รองนายกฯประจิน วางเป้าพัฒนาคนลดความเหลื่อมล้ำ สู่ไทยแลนด์ 4.0

เขียนโดย ผู้ดูแลระบบ สสค. | 02/03/2560 12:09:26

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


รองนายกฯประจิน วางเป้าพัฒนาคนลดความเหลื่อมล้ำ สู่ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยระบบสารสนเทศบูรณาการเชื่อมข้อมูลหน่วยงาน สสค.พบข้อมูลจำนวนเด็กยากจนลดอย่างน้อย 20% ด้วยการใช้แผนที่ GIS –ระบบสารสนเทศ เจาะเด็กรายบุคคล

     เมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เพื่อมอบนโยบายและกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค (สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อุดรธานี หนองคาย) ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรสิ่งแวดล้อม คมนาคมและการศึกษา โดยรองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่เชื่อมกับการศึกษาว่า ต้องมีการพัฒนาทุกช่วงวัย ไม่ใช่เฉพาะเด็ก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้คนในพื้นที่ให้มีความรู้สามารถประกอบอาชีพให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย และย้ำว่า หากคนมีคุณภาพก็จะช่วยสนับสนุนให้เกิด New S-curve เพื่อนำไปสู่เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0  "เราต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาในทุกระดับ ทั้งในส่วนวิชาการและวิชาชีพ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีประเด็นข้อห่วงใยว่า ทำอย่างไรให้เด็กที่จบสายอาชีพแล้วสามารถประกอบอาชีพในจังหวัด ฉะนั้นทุกภาคส่วนต้องบูรณาการร่วมกัน ให้หน่วยงานมีตำแหน่งรองรับกำลังคนในพื้นที่ กศจ.และทางอบจ.จึงจำเป็นต้องทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ต้องจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ มิใช่จัดการศึกษาตามความพร้อมของผู้สอน ฉะนั้นกระทรวงศึกษาต้องยกระดับให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนมากขึ้น ต้องหาความรู้นอกห้องเรียน เพื่อให้ก้าวทันยุคสมัย" 

     นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดนครพนม กล่าวถึงโครงการพัฒนาระบบสานสนเทศเพื่อหลักประกันโอกาสทางการเรียนรู้พบว่า ในปีการศึกษา 2559 ประเทศไทยพบนักเรียนยากจนในการศึกษาภาคบังคับภายใต้การดูแล สพฐ.จำนวน 2.86ล้านคน หรือราว 57% ของนักเรียนทั้งหมดซึ่งมีงบประมาณเพียง 2,500 ล้านบาทแต่ช่วยนักเรียนยากจนได้เพียง 1.7 ล้านบาท หรือราว 35% ของนักเรียนทั้งหมดจึงเป็นที่มาในความร่วมมือของ สพฐ. สสค. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยนเรศวรในการออกแบบเครื่องมือคัดกรองเด็กยากจนผ่านระบบสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการคัดกรองเด็กยากจนเป็นรายบุคคล (Data Management Center หรือ DMC) โดยทดลองใช้ใน 10 จังหวัดนำร่อง ครอบคลุมโรงเรียน 5,000 แห่งในกันยายน -ตุลาคม2559 พร้อมทั้งจะขยายผลทั่วประเทศภายในปีการศึกษา 2560

     “เป้าหมายในการคัดกรองเด็กยากจนที่ได้รับความร่วมมือจากสพฐ. สสค. และมหาวิทยาลัยชั้นนำ โครงการนี้สามารถทำให้เห็นปัญหาที่แท้จริงว่า ด็กนักเรียนยากจนอยู่ที่ใดและต้องการการช่วยเหลืออย่างไรบ้าง ซึ่งเมื่อมีคำสั่ง คสช.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้ามาเป็นประธานศึกษาธิการจังหวัด การบูรณาการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการจึงเข้ามาช่วยเหลือค้นหาเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์จังหวัดนครพนมที่กำหนดชัดเจนว่าเป็นเมืองน่าอยู่ เป็นประตูเศรษฐกิจสู่อาเซียนและจีนตอนใต้ การที่จะเดินหน้าไปด้วยความชัดเจนได้นั้นการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กเยาวชนจึงเป็นเรื่องจำเป็น”

     ด้านนายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ซึ่งได้รับมอบหมายงานด้านการศึกษาจากนายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวถึง 6 ยุทธศาสตร์การจัดการศึกษาของจังหวัดอุดรธานี ได้แก่ 1) การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและยกระดับมาตรฐานการศึกษา 2) การพัฒนาศักยภาพครู 3) การผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับการพัฒนาประเทศตามความต้องการของตลาด 4) การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคส่วนในการจัดการศึกษาและส่งเสริมการมีส่วนร่วมตลอดชีวิต ด้วยกลไกประชารัฐ 5) การดำเนินการของ กศจ. และ 6) โครงการริเริ่มด้านการพัฒนาทุนมนุษย์คนอุดร 4.0 และโครงการเสริมสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่จังหวัดอุดรธานี เป็นต้น

