“สุราษฎร์ธานีฯ” จับมือ “สสค.” และ “สกว.” เดินหน้าปฏิรูปการศึกษาด้วย “sQip” เปลี่ยนมาตรฐานคุณภาพการศึกษา สร้างโรงเรียนให้เป็น “แหล่งเรียนรู้ที่มีความสุข”

เขียนโดย ผู้ดูแลระบบ สสค. | 15/02/2560 14:09:59

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


จังหวัดสุราษฎร์ธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี สมัชชาการศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินหน้ายกระดับพัฒนาคุณภาพการศึกษาภายใต้แนวคิดการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ Area-Based Education (ABE) จับมือ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ร่วมขับเคลื่อน “โครงการวิจัยและปฏิบัติการโรงเรียนพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง(sQip)” เพื่อยกระดับการเรียนรู้และพั

จังหวัดสุราษฎร์ธานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี สมัชชาการศึกษาจังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินหน้ายกระดับพัฒนาคุณภาพการศึกษาภายใต้แนวคิดการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ Area-Based Education (ABE) จับมือ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน(สสค.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ร่วมขับเคลื่อน “โครงการวิจัยและปฏิบัติการโรงเรียนพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง(sQip)” เพื่อยกระดับการเรียนรู้และพัฒนามาตรฐานการศึกษาในโรงเรียนขนาดกลางและเล็กอย่างยั่งยืน

     จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็น 1 ใน 14 จังหวัดนำร่องในการ “ปฏิรูปการศึกษา” ภายใต้ โครงการจังหวัดปฏิรูปการเรียนรู้หรือการจัดการศึกษาโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน (Area-Based Education) โดยได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานในระยะแรกจากงาน 4 ด้านคือ 1) การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา 2) การพัฒนาเด็กบกพร่องทางการเรียนรู้ 3) การจัดหลักสูตรพุทธทาสศึกษา และ 4) การพัฒนากลไกและแนวทางการหนุนเสริมชุมชนการเรียนรู้วิชาชีพครูเพื่อพัฒนาผู้เรียน(PLC) และล่าสุดได้ร่วมกับ สสค. และ สกว. นำ “โครงการวิจัยและปฏิบัติการโรงเรียนพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง” (School Quality Improvement Program: sQip) มาใช้กับโรงเรียนขนาดกลางและเล็กในพื้นที่ เพื่อแสวงหาแนวทางการพัฒนาโรงเรียนทั้งในด้านของคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา และการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้อย่างมีความสุข

     นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสค. เปิดเผยว่าจากข้อมูลของธนาคารโลกพบว่าประเทศไทยมีปัญหาช่องว่างคุณภาพสถานศึกษาระหว่างชนบทและเมืองที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ นักเรียนในโรงเรียนเขตชนบทมีคะแนนต่ำกว่านักเรียนในโรงเรียนเขตเมืองถึง 3 ปีการศึกษา สาเหตุของปัญหานี้เกิดจากการพัฒนาคุณภาพการศึกษาพุ่งเป้าแต่โรงเรียนเขตเมือง การกระจายงบประมาณไม่สอดคล้องกับภาระของโรงเรียน และการประเมินที่ไม่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ยากลำบาก หากต้องการคลี่คลายปัญหานี้ การพัฒนาคุณภาพโรงเรียนในพื้นที่ยากลำบากจึงเป็นข้อจำ เป็นมากที่สุด 

     “ปัจจุบันประเทศไทยมีโรงเรียนที่มีศักยภาพเป้าหมายคุณภาพ Q-Goal พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางแหล่งเรียนรู้ในระดับตำบลจำนวน 4,514 แห่ง สกว. และ สสค. จึงพัฒนาโครงการวิจัยปฏิบัติการโรงเรียนพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง (Development and Action Research) เพื่อค้นหามาตรการที่มีประสิทธิภาพ (Effective Interventions) ในการพัฒนาโรงเรียน โดยมีเป้าหมายนำร่องในโรงเรียนขนาดกลางที่มีจำนวนนักเรียนประมาณ 200-500 คนในพื้นที่ดำเนินงาน 14 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน ลำปาง สุโขทัย อำนาจเจริญ สุรินทร์ เพชรบุรี กาญจนบุรีชลบุรี อยุธยา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต จังหวัดละ 10-15 โรงเรียนระยะเวลาประมาณ 2-3 ปี”

