แง้มดูหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา เส้นทางภาคเหนือตอนล่าง "The King's Journey" Learning Passport (เล่มสีม่วงสด)

เขียนโดย สกล สุวรรณาพิสิทธิ์ | 04/12/2560 21:47:44

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


          "เรียนรู้รักษ์ป่า แก้ปัญหาน้ำ แก้ปัญหาดิน" พัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน

          เส้นทางภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ 1.พิษณโุลก  2.ตาก  3.เพชรบูรณ์  4.สุโขทัย  5.อุตรดิตถ์  6.นครสวรรค์  7.อุทัยธานี  8.กําแพงเพชร  9.พิจิตร
 

เพลินรู้เพลินเที่ยวที่เขื่อน “พระราชา”
เขื่อนภูมิพล

 

มีเขื่อน มีน้ำ มีไฟฟ้า

          พระราชาปราชญ์แห่งน้ำให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาน้ำและห่วงใย ความเป็นอยู่ของประชาชนเสมอมา จึงมีแนวพระราชดำริเรื่องการพัฒนา แหล่งน้ำและการสร้างเข่ือน เพื่อแก้ปัญหาประชาชนขาดแคลนแหล่งน้ำ เพื่อกินใช้และทำการเกษตร นำมาสู่การสร้างเขื่อนภูมิพล ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ให้เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย นอกจากจะทำให้เกษตรกรมีน้ำกินน้ำใช้ และทำการเกษตรได้ตลอดปีแล้ว เขื่อนแห่งนี้ยังเป็นจุดเริ่มต้นโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่ของประเทศอีกด้วย

 

 

 

ตามรอย “กล้วยตาก” ของดีบางกระทุ่ม
โครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนาบ้านเกาะคู

 

          เพราะอาชีพของชาวบางกระทุ่มคือการปลูกกล้วยและผลิตกล้วยตากขาย แต่ในอดีตยังไม่ได้พัฒนาให้มีคุณภาพและทำรายได้จริงจัง เจ้าหญิงนักพัฒนาผู้เดินตามรอยพระราชา จึงสานต่อให้จัดตั้งโครงการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพผลิตกล้วยตากในพื้นที่ อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก โดยให้พัฒนาคุณภาพพันธุ์กล้วยที่ดีนำผลผลิตกล้วยไปแปรรูปและพัฒนาตู้อบ พลังงานแสงอาทิตย์เพื่ออบกล้วย ทำให้กล้วยตากของบางกระทุ่มขึ้นชื่อในเรื่องของรสชาติและคุณภาพ ช่วยให้ชาวบา้นบางกระทุ่มมีรายได้ดีขึ้น

 

 

 

เที่ยวชมเขื่อนแห่งเมืองพิษณุโลก
เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน

 

          เดิมทีลุ่มน้ำแควน้อย จังหวัดพิษณุโลก เป็นพื้นที่เกษตรกรรมและมักประสบกับปัญหาอุทกภัยในฤดูน้ำหลากและขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ทำให้เกษตรกรไม่สามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี

          พระราชาปราชญ์แห่งน้ำจึงให้สร้างเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เป็นอ่างเก็บน้ำอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ เพื่อบรรเทาอุทกภัยที่เกิดขึ้นบริเวณลุ่มน้ำ แควน้อยตอนล่างในเขต อ.วัดโบสถ์ และแก้ไขปัญหาน้ำให้เกษตรกรกลับมา ทำนาและเพาะปลูกได้ทุกฤดู

 

 

 

 

เที่ยวท้องไร่ท้องนา และสวนเกษตรของพระราชา
โครงการศูนย์ชัยพัฒนาการเกษตรสิรินธร

 

          เดิมทีเกษตรชาวพิจิตรประสบกับปัญหาอุทกภัยทุกปี เพราะอาศัยอยู่ในพื้นที่ราบลุ่ม ซึ่งน้ำท่วมง่าย ทำให้เรือกสวนและไร่นาเสียหาย ไม่สามารถปลูกข้าวและทำการเกษตรได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี

          เจ้าหญิง นักพัฒนา จึงให้พัฒนาที่ดินที่บ้านสะพานยาว หมู่ที่ 11 ตำบลเนินมะกอก อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 91 ไร่ 2 งาน 44 ตารางวา โดยแก้ปัญหาน้ำและดินตามแนวทางของพระราชา ทำให้พื้นที่ที่เคยประสบปัญหาอุทกภัย เกิดประโยชน์ทางการเกษตรและเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านเกษตร ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

 

เที่ยวชมพืชเมืองหนาว
โครงการพื้นที่ต้นแบบการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่
ต.แก่นมะกรูด อ.บ้านไร่ จ.อุทยธานี ตามแนวพระราชดำริ

 

