีส‹วนร่วมเพื่อพัฒนาให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง

          การเดินทางเรียนรู้ “ตามรอยพระราชา” ยังไม่สิ้นสุด ดินแดนของพระราชายังมีอีกมากมายทั่วเมืองไทย มาเป็นนักเดินทางเรียนรู้ตามรอยพระราชา นักคิด นักทำ ผู้ยิ่งใหญ่ของเรากันเถอะ



จำนวนผู้เข้าชม 150 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์