     นายเพิ่มพูน พงษ์พวงเพชร ผอ.สพป.นครพนมเขต 1 กล่าวว่า นักเรียนภาคบังคับ (ป.1-ม.3) ในจังหวัดนครพนมมีจำนวน 72,942 คน เมื่อใช้ระบบสารสนเทศคัดกรอก DMC แบบใหม่พบ จำนวนเด็กยากจนลดลงราว 20% จากเดิม 56,415 คนเป็น 44,588 คน ซึ่งในฐานะกศจ.พบว่าข้อมูลเด็กยากจนนี้มีประโยชน์สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดนครพนมจะนำข้อมูลไปใช้ใสการวางแผนในการช่วยเหลือเด็กยากจน มีมาตรการส่งเสริมเด็กกลุ่มนี้ให้มีอาชีพสามารถเลี้ยงตนเองและศึกษาต่อได้

     ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิจัยและนโยบาย สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) กล่าวสรุปความก้าวหน้าโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อหลักประกันโอกาสทางการเรียนรู้ 3 ประการ ดังนี้ 1) เพื่อให้การจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนถึงตัวนักเรียนยากจนจริงเป็นรายบุคคลได้เต็มตามสิทธิอย่างมีประสิทธิภาพ 2) การคัดกรองนักเรียนที่ไม่ยากจนออก จะช่วยให้เหลือเงินงบประมาณในการสนับสนุนนักเรียนที่ยากจนจริงได้มากขึ้น 3) ระบบคัดกรองนี้จะขยายผลครอบคลุมการดูแลนักเรียนด้อยโอกาสประเภทอื่นๆ และสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียนทุกคนจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ในที่สุด “ประเทศไทยพบนักเรียนยากจนในการศึกษาภาคบังคับ ภายใต้การดูแลสพฐ.จำนวน 2.86 ล้านคน (ราว 57%ของนักเรียนทั้งหมด) ซึ่งมีงบประมาณเพียง 2,500 ล้านบาท แต่ช่วยนักเรียนยากจนได้เพียง 1.7 ล้านบาท (ราว 35% ของนักเรียนทั้งหมด) จึงเป็นที่มาในความร่วมมือของสพฐ. สสค. ม.ธรรมศาสตร์และม.นเรศวรในการออกแบบเครื่องมือคัดกรองเด็กยากจนผ่านระบบสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการคัดกรองเด็กยากจนเป็นรายบุคคล (Data Management Center/DMC) โดยทดรองใช้ใน 10 จังหวัดนำร่อง ครอบคลุมโรงเรียน 5,000 แห่ง (ก.ยฺ-ต.ค.59) พร้อมทั้งจะขยายผลทั่วประเทศภายในปีการศึกษา 2560”

     ทั้งนี้ สสค.ได้รับเกียรติจากนำเสนอข้อมูลสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในจังหวัดอุดรธานี พบว่า โรงเรียนยากจนระดับที่สูงกว่า 95% มีทั้งสิ้นจำนวน 372 โรงเรียน จาก 862 โรงเรียน ด้วยการใช้แผนที่ GIS ที่แสดงความยากจนของโรงเรียนในสังกัดสพฐ. ซึ่งส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ในฝั่งตะวันตกของจังหวัดอุดรธานี สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของพื้นที่ที่พบครัวเรือนที่มีรายได้น้อยเป็นจำนวนมาก โดยพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายเพิ่มเติมว่า นอกจากการหาแนวทางการพัฒนากำลังคนในจังหวัดแล้ว จากข้อมูลการนำเสนอของสสค.ได้สะท้อนให้เห็นภาพความเหลื่อมล้ำว่ายังเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดอุดรธานีจะต้องหาแนวทางการทำงานร่วมกันต่อไป

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- รองนายกฯ ประจิน ชี้การพัฒนาจังหวัดต้องการบูรณาการผ่านระบบสารสนเทศ เชื่อมโยงหน่วยงานเพื่อพัฒนาสู่เป้าไทยแลนด์ 4.0 โดย ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม 1 มี.ค. 2560 คลิก

- พล.อ.อ.ประจิน วางเป้าพัฒนาคนลดความเหลื่อมล้ำสู่ไทยแลนด์4.0 สสค.พบข้อมูลเด็กยากจนลดลงอย่างน้อย20%ด้วยการใช้แผนที่GIS–ระบบสารสนเทศ เจาะเด็กรายบุคคล โดย TNN24 คลิก

- สสค.พบจำนวนเด็กยากจนลดอย่างน้อย 20% หลังใช้แผนที่ GIS เจาะรายบุคคล โดย สำนักข่าวอิศรา 1 มีนาคม 2560 คลิก

- สสค.พบข้อมูลจำนวนเด็กยากจนลดอย่างน้อย 20% ด้วยการใช้แผนที่ GIS –ระบบสารสนเทศ เจาะเด็กรายบุคคล โดย Eduzone คลิก

- รองนายกฯชี้การศึกษาต้องพัฒนาทุกวัยเท่าทันยุคสมัย พล.อ.อ.ประจิน รองนายกฯเผยการพัฒนาจังหวัดต้องบูรณาการผ่านระบบสารสนเทศ การศึกษาต้องพัฒนาทุกช่วงวัยเพื่อการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยในปัจจุบัน โดย TNN24 คลิก

- คอลัมน์ รอบรั้วการศึกษา: 'ประจิน'พัฒนาการศึกษาทุกช่วงวัยคัดกรองเด็กจนรายบุคคล-นครพนมลดลง 20% นสพ.สยามรัฐ 7 มี.ค. 2560 คลิก



จำนวนผู้เข้าชม 396 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์