แง้มดูหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา เส้นทางภาคเหนือตอนบน "The King's Journey" Learning Passport (เล่มสีม่วง)

เขียนโดย สกล สุวรรณาพิสิทธิ์ | 23/10/2560 15:47:48

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


     “หนังสือเดินทาง ตามรอยพระราชา เส้นทางภาคเหนือตอนบน”  มีจุดประสงค์เพื่อให้เยาวชนเรียนรู้รักษา ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ปลูกป่าในหัวใจ เพราะป่าคือชีวิต
เส้นทางภาคเหนือตอนบน ได้แก่  1.เชียงใหม่  2.ลําพูน  3.ลําปาง  4.แม่ฮ่องสอน  5.เชียงราย  6.พะเยา  7.แพร่  8.น่าน

รักษ์ป่าต้นน้ำ
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ย้อนไปเกือบ 35 ปีก่อน พื้นที่กว้างๆ 8,500 ไร่ แห่งนี้เคยเป็น “เขาหัวโล้น” เหมือนคนไม่มีผม หลังจากยกเลิกสัมปทานการตัดไม้ พระราชาก็เสด็จฯ มาเนรมติให้ที่นี่กลายเป็นพื้นที่สีเขียวอีกครั้ง และให้สร้างศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ เป็นแหล่งความรู้สำหรับคนในภาคเหนือ สอนชาวบ้านให้รู้จักธรรมชาติและนำไปใช้ประโยชน์ เมื่อทุกคนช่วยกันพื้นที่ไหนๆ ก็จะไม่เป็นภูเขาหัวโล้นๆ อีกแล้ว

ชมความหลากหลายของพืชพรรณ
สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

ที่นี่เป็นศูนย์รวมพันธุ์ไม้ไทยบนพื้นที่ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับศึกษาและค้นคว้าทางด้านพฤกษศาสตร์และความหลากหลาย ทางชีวภาพ ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างก็มีการศึกษา เรียนรู้ทางด้านพฤกษศาสตร์นี้ด้วย พระราชินิีผู้สนองพระราชดำริของพระราชา ในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงทำให้มีสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ขึ้น เพื่อรักษาพันธุ์พืชของไทย

ทำความรู้จักพืชเมืองหนาว
สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

ครั้งหนึ่งในอดีต พระราชาและพระราชินีทรงเดินทางมาเยี่ยมชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลตัวเมือง แล้วพบว่าที่นี่ชาวเขาเผ่ามูเซอปลูกฝิ่นแต่ยังยากจน อีกทั้งป่าต้นน้ำถูกทำลายไปด้วย และเมื่อพระราชารู้ว่าชาวเขาปลูกท้อขายได้ราคาพอๆ กัน จึงโปรดให้ตั้ง “สถานีทดลองไม้ผลเมืองหนาว” ขึ้น และเป็นโครงการหลวงแห่งแรก เพื่อส่งเสริมชาวเขาให้หันมาปลูกแทนฝิ่น

สนุกเรียนรู้
นานาประโยชน์จาก “ต้นชา”
ศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน

ในอดีต พื้นที่สูงหลายแห่งมีปัญหาตัดไม้ทำลายป่าและเกิดไฟไหม้ป่าบ่อยครั้ง พระราชาจึงทรงให้แนวคิดในการเลือกพันธุ์ไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจให้ชาวบ้านปลูก สร้างรายได้เพื่อเป็นการฟื้นฟูป่า เจ้าหญิงนักพัฒนามีพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนาก่อตั้งศูนย์วิจัย และพัฒนาชาน้ำมัน และพืชน้ำมันขึ้นเพื่อเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนา เกี่ยวกับต้นชาน้ำมันและพืชน้ำมันอื่นๆ ทั้งยังมีโรงงานผลิตน้ำมันให้คนไทยมีน้ำมันพืชที่ดีคุณภาพสูงเพื่อบริโภค

สนุกเรียนรู้เกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร
โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาเกษตรกรรม
บนพื้นที่สูงของมูลนิธิิชัยพัฒนา

เจ้าหญิงนักพัฒนาผู้สานต่อแนวคิดและความเมตตาจากพระราชา ที่ต้องการให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น จึงได้ก่อเกิดโครงการต่างๆ ขึ้นมากมาย โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาเกษตรกรรมบนพื้นที่สูงของมูลนิธิชัยพัฒนา “เน้นการทำเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร” ตั้งแต่การผลิตสิ่งต่างๆ สำหรับใช้เองภายในโครงการแทนสารเคมี โดยนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่โครงการกลับมาใช้ใหม่ และแปรรูปเพื่อยืดอายุกับเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตทางการเกษตร ตามที่พระราชาสอนให้เราพึ่งตนเองด้วยเกษตรผสมผสาน และการ
อนรุักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ย้อนอดีต
พิพิธภัณฑ์พื้นที่ที่มีชีวิต
พิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ ๑ (ฝาง)