          จากพื้นที่ป่าที่เคยถูกบุกรุก ชาวเขาปลูกพืชเชิงเดี่ยว เกษตรกรเดือดร้อนเรื่องที่ทำกิน พระราชาจึงมีแนวพระราชดำริสนับสนุนให้พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงบนพื้นที่สูง โดยส่งเสริมให้มีการปลูกพืชเมืองหนาวทดแทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยวลดการบุกรุกพื้นท่ีป่าเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและเน้นให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมพัฒนาในทุก ๆ ส่วน เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ที่ยั่งยืน

 

 

 

 

ตามรอยโครงการ ให้ความช่วยเหลือราษฎร
ตำบลโคกปรง

 

          เพื่อช่วยเหลือให้เกษตรกรและชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เจ้าหญิงนักพัฒนามีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการให้ความช่วยเหลือราษฎร ตำบลโคกปรง อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ขึ้น เพื่อแก้ปัญหาของเกษตรกร ที่มีอาชีพด้านการเกษตร เช่น การทำนา ทั้งช่วยเหลือเรื่องข้าว การปลูกพืชหลังนา เรื่องแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค สนับสนุนกลุ่มอาชีพ และ ช่วยเหลือด้านการศึกษาแก่โรงเรียน โครงการด้านการเกษตรในพื้นที่โรงเรียน เพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยใช้หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพระราชา

 

 

 

 

เพลินเรียนรู้ที่แปลงปลูกพืชแบบผสมผสาน
โครงการพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่ดิน
มูลนิธิชัยพัฒนา วัดศรีอุทุมพร (หนองกรด)

 

          เมื่อปี พ.ศ. 2546 เจ้าหญิงนักพัฒนาได้มีพระราชดำริ ให้พัฒนาพื้นที่ 25 ไร่ซึ่งอยู่ติดกับบริเวณวัดศรีอุทุมพร(หนองกรด) อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ตั้งเป็นศูนย์สาธิตและให้บริการวิชาการเกษตร ตามรอยศาสตร์พระราชา โดยจัดทำเป็นแปลงปลูกพืชแบบผสมผสาน เป็นแหล่งผลิตเมล็ดข้าวพันธุ์สำหรับเกษตรกร และเปิดเป็นที่ ศึกษาดูงานวิชาการด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรและคนที่สนใจ

 

 

 

 

เดินตามรอยพระราชา
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติการจัดการน้ำชุมชน
ตามแนวพระราชดำริ ชุมชนบ้านห้วยปลาหลด

 

ป่าสมบูรณ์ เริ่มต้นที่ชุมชน

          ย้อนไป 60 ปีก่อนชาวมูเซอดำย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากที่บ้านห้วยปลาหลด อ.แม่สอด จ.ตาก และปลูกฝิ่นหรือทำไร่เลื่อนลอยเป็นอาชีพหลัก ทำให้ดินเสื่อมสภาพ ผืนป่ากลายเป็นป่าเสื่อมโทรม เมื่อไม่มีป่าลำน้ำต่างๆ ก็แห้งขอด
          พระราชานักแก้ปัญหาเสด็จมาเยี่ยมราษฎรที่บ้านห้วยปลาหลดเมื่อปี 2517 จึงมีพระราชดำริให้ปลูกพืชที่ทำรายได้ทดแทนฝิ่น เช่น ปลูกกาแฟผสมในพื้นที่ป่า ปลูกผักหลายชนิดหมุนเวียนแบบปฏิทินที่ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี และมีตลาดมูเซอ เพื่อจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร กลายเป็นรายได้หลักของชุมชน

 

 

 

 

ตามรอยเขื่อนดินใหญที่สุดในประเทศ
เขื่อนสิริกิติ์

 

พระราชาปราชญ์แห่งน้ำ

          พระราชาทรงเห็นถึงความสำคัญของน้ำซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญในการดำรงชีวิต และทรงห่วงใยเรื่องการเกิดอุทกภัยมาโดยตลอด จึงมีพระราชดำริให้ก่อสร้างโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน่าน ต่อมาได้พระราชทานชื่อเป็น “เขื่อนสิริกิติ์” ซึ่งเป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เขื่อนสิริกิติ์ถือว่าเป็นเขื่อนสำคัญของการพัฒนาลุ่มแม่น้ำน่าน เเละเป็น 1 ในเขื่อนสำคัญในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

 

          การเดินทางเรียนรู้ “ตามรอยพระราชา” ยังไม่สิ้นสุด ดินแดนของพระราชายังมีอีกมากมายทั่วเมืองไทย มาเป็นนักเดินทางเรียนรู้ตามรอยพระราชา นักคิด นักทำ ผู้ยิ่งใหญ่ของเรากันเถอะ



จำนวนผู้เข้าชม 542 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์