เขียนโดย |

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


OECD สรุปบทเรียนประเทศพัฒนาแล้วชี้ต้อง ‘ยกระดับทักษะแรงงานแก่เด็กเยาวชนและแรงงาน’ ต้องเน้น ‘พัฒนาหลักสูตร-การแนะแนวอย่างมีประสิทธิภาพ-นายจ้างร่วมกำหนดทักษะที่ตลาดต้องการ-เกิดฐานข้อมูลการใช้และความต้องการทักษะ’

     วันที่ 2 กันยายน 2559 สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จัดการประชุมเสวนานานาชาติ การพัฒนาทักษะเยาวชนและประชากรวัยแรงงานสู่โลกของการทำงาน: ยุทธศาสตร์และบทเรียนการทำงานจากประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี)

    นางสาวอลิซาเบท ฟอร์ดแฮม ที่ปรึกษาอาวุโสสำนักงานด้านการศึกษาและพัฒนาทักษะ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา OECD  วัดทักษะการทำงานของผู้ที่ประกอบอาชีพ หรือ Programme for the International Assessment of Competencies (PIAAC) เพื่อเป็นเครื่องมือสะท้อนมาตรฐานคุณภาพวัยแรงงาน สำรวจในช่วงอายุ 16-65 ปี จำนวน ????? คน จาก ???? ล้านคน ในกลุ่ม ?? ประเทศสมาชิก จาก 34 ประเทศ หลังจากจบการศึกษาและทำงานแล้ว เพื่อวัดทักษะ 3 ด้าน คือ 1.อ่านออกเขียนได้ 2.คิดคำนวณ และ 3.การแก้ปัญหาจากการใช้เทคโนโลยี ซึ่งพบสถานการณ์ “ภาวะเสียประโยชน์ค่าจ้าง” เหตุ “แรงงานจำนวนมากทำงานไม่ตรงคุณสมบัติ”เนื่องจากลูกจ้างด้านคุณวุฒิ ด้านทักษะ และสาขาที่เรียนจบไม่ตรงกับแรงงาน โดยมีการลงลึกในรายละเอียด อาทิ ระดับการศึกษาและการเข้าศึกษา ประวัติการทำงาน ทักษะที่ใช้ในการทำงานทั่วไปและทักษะเฉพาะที่จำเป็น เป็นต้น เพื่อสะท้อนให้เห็นความจำเป็นของทักษะ ปัจจัยที่เชี่ยมโยงกับประสิทธิภาพความชำนาญ สภาวะความต้องการทักษะในตลาดแรงงาน และปัญหาการจับคู่ทักษะกับงานที่ไม่ตรงกัน

    ทั้งนี้ ผลสำรวจปี 2555 พบว่า ประเทศที่มีค่าเฉลี่ยประสิทธิภาพการรู้หนังสือของผู้ใหญ่สูงสุดคือ ญี่ปุ่น ฟินแลนด์ และเนเธอร์แลนด์ ขณะที่ชิลิ ตุรกี และอิตาลีติด 3 อันดับรั้งท้าย โดยเมื่อเปรียบเทียบทักษะการรู้หนังสือในอิตาลีและญี่ปุ่นตามระดับการศึกษาจะพบว่า ผู้เรียนที่จบการศึกษาระดับต่ำกว่ามัธยมศึกษาในญี่ปุ่นกลับมีทักษะการเรียนรู้หนังสือเฉลี่ยใกล้เคียงกับผู้เรียนที่จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษาในอิตาลี สะท้อนถึงความชำนาญในทักษะ และการสร้างแรงงานที่มีประสิทธิภาพในตลาดแรงงานในญี่ปุ่น ซึ่งจะจากผลสำรวจสามารถวิเคราะห์ได้ใน 5 ประเด็น ดังนี้ 1) แรงงานที่มีทักษะดีกว่ามีแนวโน้มมากว่าที่จะได้รับการว่าจ้าง (ในบางประเทศ) และมีโอกาสได้ค่าจ้างสูงกว่า 2) แรงงานที่ใช้ทักษะอย่างสม่ำเสมอมีแนวโน้มได้รับการจ้างงานสูงกว่า 3) บางสถานการณ์แรงงานถูกจ้างทั้งที่คุณสมบัติและทักษะไม่ตรงตามงาน 4) แรงงานจำนวนมากถูกให้ทำงานที่ไม่เหมาะสมกับคุณสมบัติ ไม่ตรงวุฒิและทักษะการรู้หนังสือ และ 5) แรงงานเผชิญกับความสูญเสียประโยชน์เรื่องค่าจ้างเพราะทำงานไม่ตรงทักษะ

    ทั้งนี้ข้อมูลโออีซีดียังชี้ให้เห็นว่า ประเทศที่พัฒนาแล้วมีแนวทางพัฒนาทักษะแรงงานให้แก่เยาวชนและแรงงาน ใน 4 ด้านดังนี้ 1) สร้างให้เกิดหลักประกันในการเข้าถึงการเรียนรู้ทักษะพื้นฐานสากล 2) กำจัดอุปสรรคการเรียนรู้เพิ่มเติม เช่น มีการแนะแนวที่มีประสิทธิผล มีรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นได้ และทางเลือกที่หลากหลาย 3) นายจ้างมีส่วนร่วมในการออกแบบ จัดหาและให้ทุนสนับสนุนการศึกษาและการฝึกอบรมตามความต้องการตลาด และ 4) การพัฒนาฐานข้อมูลเรื่องทักษะและความต้องการแรงงานตามความต้องการของผู้ประกอบการ ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาสมองไหล การค้นพบสาเหตุของทักษะที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ช่วยให้นายจ้างได้รับประโยชน์จากทักษะของลูกจ้างอย่างเต็มศัภยภาพ เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานที่ขาดกำลังคน หรืออยู่ระหว่างการจัดสรรกำลังคน และกระตุ้นให้เกิดการสร้างสรรค์งานที่มีมูลค่า



จำนวนผู้เข้าชม 0 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์