6 วิธีสร้างสรรค์ที่จะทำให้นักเรียนร่วมสะท้อนคิดในโรงเรียน : ประสบการณ์จากประเทศอังกฤษ

เขียนโดย ผู้ดูแลระบบ สสค. | 03/07/2560 17:04:26

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


     โรงเรียนหลายแห่งในอังกฤษกำลังเริ่มทดลองวิธีการใหม่ๆ ที่จะทำให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อการจัดการศึกษา 

     จากงานวิจัยพบว่า นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้นเมื่อพวกเขาได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่โรงเรียนกว่า 90% จะมีห้องประชุมไว้สำหรับให้นักเรียนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น แต่นี่ก็ไม่ใช่วิธีการเดียวที่จะแลกเปลี่ยนความเห็นกับนักเรียนยังมีวิธีสร้างสรรค์อีกหลายๆ วิธี

1. จัดการสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบ Pow wow

     สภานักเรียนถือเป็นรูปแบบหนึ่งที่ให้นักเรียนได้สะท้อนคิด อย่างไรก็ตามมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อสภานักเรียนว่า นักเรียนที่มีความเชื่อมั่นในตนเองสูงเท่านั้นที่สมัครเข้ามา ไม่ได้เป็นตัวแทนของนักเรียนส่วนใหญ่ที่แท้จริง หากต้องการให้นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมจริง โรงเรียนจะต้องมีวิธีเลือกนักเรียนเพื่อเข้าร่วมประชุมที่แตกต่างออกไป อย่างเช่น วิธีการสุ่ม หรือ ให้เพื่อนนักเรียนลงคะแนนเสียง เป็นต้น โรงเรียนได้ลองวิธีทางอื่นเพื่อที่จะรับฟังนักเรียน ตัวอย่างเช่น โรงเรียนลาร์ค ไรซ์ อะแคเดมี (Lark Rise Academy) ในเมืองเบดฟอร์ดเชอร์ (Bedfordshire) ใช้การสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นแบบ Pow wow ในการดึงความร่วมมือจากนักเรียนในโรงเรียนเข้าร่วมการประชุม นักเรียนจะใช้เวลา 30 นาที ทุกสัปดาห์ในการร่วมแสดงความคิดเห็น โดยมีครูของพวกเขาเป็นผู้ดำเนินการการสนทนา และมีครูผู้ช่วยจดบันทึกการสนทนา ทุกคนในวงสนทนาจะมีส่วนร่วม โดยส่วนใหญ่ทุกคนจะมุ่งเน้นไปที่เรื่องหลักสูตรการศึกษา จะมีการถามความคิดเห็นเด็กเกี่ยวกับหนังสือที่พวกเขาเคยอ่าน หรือ มีการเตรียมการเรียนการสอนอย่างไรในชั้นเรียน เพื่อบทสนทนาที่มีชีวิตชีวา และกระตุ้นความคิดของนักเรียน จึงให้นักเรียนได้มีการวิเคราะห์คำตอบของพวกเขาเองด้วย 

2. กลุ่มตัวแทนนักเรียนรายวิชา

     ถ้าต้องการให้นักเรียนมีส่วนร่วมในเรื่องการเรียนการสอนบางวิชา การตั้งกลุ่มตัวแทนนักเรียนในวิชาต่างๆ จะทำให้การออกแบบการเรียนการสอนในวิชานั้นๆ ชัดขึ้น ตัวอย่างของครู Kerry Mcnamee จาก The Academy ที่ Shotton Hall ในเมือง Durham ได้เชิญนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 2 และ 3 ให้เป็นหัวหน้าวิชาภาษาอังกฤษ เธอเล่าว่าพวกเขาจะทำงานร่วมกับครูในการวางแผนการทำงาน วิจัยแบบเรียนให้ดีขึ้น ออกแบบโครงการการบ้าน จัดกิจกรรมหรือพัฒนาความสามารถในการอ่านเขียน

3. สร้างเครือข่ายนักเรียน

     การให้โอกาสนักเรียนได้สร้างเครือข่ายกับเด็กโรงเรียนอื่น จะช่วยทำให้พวกเขาได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการพัฒนาโรงเรียน และสามารถพัฒนาทักษะการสื่อสารได้ การให้นักเรียนสะท้อนคิด (Student Voice) ได้รับการสนับสนุนโดย Phoenix Education Trust (มูลนิธิเล็กๆ ระดับชาติที่คอยสนับสนุนการศึกษาแบบประชาธิปไตย) โดยองค์กรมีเป้าหมายในการสร้างประชาธิปไตยในโรงเรียน โดยทำงานร่วมกับเด็กๆ และสนับสนุนให้พวกทำการรณรงค์ด้วยตนเอง