     นายนคร ตังคะพิภพ หัวหน้า Q-Coach โครงการวิจัยและปฏิบัติการโรงเรียนพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง ได้กล่าวถึงเป้าหมายหลักของโรงเรียนพัฒนาคุณภาพต่อเนื่องว่าโรงเรียนจะพัฒนาตนเองตามบริบทของโรงเรียนโดยมีเป้าหมายร่วมคือ “โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีความสุข” ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทุกคนจะเติบโตในเชิงวิชาชีพสูงขึ้น และเป็นมืออาชีพมากขึ้น เป็นที่ยอมรับ นักเรียนเข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้ที่สร้างคุณภาพตามศักยภาพ 

     “โครงการนี้มีมาตรการช่วยสนับสนุนให้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการก้าวสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนใน 5 ด้าน ได้แก่ 1.Q–Coach ทีมเพื่อนร่วมทางช่วยจุดประกาย เปิดประเด็น ริเริ่มการจัดกระบวนการช่วยเหลือ 2.Q-PLCs เสริมสร้างชุมชนครูที่เข้มแข็ง นำประเด็นพัฒนาไปสู่การเรียนการสอนนักเรียน 3.Q-Info ป้อนข้อมูลแก่ผู้บริหาร ทีมทำงานของโรงเรียนสำรวจสถานะนักเรียน และเกิดระบบจัดการข้อมูลสารสนเทศ ลดภาระธุรการ 4.Q-Goal เป้ากระตุ้นการมีส่วนร่วม ของบุคลากรและชุมชน ตรงตามประเด็นเป้าหมายคุณภาพ Q-Goal แต่ละภาคเรียน และ 5.Q-Networkเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ข้ามโรงเรียน เรียนรู้จากเพื่อนที่Q-Goal ก้าวหน้าไปแล้ว”

    โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นจังหวัดที่ประสบความสำเร็จในการนำ “โครงการพัฒนาระบบกลไกและแนวทางการหนุนเสริมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาผู้เรียน (Professional Learning Community)” หรือ PLC ภายใต้ “โครงการพัฒนาครูโดยใช้พื้นที่เป็นฐานจังหวัดสุราษฎร์ธานี” ไปใช้เพื่อพัฒนาครูและสร้างคุณภาพการเรียนรู้อย่างมีความสุขให้เกิดขึ้น และมีเป้าหมายในขยายผลออกไปครอบคลุมทั้งจังหวัด เพื่อหนุนพลังครูไปสู่การปฏิรูปการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่

     นายชัยวัฒน์ แก้วบัวทอง ประธานโครงการพัฒนาครูโดยใช้พื้นที่เป็นฐานจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า กระบวนการ PLC เป็นวิธีการพัฒนาครูที่ใช้สถานการณ์ปัญหาจริงในชั้นเรียนหรือในโรงเรียนเป็นโจทย์ในการทำงาน ใช้ปัญหาที่เกิดจากการจัดการเรียนการสอนเป็นตัวตั้ง 

