แง้มดูหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา เส้นทางภาคตะวันออก "The King's Journey" Learning Passport (เล่มสีเขียว)

เขียนโดย สกล สุวรรณาพิสิทธิ์ | 08/11/2560 16:14:58

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


          ตะลุยเรียนรู้ “จากยอดเขาสู่ท้องทะเล ตามรอยพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต เดินเที่ยวป่าห้องเรียนธรรมชาติ แปลงร่างเมล็ดพันธุ์เป็นแปลงผักไม่ใช้ดิน รู้วิถีชีวิตคนกับควาย”
          เส้นทางภาคตะวันออก ได้แก่ 1.ฉะเชิงเทรา 2.จันทบุรี 3.ชลบุรี 4.ปราจีนบุรี 5.ระยอง 6.สระแก้ว 7.ตราด

ตะลุยเรียนรู้
จากยอดเขาสู่ท้องทะเล

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
 

อ่าวคุ้งกระเบน ท้องทะเลแห่งพระเมตตา

          สภาพปัญหาในอดีต ทรัพยากรชายฝั่ง เสื่อมโทรมจากการตัดไม้ทำลายป่า การบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นบ่อกุ้ง บ่อปลา พื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหาย จากน้ำทะเลท่วมถึง และมีปัญหาคินเค็ม
          พระราชา ปราชญ์นักพัฒนา มีพระเมตตาให้ฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย ให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ดังเดิมด้วยการ ‘พัฒนา อนุรักษ์ ฟื้นฟู จัดการ’ ทรัพยากรชายฝั่งทะเล บริเวณพื้นที่อ่าวคุ้งกระเบนและพื้นที่ใกล้เคียงให้เกิดความสมดุลในระบบ นิเวศ ช่วยพัฒนาชีวิตชาวคุ้งกระเบนด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง

 

รักษ์ป่าผืนสุดท้ายแห่งบ้านอ่างเอ็ด
โครงการพัฒนาป่าชุมชนบ้านอ่างเอ็ด


เจ้าหญิงนักพัฒนา ผู้คืนป่าผืนสุดท้ายสู่ชุมชน
          เพราะป่า คือแหล่งต้นน้ำและมีความสัมพันธ์กับคนในชุมชน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงเห็นถึงความจำเป็นที่จะอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพป่าไม้บนพื้นที่ 160 ไร่ 1 งาน 86 ตารางวา ซึ่งเป็นป่าผืนสดุท้ายของบ้านอ่างเอ็ดไว้
          พระราชทานพระราชดำริให้จัดทำโครงการพัฒนาเป็นป่าชุมชนบ้าน อ่างเอ็ด (มูลนิธิชัยพัฒนา) เพื่อเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ สนับสนุน ให้ชุมชนรู้จักใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน

ตามรอย
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

          พื้นที่หลายหมื่นไร่ของอำเภอพนมสารคาม จากเคยเป็นป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย เมื่อมีการสร้างถนนทางหลวง ทำให้มีการระเบิดหินไปทำถนน พื้นที่ป่าดงดิบที่เคยอุดมสมบูรณ์จึงกลายเป็นที่ดินเสื่อมโทรมในเวลาต่อมา
          พระราชา เห็นถึงปัญหาป่าไม้แหล่งน้ำและดินเสื่อมโทรม จึงมีพระราชดำริให้เริ่มก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน ให้เป็นศูนย์ตัวอย่างรวมการพัฒนาด้านเกษตรกรรมที่สมบรูณ์แบบ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน

 

เดินเที่ยวป่า “ห้องเรียนธรรมชาติ”
โครงการป่าสิริเจริญวรรษอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

พระราชาสอนให้เรารักษ์ป่า

         
ย้อนไป 27 ปีที่แล้วจังหวัดชลบุรีมีพื้นที่เป็นป่าเสื่อมโทรมบริเวณกว้าง ทำให้พื้นที่ป่าและแหล่งน้ำลดลง สัตว์ป่าไม่มีแหล่งอาศัย ชาวบ้านก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากป่า
          พระราชามีความห่วงใย จึงให้ฟื้นฟูผืนป่าบริเวณเขาชีโอน จังหวัดชลบุรี ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ทรงคิดวิธีฟื้นฟูดูแลและรักษาป่า เพื่อประชาชนในพื้นที่และที่ใกล้เคียงได้ใช้ประโยชนอ์ย่างยั่งยืน เป็นที่มาของโครงการป่าสิริเจริญวรรษ อันเน่ืองมาจากพระราชดำรินั่นเอง

