แง้มดูหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา เส้นทางภาคใต้ ฝั่งตะวันออก "The King's Journey" Learning Passport (เล่มสีฟ้า)

เขียนโดย สกล สุวรรณาพิสิทธิ์ | 15/11/2560 15:48:20

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


          เรียนรู้ แก้ปัญหาน้ำ แก้ปัญหาดิน จัดการพื้นที่ทำกินอย่างยั่งยืน
          เส้นทางภาคใต้ ฝั่งตะวันออก ได้แก่ 1.ประจวบคีรีขันธ์  2.ชุมพร  3.สุราษฎร์ธานี  4.นครศรีธรรมราช  5.สงขลา  6.พัทลุง
  7.ปัตตานี  8.ยะลา  9.นราธิวาส

ตะลุยป่า ส่องช้าง ซุ่มดูกระทิง
โครงการอนรุักษ์และฟื้นฟูสภาพป่า
บริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ฟื้นฟูป่า คืนบ้านให้ช้าง ช่วยช้างกับคนอยู่ร่วมกันได้ ???

          เพราะคนรุกเข้าไปทำการเกษตร ทำลายป่าที่เคยเป็นที่อยู่ของช้าง ช้างจึงออกมากินพืชผลในไร่ของชาวบ้านจนเสียหาย
สับปะรด ข้าวโพดที่ปลูกไว้ในไร่ ของโปรดแสนอร่อยของช้างเลย คนกับช้างเลยกระทบกระทั่งกันตลอดมา ช้างป่าออกมาทำลายพืชผลรุนแรงที่สุดในปี 2540 
จนวันหนึ่ง มีช้างป่าตายกลางไร่สับปะรด เพราะได้รับสารเคมีจากในไร่ 
พระราชาผู้เมตตา ทั้งต่อคน ช้าง และป่า เห็นว่าถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ ช้างป่าคงต้องสูญพันธุ์ 
จึงให้แนวทางอนุรักษ์ฟื้นฟูจนป่ากลับมาเขียวขจีอีกครั้ง เป็นบ้านที่อุดมสมบูรณ์ของช้างและสัตว์ป่า และช่วยให้คนกับช้างอยู่ร่วมกันได้อีกครั้ง

 

 

 

ผจญภัยในทะเลสาบ
เขื่อนรัชชประภา

ทะเลสาบที่คนสร้างขึ้น สวยจนได้ชื่อว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย”

          ก่อนจะไปหาคำตอบว่า ทำไมที่นี่ได้ชื่อว่า “กุ้ยหลินเมืองไทย” ไปดูที่มาของเขื่อนกันก่อน 
เขื่อนรัชชประภาสร้างขึ้นเพื่อฉลองในโอกาสที่พระราชา รัชกาลที่ 9 มีพระชนมายุครบ 5 รอบ หรืออายุครบ 60 ปีนั่นเอง 
ท่านเสด็จเปิดเขื่อนรัชชประภาและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน 2530

 

 

 

 

ไปตามหาสระพวง
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชน
บ้านทับคริสต์

ต้นแบบชุมชนบริหารจัดการน้ำ ตามแนวพระราชดำริ

          ในอดีต ชุมชนบ้านทับคริสต์ไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ มีเพียงลำห้วยเล็กๆ เมื่อถึงหน้าแล้งน้ำก็แห้ง ทุกปีชาวบ้านขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ ขาดน้ำทำการเกษตร
          ด้วยความ ทุกข์ยากเพราะไม่มีน้ำ ชาวบ้านจึงได้ขอพระราชทานอ่างเก็บน้ำ พระราชาผู้เปี่ยมเมตตาจึงได้สร้าง “อ่างเก็บน้ำบางทรายนวล” ให้แก่ชาวบ้าน ชาวบ้านก็ใช้น้ำเยอะจนหมดอ่างตั้งแต่ปีแรก และมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้ง แย่งน้ำกัน
          เมื่อมีอ่างเก็บน้ำใหญ่แล้วก็ยังแก้ปัญหาน้ำไม่ได้ ชาวบ้านจึงร่วมมือกันคิดหาทางแก้ไข นำระบบจัดการน้ำแบบ “สระพวง” มาใช้ต่อยอดแนวทางที่พระราชาเคยบอกไว้ ทำให้แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำได้จริง ชาวบ้านมีน้ำใจเอื้ออาทรต่อกัน รู้จักจัดสรรจัดการน้ำ ทำให้มีน้ำใช้ทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี

 

 

 

 

 

รู้จักการแกล้งดิน
ที่โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

รู้มั้ยทำไมถึงต้อง “แกล้งดิน”

          หลายปี แล้ว เมื่อพระราชาออกเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ และทรงทราบว่าในพื้นที่แถบจังหวัดนราธวิาสและใกล้เคียง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมีปัญหาเนื่องจากพื้นที่เป็น “ดินพรุ” พื้นดินมีน้ำขังทำให้ดินเปรี้ยว มีสภาพความเป็นกรดอย่างรุนแรง ไม่สามารถใช้ทำการเกษตรได้ ยิ่งระบายน้ำ ออก ดินก็จะแปรสภาพเปรี้ยวจัดจนทำปลูกพืชหรือทำประโยชน์จากที่ดินไม่ได้เลย พระราชาจึงคิดหาวิธิแก้ปัญหาดินให้หายเปรี้ยวเพื่อช่วยราษฎร