     “PLC เป็นแนวคิดในการที่จะพัฒนาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ไม่ได้เชิญวิทยากรนอกมานั่งบรรยาย หรือเชิญครูที่ขาดแคลนในแต่ละชั้นเรียนอยู่แล้วออกจากโรงเรียนไปอบรมที่โรงแรมเหมือนกับที่ผ่านๆ มา PLC เป็นการสร้างชุมชนในโรงเรียน ใช้โรงเรียนเป็นฐาน ใช้ครูจับคู่กันทำงานเพื่อหาจุดบกพร่องของการจัดการเรียนการสอน และหาวิธีแก้ปัญหาร่วมกัน สร้างให้เกิดกระบวนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างเพื่อนครู โดยมีผู้รู้และนักวิชาการจากภายนอกช่วยให้คำแนะนำ โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของตัวครูและตัวผู้เรียน เพราะแต่ละโรงเรียนจะมีปัญหาที่แตกต่างกัน ซึ่งกระบวนการนี้จะสามารถสร้างนวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอนได้หลากหลาย”

     นอกจากการนำกระบวนการ PLC ไปใช้ในการแก้ปัญหาในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัด ที่ปัจจุบันมีโรงเรียนเข้ารับการอบรมพัฒนากระบวนการ PLC โดยการสนับสนุนของ องค์การบริการส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปแล้วจำนวน 2 รุ่น รวม 20 โรงเรียนแล้ว อีกแนวทางหนึ่งที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีนำมาใช้ในการพัฒนาโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้อย่างมีความสุขคือการจัดทำหลักสูตร “พุทธทาสศึกษา” ตามคำกล่าวของท่านพุทธทาสที่ระบุว่า “คนดีสำคัญกว่าทุกสิ่ง” โดยได้ทดลองนำไปบูรณาการกับ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ใน 14 โรงเรียนนำร่อง โดยในปีการศึกษา 2560 พบว่ามีโรงเรียนและสถานศึกษาต่างๆ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้แสดงความสนใจที่จะนำหลักสูตรพุทธทาสศึกษาไปใช้กันอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

     ดร.สุมาลัย กาลวิบูลย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ตัวแทนคณะผู้พัฒนา “หลักสูตร พุทธทาสศึกษา” กล่าวว่า ถ้าพูดถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานีคนจะต้องนึกถึงท่านพุทธทาสและถ้าหากเราต้องการสร้างคนดีอย่างคำขวัญของจังหวัด เราก็ต้องสร้างคนดีตามแบบของท่านพุทธทาส จึงเป็นที่มาของหลักสูตรพุทธทาสศึกษา โดยโจทย์ที่เราได้มาคือคำว่าการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของเด็กในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทีนี้คุณธรรมจริยธรรมก็เป็นคำๆ เดียวกับคำว่าศีลธรรม ก็คือหลักของการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม และสิ่งที่เราสอนในหลักสูตรไม่ใช่พิธีกรรม แต่เป็นคำสอนในลักษณะของความเป็นสากล เป็นลักษณะร่วมกันของในแต่ละศาสนา ดังนั้นไม่ว่าจะนับถือศาสนาอะไรเมื่อเรียนพุทธทาสศึกษาเขาก็สามารถทำความเข้าใจในศาสนาของตนเองได้ชัดเจนขึ้น 

     “ศีลธรรมเป็นวิถีชีวิตไม่ใช่เรื่องของศีลหรือข้อห้ามแต่เพียงอย่างเดียว เป็นเรื่องของการกินข้าว การกวาดบ้าน การเดิน การทำหน้าที่ในทุกๆ นาที ถ้าทำให้ชีวิตเป็นปกติไม่มีปัญหา ท่านเรียกว่านั่นคือการทำหน้าที่ทางศีลธรรมซึ่งดูแล้วใกล้ตัว และเรื่องศีลธรรมกับการศึกษาซึ่งท่านพุทธทาสพูดไว้มากว่า การศึกษามีปัญหาเพราะแยกออกจากศีลธรรม ทำให้มีแต่ความรู้ในการเอาเปรียบคนอื่น และความรู้ที่มีอยู่ถ้ามันแยกออกจากศีลธรรมและศาสนามันก็จะพัฒนาต่อไปไม่ได้ ปฏิรูปอะไรไม่ได้ โดยเนื้อหาของหลักสูตรพุทธทาสศึกษาจะเอาไปปรับและบูรณาการให้เข้ากับ 8 กลุ่มสาระที่มีอยู่ เพราะศีลธรรมเป็นเรื่องของสภาพจริง ไม่ใช่เรื่องสมมุติ หมายความว่าเราจะให้เด็กๆ ได้เรียนรู้จากสภาพจริงๆ เพราะศีลธรรมต้องทำจริง ท่องอย่างเดียวทำไม่ได้ ดังนั้นวิชานี้จึงไม่ใช่การสอน ไม่ใช่การท่องจำ แต่อยากให้เด็กได้เอาไปใช้ เอาไปคิด โดยเรียนรู้ผ่านกิจกรรม เรียนรู้จากสภาพสังคม” 