เมื่อป่าไม้บนภูเขาถูกทำลายเพราะการทำไร่ฝิ่น พระราชาทรงหาวิธีในการปลูกป่ากลับคืนมา โดยให้ความรู้ชาวบ้านในการปลูกพืชผักผลไม้ เพื่อสร้างรายได้ทดแทนการตัดป่าเพื่อปลูกฝิ่น เมื่อผลผลิตของชาวบ้านมีมากขึ้น สินค้าล้นตลาดทำให้ราคาถูก จึงให้ตั้ง “โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูป” เป็นแห่งแรก เพื่อแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร สายตาที่มองการณ์ไกลของพระราชา ช่วยให้ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรและชาวบ้านที่อยู่รอบโรงงานมีความเป็นอยู่ดีขึ้น ถึงแม้ว่าโรงงานแห่งนี้จะถูกน้ำป่าพัดถล่มเสียหายหนักมาแล้วในปี 49 แต่เจ้าหญิงนักพัฒนา ยังทรงให้ความสำคัญใหฟื้นฟูโรงงานขี้นมาใหม่และให้สร้างพิพิธภัณฑ์เป็น “พิพิธภัณฑ์พื้นที่ที่มีชีวิต” สำหรับการเรียนรู้ของคนรุ่นต่อมา

ต้นแบบ
พิพิธภัณฑ์การจัดการน้ำชุมชน
ตามแนวพระราชดำริ บ้านม่วงชุม

ย้อนเวลากลับไปในอดีต ชุมชนแห่งนี้เคยต้องพบกับป่าเสื่อมโทรม จนเกิดปัญหาทั้งน้ำแล้งและน้ำท่วมมาเป็นเวลากว่า 20 ปี ชุมชนที่ทำเกษตรกรรมเป็นหลักและผูกพันกับแหล่งน้ำเดือดร้อนเสียหายอย่างนี้มาตลอด จนเมื่อมีการนำความคิดจากพระราชาในเรื่อง “ธรรมชาติฟื้นฟูธรรมชาติ” คู่กับวิถีชีวิตที่ไม่บุกรุกป่า เมื่อต้นน้ำได้รับการฟื้นฟู จึงทำให้ที่นี่พึ่งพาตัวเองในเรื่องของน้ำได้สำเร็จ กลายเป็นชุมชนตัวอย่างเป็นพิพิธภัณฑ์การจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริแห่งที่ 14

ปลูกเมล็ดพันธ์ุ แห่งการแบ่งปัน
ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ

ในอดีตเม่ื่อเกิดอุทกภัย ชาวบ้านต่างได้รับความเดือดร้อน พืชผักไร่นาเสียหายจากน้ำท่วม เจ้าหญิงนักพัฒนาทรงพระเมตตามองเห็นปัญหา และนำศาสตร์ของพระราชามาปรับใช้ ให้แจกจ่ายเมล็ดพันธุ์พืชที่เป็นประโยชน์อย่างข้าว ผัก ฟักแฟงต่างๆ ให้ชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมกลับมาช่วยเหลือตัวเองได้ และค่อยๆ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ เกิดขึ้นเพื่อทำหน้าที่ เตรียมเมล็ดพันธุ์พืชพื้นฐานเก็บไว้แจกจ่ายช่วยเหลือ และพัฒนาเมล็ดพันธุ์ให้เป็นพันธุ์ที่ดีขึ้นด้วย เพื่อส่งเสริมการเกษตรอาชีพหลักของคนไทยให้ยั่งยืน

 

ดอยแห่งความเมตตา
โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน)
อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ด้วยพระเมตตาและมุ่งมั่นตั้งใจของพระราชา ในการแก้ปัญหาทุกข์ยากของชาวบ้านบนดอย จึงได้นำแนวคิดในเรื่องการฟื้นฟูป่าและพัฒนาชุมชนมาใช้ ทำให้เกิดผลสำเร็จเป็นตัวอย่างแห่งแรกขึ้นที่ห้วยฮ่องไคร้ “สมเด็จย่า” มารดาของพระราชา จึงทรงนำแนวคิดในการพัฒนานี้ มาใช้ในการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อใช้ช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ดอยตุงให้ดีขึ้นจนถึงทุกวันนี้

     การเดินทางเรียนรู้ “ตามรอยพระราชา” ยังไม่สิ้นสุด ดินแดนของพระราชายังมีอีกมากมายทั่วเมืองไทย มาเป็นนักเดินทางเรียนรู้ตามรอยพระราชา นักคิด นักทำ ผู้ยิ่งใหญ่ของเรากันเถอะ



จำนวนผู้เข้าชม 469 คน | จำนวนโหวต 2 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
3

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์