 

 

 

 

 

เมื่อสวนดอกไม้เมืองหนาวบานที่เมืองใต้
โครงการไม้ดอกเมืองหนาว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ


เจ้าหญิงชวนปลูกดอกไม้

          เมื่อเจ้าหญิงนักพัฒนาทรงเห็นไม้ดอกไม้ประดับที่สวนยางเขา สำนักศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ ผลิดอกสวยงาม จึงให้ทดลองนำไม้ดอกเมืองหนาวมาปลูกในพื้นที่สูงอากาศเย็นของ อ.เบตง จ.ยะลา ดูบ้าง
          เมื่อปลูกแล้วได้ผลดี จึงชักชวนให้เกษตรกรเข้ามาศึกษาเรียนรู้ เพื่อนำไปปลูกเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้เป็นอย่างดี
          เพราะมีดอกไม้สวยงามมากมาย อากาศเย็นสบายตลอดปี จึงกลายเป็น แหล่งท่องเที่ยวที่ใครๆ ก็อดใจไปเยือนไม่ได้

 

 

 

 

 

เที่ยวชุมชน ฟื้นฟูป่าชายเลน
โครงการพัฒนาและฟื้นฟูป่าชายเลนบ้านหัวเขา

เจ้าหญิงนักพัฒนา นำการฟื้นฟูป่าชายเลน
          เพราะเห็นความสำคัญของป่าชายเลน เจ้าหญิงนักพัฒนาจึงได้เริ่มให้ปลูก ป่าชายเลนที่บ้านหัวเขา พระองค์ชักชวนให้ชาวบ้านหันมาอนุรักษ์ป่าชายเลน เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติของป่าชายเลนและท้องทะเลให้กลับมาอุดมสมบูรณ์

 

 

 

 

 

สนุกเรียนรู้ แก้ปัญหาน้ำท่วม
โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร
ตามพระราชดำริ

พระราชาผู้แก้ความทุกข์เรื่องน้ำท่วม

          พระองค์ทรงทราบถึงความเดือดร้อนของชาวเมืองชุมพร ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมตัวเมืองทุกปี
          สาเหตุเพราะเมืองชุมพรเป็นที่ราบลุ่มสองฝั่งคลองท่าตะเภา หน้าฝนน้ำจะล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนในตัวเมืองชุมพรเสียหาย พระราชาจึงได้ลงมือหาวิธีช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมให้กับชาวเมืองชุมพร


 

 

 

 

 

ไปรู้จักปัญหา 4 น้ำ 3 รส
โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เมื่อเกิดปัญหา 4 น้ำ 3 รส ประชาชนเดือดร้อนทำการเกษตรไม่ได้ พระราชาปราชญ์แห่งสายน้ำ ให้แนวทางแก้ปัญหา ด้วยการสร้างระบบจัดการน้ำทั้งลุ่มน้ำ

          ในอดีตีลุ่มน้ำปากพนังแห่งนี้เคยเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำแห่งภาคใต้ ชาวบ้านมีอาชีพทำนาเป็นหลัก
          วิกฤตน้ำเกิดขึ้นเมื่อเขื่อนธรรมชาติหรือป่าต้นน้ำลำธารถูกทำลาย เกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2531 หลังจากนั้นน้ำเค็มรุกเข้าไปในแม่น้ำปากพนัง ทำให้ขาดแคลนน้ำจืด มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่นาข้าวเป็น นากุ้ง เกิดปัญหาน้ำเสีย น้ำเปรี้ยวออกจากพื้นที่พรุและน้ำเสียจากการเลี้ยงกุ้ง

 

 

 

 

 

ท่องผืนป่าแห่งพระเมตตา
โครงการบริหารจัดการป่าพรุโต๊ะแดง

 

พรุโต๊ะแดง ป่าพรุขนาดใหญ่
          ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ที่สุดผืนสุดท้ายของเมืองไทย

พรุโต๊ะแดง ป่าพรุใต้ร่มพระบารมี
          พระราชาห่วงใยป่าพรุโต๊ะแดงที่เสื่อมโทรมจากการถูกบุกรุกทำลาย จึงมีพระราชดำริให้พลิกฟื้นป่าพรุผืนนี้ให้อุดมสมบูรณ์ขึ้นมาอีกครั้ง

ป่าพรุโต๊ะแดง
          สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เจ้าหญิงนักพัฒนาของเราเสด็จมาที่ป่าพรุแห่งนี้หลายครั้ง โดยได้เสด็จมาที่นี่เพื่อทรงศึกษาธรรมชาติ และเส้นทางตามรอยเสด็จนี้ถูกพัฒนาไปเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าพรุโต๊ะแดง ที่เป็นที่นิยมของผู้เยี่ยมชม ชาวบ้านจึงยกให้เป็นป่าพรุของสมเด็จพระเทพฯ แล้วพากันเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ป่าพรุสิรินธร”

 

          การเดินทางเรียนรู้ “ตามรอยพระราชา” ยังไม่สิ้นสุด ดินแดนของพระราชายังมีอีกมากมายทั่วเมืองไทย มาเป็นนักเดินทางเรียนรู้ตามรอยพระราชา นักคิด นักทำ ผู้ยิ่งใหญ่ของเรากันเถอะ



จำนวนผู้เข้าชม 162 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์