ตะลุยสวนผลไม้ของพระราชา
โครงการพัฒนาที่ดิน
มูลนิธิชัยพัฒนา จังหวัดระยอง

สวนผลไม้ผสมผสาน

          เจ้าหญิงนักพัฒนามีพระราชดำริให้ปรับปรุงพื้นที่ บ้านสามแยกประแสร์ ต.คลองปูน อ.แกลง จ.ระยอง และฟื้นฟูสภาพสวนไม้ผลให้มีความอุดมสมบูรณ์ โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตพืชที่ถูกต้องเหมาะสม จัดทำแปลงต้นแบบผลไม้แบบผสมผสานตามศาสตร์ของพระราชา แปลงศึกษาทดสอบพันธุ์ปาล์มน้ำมันและแปลงป่าชุมชนเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ยั่งยืน

 

แปลงร่างเมล็ดพันธ์ุ
เป็นแปลงผักไม่ใช้ดิน
โครงการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน มูลนิธิชัยพัฒนา

ไม่ต้องใช้เงินเยอะก็ปลูกผักไม่ต้องใช้ดินได้
         
เนื่องจาก ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี เป็นพื้นที่ที่มีความพร้อม เจ้าหญิงนักพัฒนาจึงมีพระราชดำริให้ทำท่ีแห่งนี้เป็นโครงการนำร่อง และ แปลงสาธิตการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินต้นทุนต่ำ ประยุกต์ใช้วัสดุในท้องถิ่นมาดัดแปลงเป็นโต๊ะ ปลูกผักปลอดภัยส่งเสริมรายได้ให้คนในชุมชน

 

เที่ยวอ่างเก็บน้ำของพระราชา
โครงการห้วยโสมง
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

พระราชาปราชญ์แห่งน้ำ

          แต่เดิมจังหวัดปราจีนบุรีเป็นจังหวัดเดียวในเขตภาคตะวันออก ที่ไม่มีเข่ือนหรืออ่างเก็บน้ำประจำจังหวัด ทำให้มีปัญหาอุทกภัย ชาวบ้านต้องเจอกับปัญหาต่าง ๆ ทั้งน้ำท่วมน้ำแล้งน้ำเค็มรุกล้ำและน้ำเน่าเสีย พระราชาทรงเห็นความสำคัญของการพัฒนาน้ำ
          เพราะน้ำคือปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต จึงให้พัฒนาเขตพื้นที่ราบเชิงเขา ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี จัดทำอ่างเก็บน้ำห้วยโสมงฯ เป็นโครงการเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำให้ชาวบ้านเพาะปลูกได้ และมีน้ำกินน้ำใช้ได้ตลอดปี

โรงเรียนกาสรกสิวิทย์
สอนวิถีชีวิตคนกับควาย


คนกับควายเป็นเพื่อนกัน

          สมัยก่อนคนไทยเลี้ยงควาย ใช้ควายช่วยทำนา แต่เม่ือยุคสมัยผ่านไปการทำนาโดยใช้ควายลดน้อยลง และค่อยๆ หายไป
          เจ้าฟ้าหญิงนักพัฒนา จึงมีพระราชดำริให้อนุรักษ์ควายไทยและภูมิปัญญานี้ไว้ โดยให้มูลนิธิชัยพัฒนาสร้างโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ ขึ้นเพื่อเป็นโรงเรียนฝึกควายเป็นศูนย์อนุรักษ์ และพัฒนาควายไทย และให้ความรู้เรื่อง วิถีชีวิตแบบพื้นบ้านด้วยวิถีพอเพียงตามแนว พระราชดำริของพระราชา

เพลินเรียนรู้
โครงการพัฒนาพื้นที่รอบวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 

          พระราชาเห็นว่าการจะพัฒนาให้ทุกคนได้ประโยชน์อย่างยั่งยืนเกื้อกูลกันได้ จะต้องพัฒนาแบบองค์รวม ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2525 พระราชาเสด็จมาที่วัดญาณสังวรารามฯ จึงมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาที่ดินบริเวณติดต่อกับวัดญาณสังวรารามฯ โดยมีหลายหน่วยงานร่วมกันดูแล เพื่อให้เป็นแหล่งอนุรักษ์ป่าไม้ มีวนอุทยานและพัฒนาการเกษตร ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีอาชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 


     การเดินทางเรียนรู้ “ตามรอยพระราชา” ยังไม่สิ้นสุด ดินแดนของพระราชายังมีอีกมากมายทั่วเมืองไทย มาเป็นนักเดินทางเรียนรู้ตามรอยพระราชา นักคิด นักทำ ผู้ยิ่งใหญ่ของเรากันเถอะ



จำนวนผู้เข้าชม 158 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์