     นายทนงศักดิ์ ทวีทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวถึงสภาพโรงเรียนหลายๆ แห่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานีภายหลังจากได้รับผลกระทบจากอุทกภัยว่า ในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรื่องความจำเป็นพื้นฐาน อาหาร หรือที่พักย่อมเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรกๆ ต่อมาจึงเป็นเรื่องความปลอดภัยของโครงสร้างหลักในจังหวัด แต่นอกจากหน้าที่หลักของ อบจ.สุราษฎร์ธานีในการอำนวยความสะดวกเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ แล้ว อยากให้ทุกหน่วยงานช่วยกันดูแลและแก้ไขความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนเป็นสิ่งสำคัญ และเชื่อว่ามีหลายหน่วยงานอยากให้ความช่วยเหลือโรงเรียน ครูและเด็ก แต่ไม่รู้ว่าเป้าหมายอยู่ที่ใดบ้าง และความจำเป็นพื้นฐานในแต่ละโรงเรียนคืออะไร จากการสำรวจโรงเรียนที่น้ำท่วมพบว่า ต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์ หนังสือเรียน โต๊ะ เก้าอี้ ที่ถูกน้ำท่วมเสียหาย ซึ่งทาง อบจ.พร้อมเป็นสื่อกลางในการส่งต่อการช่วยเหลือจากทุกหน่วยงานที่ประสงค์จะช่วยโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมในสุราษฎร์ธานี

     “ในการจัดการศึกษาผมเชื่อว่า กระทรวงศึกษายังคงเป็นมืออาชีพเรื่องการศึกษา แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมีตัวช่วยจากท้องถิ่น ทำอย่างเดียว คนเดียว หน่วยงานเดียวไม่สำเร็จแน่นอน จึงเป็นที่มาการจัดตั้งสมัชชาการศึกษาในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อชวนทุกภาคส่วนมาช่วยคิดการจัดการศึกษาของคนสุราษฎร์ธานีด้วย ซึ่งผมมองว่าปัญหาส่วนใหญ่ของการศึกษาส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็น O-net หรือผลการสอบต่างๆ มันอาจจะไม่ใช่ปัญหาของคนสุราษฎร์เลยซะทีเดียว พวกเราจึงพยายามมองปัญหาการเรียนรู้ของเด็กสุราษฎร์ร่วมกันเลยดีกว่า วันนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่ทำให้คนสุราษฎร์ฯ หันมาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และมองเรื่องของเด็ก เรื่องการศึกษา เชื่อมโยงกับเรื่องของสังคม จึงเป็นที่มาในการทำหลักสูตรพุทธทาสศึกษา การจัดหลักสูตรคัดกรองเด็ก LD และการเรียนรู้แบบ PLC เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพการสอนของครู สะท้อนให้เห็นว่าท้องถิ่นพยายามเข้าไปช่วย แต่ไม่ค่อยทราบข้อมูลความต้องการของพื้นที่เท่าที่ควร สมัชชาการศึกษาสุราษฎร์จึงทำหน้าที่เป็นกลไกที่คอยหนุนเสริมเชื่อมโยงความร่วมมือกับองค์กรภาคีและหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและนอกพื้นที่ รวมไปถึงช่วยสะท้อนความต้องการของคนในจังหวัดว่าอยากเห็นลูกหลานของคนสุราษฏร์ฯ เป็นอย่างไร การที่ สสค.เข้ามาช่วยโค้ชชิ้งพัฒนาครูแกนนำสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ ก็เป็นงานที่ทำให้เครือข่ายครูในจังหวัดได้ทำงานร่วมกันในการยกระดับพัฒนาคุณภาพการศึกษาในชุมชนในท้องถิ่นของตนเอง และโครงการ sQip ก็ยังเป็นโครงการที่จะติดอาวุธให้ครูได้เกิดความรู้สึกว่า ตนเองมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาตนเองร่วมกับครูคนอื่นๆ ในโรงเรียน เป็นการประเมินและปรับตัวเองให้มีพัฒนาการในการจัดการเรียนการสอนในทุกๆ ปี ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็จะส่งผลดีต่อทั้งคุณภาพการศึกษา และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนซึ่งก็คือลูกหลานของเราทุกคน”

     การนำกระบวนการพัฒนาครูโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน(PLC) เข้าไปใช้ในการหนุนเสริมพลังครูเพื่อพัฒนาการเรียนรู้สู่ผู้เรียน ควบคู่ไปกับการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็กและเยาวชนด้วยหลักสูตรพุทธทาสศึกษา และการนำโครงการโรงเรียนพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง (sQip) มาใช้ในการยกระดับมาตรฐานการเรียนรู้และคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษา เพื่อสร้างการเรียนรู้อย่างมีความสุข จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาเชิงพื้นที่ของจังหวัดสุราษฏร์ธานีให้ประสบความสำเร็จ.

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- สุราษฎร์นำร่อง ปฎิรูปการศึกษาผ่านคำสอน "พุทธทาสภิกขุ" สำนักข่าวอิศรา วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 คลิก
 
- สุราษฎร์ฯเดินหน้าปฎิรูป ยกระดับการศึกษาให้มีคุณภาพ เว็บไซต์เดลินิวส์ วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 คลิก
 
- สกู๊ปข่าว PLC อีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญในโครงการ sQip เพื่่อนำสู่การสร้าง "ชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพ" (Professional Learning Community) เพื่อพัฒนาให้ครู สำนักงานข่าว TNN24 คลิก
 
- สกู๊ปข่าว “สสค.-สกว.” ยกระดับ รร.พื้นที่ชนบทลดช่องว่างทางการศึกษาด้วย sQip ในรายการข่าว "ห้องข่าวเยาวชน" สำนักข่าว TNN24 คลิก
 
- เปิดห้องเรียน "พุทธทาสศึกษา" บูรณาการในวิชาคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์ในห้องเรียนได้อย่างไร สำนักงานข่าว TNN24 คลิก
 
- สุราษฎร์ธานีฯ จับมือ“สสค.-สกว.” เดินหน้าปฏิรูปการศึกษาด้วย “SQIP” นสพ.โพสต์ทูเดย์  วันที่ 1 มีนาคม 2560  คลิก
 
- รายงานพิเศษ : ‘สุราษฎร์ธานี’จับมือ‘สสค.’และ‘สกว.’เดินหน้าปฏิรูปการศึกษาด้วย‘SQIP’ เปลี่ยนมาตรฐานคุณภาพการศึกษา สร้างโรงเรียนให้เป็น‘แหล่งเรียนรูที้่มีความสุข’ นสพ.แนวหน้า วันที่ 2 มีนาคม 2560 คลิก
 
- สสค.จุดพลุโครงการ "sQip" พลิกมาตรฐานคุณภาพการศึกษาไทย นสพ.ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 8 มีนาคม 2560 คลิก
 
- เปลี่ยนมาตรฐานคุณภาพการศึกษา ทำโรงเรียนเป็น 'แหล่งเรียนรู้ที่มีความสุข'  นสพ.มติชน วันที่ 14 มีนาคม 2560 คลิก



จำนวนผู้เข้าชม 987 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์