เปิดตัวหนังสือเดินทาง ตามรอยพระราชา 9 เล่ม 9 เส้นทาง 81 แหล่งเรียนรู้มีชีวิต เล็งพัฒนาเด็กไทย เก่ง ดี มีคุณธรรม 4.0

เขียนโดย ผู้ดูแลระบบ สสค. | 07/12/2560 18:13:50

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


ดร.สุเมธ ย้ำอย่าจำเพียงแค่จำนวนโครงการของในหลวง ร.9 หวังเรียนรู้และลงมือปฏิบัติเพื่อส่งต่อความยั่งยืนถึงลูกหลาน เปิดตัวหนังสือเดินทาง ตามรอยพระราชา 9 เล่ม 9 เส้นทาง 81 แหล่งเรียนรู้มีชีวิต เล็งพัฒนาเด็กไทย เก่ง  ดี มีคุณธรรม 4.0 ด้านไอบีเอ็มพัฒนาเทคโนโลยีตามรอยพระราชาเพื่อเข้าถึงเด็กเยาวชนผ่านE-book แอพลิเคชั่น ขณะที่ตัวอย่างแหล่งเรียนรู้ในหลวง ร.9 “คุ้มบางกะเจ้าเฉลิมพระเกียรติ” ปอดขนาดใหญ่ของคนเมือง ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 6,000 ตันต่อปี 

     เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กระทรวงศึกษาธิการ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  และสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) จัดกิจกรรมเปิดตัวหนังสือเดินทาง ตามรอยพระราชา 9 เล่ม 9 เส้นทาง 81 แหล่งเรียนรู้มีชีวิต ตามรอยศาสตร์พระราชา โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ประธานที่ปรึกษาโครงการหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ในหลวงในใจคน เราจะสร้างเด็กไทยให้ เก่ง ดี มีคุณธรรมอย่างไร” พร้อมกันนี้ครอบครัวอ้อม พิยดา และน้องนาวา ดญ.พัชรนันท์ จุฑารัตนกุล ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้ตามรอยพระราชา 

     ดร.สุเมธ กล่าวว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 สอนให้รู้จักชีวิต เพราะการเรียนหนังสือก็ให้มีชีวิต แต่เหมือนเดินตามฝรั่งสอนให้ร่ำรวย เอาประโยชน์สูงสุด แต่สุดท้ายไม่รู้จักบริหารชีวิต ในหลวงสอนให้รู้จักบริหารสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้เป็นประโยชน์ ซึ่งสิ่งที่ในหลวงสอนก็ทรงทำให้ดูก่อน ก่อให้เกิดบทเรียนมากมาย เวลานี้เราพูดถึงโครงการของในหลวง 4,700 โครงการ ซึ่งไม่อยากให้สนใจว่ามีโครงการเท่าไหร่ แต่อยากให้สนใจว่าโครงการสอนอะไร สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้และเข้าใจสำคัญกว่าชีวิต เพื่อเหลือให้กับคนรุ่นต่อไป ในหลวงสอนมา 70 ปี และตนได้เรียนตรงกับพระองค์ท่าน 35 ปี ไม่มีทีท่าว่าจะจบ แต่มหาบรมครูของผมหยุดสอนแล้ว ซึ่งประเทศไทยถ้าใส่ใจกันสักนิดเรารู้พอแล้ว แหล่งเรียนรู้ต่างๆเป็นสื่อให้เข้าใจ เข้าถึง และจบลงด้วยการพัฒนา ทุกสิ่งที่ท่านทำคือเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนไทย ในหลวงสอนหมดแล้วและสอนด้วยการกระทำ จึงหวังว่าหนังสือเดินทางตามรอยพระราชาทำให้ประชาชนเข้าใจสิ่งที่ท่านสอนและนำมาปฏิบัติ เป็นแรงกระตุ้นให้เด็กและผู้ใหญ่ลงมือทำสักทีเพื่อรักษาให้ไปถึงรุ่นลูกหลานจนเกิดเป็นความยั่งยืน และยินดีที่บริษัทไอบีเอ็ม ร่วมสนับสนุนการทำแอพลิเคชั่นในยุคสื่อไอที เพื่อให้คนได้เรียนรู้มากยิ่งขึ้น

     ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้แทนคณะทำงานหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา นักวิชาการ สสค. กล่าวว่า หนังสือตามรอยพระราชามีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเข้าใจและเข้าถึงศาสตร์ของพระราชาที่ร่วมสมัย จากประสบการณ์จริงในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต โดยจัดทำเป็นคู่มือการเดินทางสำหรับเยาวชน ครอบครัวและสถานศึกษา เพื่อให้เกิดพลังแห่งการเรียนรู้และเกิดความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยก่อนหน้านี้ได้เปิดตัวหนังสือตามรอยพระราชาไปแล้ว 4 เส้นทาง และครั้งนี้เป็นการเปิดตัวเพิ่มอีก 5 เส้นทาง รวม 9 เล่ม 9 เส้นทาง 81 แหล่งเรียนรู้ โดยกระทรวงศึกษาธิการ กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  และ สสส. ร่วมสนับสนุนการจัดพิมพ์ รวมทั้งสิ้น 190,000 ชุด เพื่อกระจายในโรงเรียน เครือข่ายการศึกษาและจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งประชาชนทั่วไปที่สนใจสามารถติดต่อรับหนังสือได้ที่ www.QLF.or.th 