     องค์กรนี้เปิดให้สำหรับนักเรียนทุกคนที่เป็นสมาชิกของ Student Voice (เสียงนักเรียน) โดยส่วนมากเด็กที่เข้าร่วมจะมีอายุประมาณ 11-18 ปี James McCash จาก Phoenix Education อธิบายว่านักเรียนได้สนทนาเกี่ยวกับสถานศึกษา และปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อเด็กๆ ในที่ประชุม และมีการพัฒนาทักษะและเทคนิคให้แก่นักเรียนด้วย ได้แก่ ทักษะการสื่อสาร และการสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง

4.  ส่งเสริมกิจกรรมนอกหลักสูตร

     ในเมืองเคนต์ นักเรียนเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนโดยการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของงาน Career Day (ตลาดนัดอาชีพ) ซึ่งเป็นวันที่เหล่านายจ้างจะมาคุยกับพวกเขา พวกเขาทำงานสำรวจ โดยการสัมภาษณ์ ถ่ายภาพงานตลอดทั้งวัน รวมถึงจัดทำใบงานบอกเล่าประสบการณ์ให้นักเรียนรุ่นน้อง

     หลังจากงานโครงการนี้ไม่ได้ส่งผลดีแค่กับโรงเรียน แต่ยังช่วยกระตุ้นกระบวนการทางวิชาการให้กับนักเรียนอย่างการพัฒนาทักษะการเขียน Anne McNutty ประธานบริหาร ของ Education Business Partnership (EBP Kent) ที่ทำงานร่วมกับโรงเรียนและภาคธุรกิจ กล่าวว่า โครงการจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเด็กและสร้างทักษะการอ่านและการเขียน ไม่ว่าจะระดับไหนก็ตาม และนักเรียนได้ร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพต่างๆ ทักษะที่สำคัญที่พวกเขาได้รับนั้น คือ “ทักษะการทำงาน”

5. นักเรียนมีส่วนร่วมในการจ้างบุลลากรใหม่

     ด้วยการวางแผนที่รอบคอบและการสนับสนุนของคณะกรรมการโรงเรียน การที่ให้คณะนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกมีส่วนในการสัมภาษณ์บุคลากรในโรงเรียน นักเรียนอาจให้มุมมองใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์เมื่อจ้างบุคลากรใหม่ The Smart School Council Community มูลนิธิที่จัดตั้งเพื่อสนับสนุนประชาธิปไตยในโรงเรียน เสนอให้คณะทำงานกับเพื่อนนักเรียนร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนกันถึงคุณภาพของครูและผู้บริหารโรงเรียนที่พวกเขาคาดหวังว่าจะได้รับ

     มูลนิธิเสนอให้นักเรียนได้ฝึกในส่วนของการสัมภาษณ์งาน อย่างเช่น ความมั่นใจ การฟังอย่างตั้งใจและคำถามที่เกี่ยวข้องกับการสัมภาษณ์งาน  ซึ่งจะเป็นคำถามที่พวกเขาอาจจะได้รับเมื่อสมัครเข้าทำงาน

6. เคารพสิทธิเด็ก

     การนำเอาสนธิสัญญา UN ที่เกี่ยวกับสิทธิเด็กมาใช้ในการวางแผน และการอยู่ร่วมกันของคนในโรงเรียนเป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าคุณค่าของเด็กและความเห็นของพวกเขาจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

     Unicef (ยูนิเซฟ) ได้ให้รางวัล Rights Respecting Schools Award (RRSA) แก่โรงเรียนที่นำสนธิสัญญา UN ที่เกี่ยวกับสิทธิเด็กไปใช้ในนโยบายของโรงเรียนและมีการฝึกปฏิบัติเรื่องสิทธิเด็กให้แก่นักเรียน ทั้งนี้ โรงเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิทธิเด็กและฝังคุณค่านี้ในความเป็นผู้นำและการบริหารจัดการ 

     เด็กจะได้รู้สึกถึงคุณค่าของตน การรับฟัง และพัฒนาความเข้าใจ นอกจากนั้นคือการเคารพต่อศาสนา วัฒนธรรม ความเชื่อและความสามารถที่แตกต่างกันในแต่ละคนด้วย



จำนวนผู้เข้าชม 349 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์