     นางเพ็ญพรรณ จิตตะเสนีย์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สสส. กล่าวว่า เนื้อหาสาระที่เยาวชนจะได้รับจากสื่อหนังสือและกิจกรรมตามรอยพระราชา จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ครบ 3H ในรูปแบบ Transformative Learning ซึ่งประกอบด้วย เรียนรู้ด้วยสมอง (Head) เรียนรู้ด้วยหัวใจ (Heart) และเรียนรู้จากการลงมือทำ (Hand) รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 คือ ความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์จากการได้เดินทางไปเรียนรู้ยังสถานที่จริง อีกทั้งยังสอดแทรกเนื้อหาส่งเสริมคุณธรรม ได้แก่ ทศพิธราชธรรมและคุณธรรม 4.0 คือ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพของประเทศ ทั้งนี้ สสส.จะสนับสนุนให้เครือข่ายโรงเรียนสุขภาวะซึ่งบางแห่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงได้ร่วมเรียนรู้ผ่านแหล่งเรียนรู้ตามรอยพระราชาในพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมกับสนับสนุนให้มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งสอดแทรกและบูรณาการกับวิชาการเรียนเพื่อส่งผลถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ต่อไป 

     นางพรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะการนำศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นหลักในการดำเนินชีวิต จึงได้สนับสนุนเทคโนโลยีตามรอยพระราชาโดยพัฒนา E-Book เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงหนังสือตามรอยพระราชาทั้ง 9 เล่ม 9 เส้นทางได้ พร้อมกับมีลูกเล่นผ่านตัวการ์ตูนเคลื่อนไหวเพื่อให้เด็กและเยาวชนสนุกกับการเรียนรู้และใช้เป็นแผนที่ไปยังสถานที่แหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิตจริง โดยสามารถดาวโหลดได้ที่ www.QLF.or.th และในระยะต่อไปจะมีการพัฒนารูปแบบแอพลิเคชั่น เพื่อให้สามารถเช็คอินในสถานที่แหล่งเรียนรู้ รวมถึงการมองเชื่อมต่อไปยังระบบขนส่งมวลชน เพื่อแนะนำเส้นทางเดินทางไปยังแหล่งเรียนรู้ ปั้มน้ำมัน และร้านอาหารเพื่อให้ครบวงจรสำหรับครอบครัวหรือสถานศึกษาในการวางแผนการเดินทาง      

     สำหรับตัวอย่างแหล่งเรียนรู้มีชีวิตที่น่าสนใจในหนังสือตามรอยพระราชา 5 เส้นทางใหม่ อาทิ 1.เส้นทางภาคเหนือตอนล่าง พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติการจัดการน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดำริ ชุมชนบ้านห้วยปลาหลด จ.ตาก จุดเด่นคือ ทรัพยากรป่าไม้ที่สมบูรณ์จากการดูแลของชุมชน จากเดิมที่เคยเป็นป่าเสื่อมโทรมกลับคืนสู่ป่าสมบูรณ์และเกษตรผสมผสานของชาวมูเซอเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น 2.เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จ.สกลนคร จุดเด่นคือ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติมีชีวิตเพื่อแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรให้เรียนรู้การพัฒนาที่ดิน แหล่งน้ำ ฟื้นฟูป่า ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ 3.เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง  มหาชีวาลัยอีสาน จ.บุรีรัมย์ จุดเด่นคือ การท่องป่า ไร่นา สวนผสมของครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ปราชญ์ชาวบ้านผู้นำศาสตร์พระราชามาใช้พลิกฟื้นป่าบ้านเกิด 4.เส้นทางภาคใต้ฝั่งตะวันตก โครงการหมู่บ้านชัยพัฒนา-กาชาดไทย บ้านทุ่งรัก จ.พังงา จุดเด่นคือ การท่องเที่ยววิถีชุมชนคนชาวเล เรียนรู้การประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน เลี้ยงปลาในกระชังเพื่อให้แก้ปัญหาความยากจนและขาดที่ดินทำกินจากเหตุการณ์สึนามิ และ 5.เส้นทางภาคกลาง โครงการคุ้งบางกะเจ้าเฉลิมพระเกียรติ จ.สมุทรปราการ จุดเด่นคือ พื้นที่สีเขียวปอดขนาดใหญ่ของกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ จากที่ในหลวง ร.9 ทรงนั่งเฮลิคอปเตอร์ผ่านพื้นที่สีเขียวของคุ้งบางกะเจ้า ทรงอยากรักษาพื้นที่นี้ไว้ให้เป็นปอดขนาดใหญ่ของคนเมือง ปัจจุบันต้นไม้ในคุ้งบางกะเจ้าช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 6,000 ตันต่อปี 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- เปิดตัวหนังสือ เดินทางตามรอยพระราชา 9 เล่ม 9 เส้นทางฯ สำนักข่าวไทย 6 ธันวาคม 2560 คลิก
- ดร.สุเมธ ยัน 4,700 โครงการ คือ บทเรียนในหลวงร.9 สอนคนไทย สำนักข่าวอิศรา 6 ธันวาคม 2560 คลิก
- สะกิดคนไทยลุยทำตามคำสอน เว็บไซต์ไทยรัฐ  7 ธันวาคม 2560 คลิก
- สะกิดคนไทยลุยทำตามคำสอน นสพ.ไทยรัฐ  7 ธันวาคม 2560 คลิก
- '9 เส้นทาง ตามรอยพระราชา' ภูมิคุ้มกันเด็กไทยรุ่นใหม่ สู่อนาคตที่ดีกว่า นสพ.ไทยโพสต์  7 ธันวาคม 2560 คลิก



จำนวนผู้เข้าชม 48 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์