สสค. ร่วมกับ สกว. และมูลนิธิยุวสถิรคุณ เปิดประชุม “การพัฒนาคุณภาพโรงเรียนต่อเนื่อง”

เขียนโดย ผู้ดูแลระบบ สสค. | 18/12/2559 13:07:53

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


สสค. ร่วมกับ สกว. และมูลนิธิยุวสถิรคุณ เปิดประชุม “การพัฒนาคุณภาพโรงเรียนต่อเนื่อง” รมว.ศธ. เล็งน้อมนำแนวพระราชดำริฯ “เด็กรักครู-ครูรักเด็ก” เป็นหัวใจการปฏิรูปการศึกษา

สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ศูนย์จิตวิทยาศึกษา มูลนิธิยุวสถิรคุณ และมหาวิทยาลัยนเรศวร จัดการประชุมพัฒนาทีมโค้ชคุณภาพ ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนต่อเนื่อง (SQIP) เพื่อบูรณาการงานวิจัยสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาเชิงระบบ โดยได้รับเกียรติจาก  นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายพิเศษในหัวข้อ “แนวคิด Growth Mindset และแนวทางการขยายผลสู่สถานศึกษา” พร้อมเผยแนวคิดปฏิรูปการศึกษาด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริฯ “ทำให้เด็กรักครูและครูรักเด็ก” มาใช้พร้อมเล็งปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนใหม่ด้วย “WHY” สอนคนให้ติดตั้งคำถาม ฝันอยากเห็นภาพเด็กไทยตื่นนอนแล้วอยากไปโรงเรียน ได้เรียนรู้อย่างสนุกและมีความสุข ไม่มีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในทุกมิติ

     นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทวงศึกษาธิการ กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของผู้ที่มีความตั้งใจที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับแวดวงการศึกษาด้วยการศึกษาวิจัยและทดลองแนวทางบางอย่างเพื่อที่จะขยายผลไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศ ซึ่งตรงกับข้อมูลของศ. John Hattie ที่พบว่าไม่มีเรื่องใดในวงการศึกษาที่ถูกออกแบบหรือทำขึ้นมาแล้วมีผลร้ายกับเด็ก เพียงแต่ว่าไม่มีเรื่องใดที่ทำแล้วคุ้มค่าและเกิดผลลัพธ์มากที่สุดเท่ากับการ “พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและครู” ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “ทำให้เด็กรักครู และทำให้ครูรักเด็ก” ที่ส่งผลต่อคุณภาพการเรียนการสอนและคุณภาพการศึกษามากที่สุด

     “การปฏิรูปเชิงระบบนั้นแม้จะมีผลดี แต่ก็ไม่ส่งผลไปถึงตัวเด็กได้อย่างแท้จริง เมื่อเทียบกับผลที่ได้จากการพัฒนาครูและเด็กที่จะส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงที่มากกว่า วันนี้ผมอยากเห็นเด็กไทยตื่นเช้าขึ้นมาแล้วอยากไปโรงเรียน ไปเรียนแล้วสนุก ไปเจอคุณครูที่สอนแล้วเขามีความสุข ครูรู้จักเด็ก ครูใหญ่ก็รู้จักเด็ก แต่การปฏิรูปทั้งหมดเรามักจะลืมตรงนี้ไปเน้นไปที่ครู เน้นที่โครงสร้างหลักสูตรการเรียนการสอน แต่ไม่ได้นึกถึงเด็ก ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริงและจะประสบความสำเร็จได้นั้นจะเกิดขึ้นจากสองเรื่องคือ การมีครูที่กระตือรือร้นที่จะสอน และการมีเด็กที่กระตือรือร้นที่จะเรียน โดยจะต้องเกิดจากที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องมี Growth Mindset โดยครูจะต้องสอนให้คนคิดและรู้จักที่จะตั้งคำถาม เด็กต้องเรียนรู้ที่จะต้องชอบถาม ดังนั้น Growth Mindset หรือจะเรียกว่า Learning mindset คือการเรียนด้วยความอยากรู้อยากเห็น ดังนั้นการปฏิรูปการศึกษาก็คือทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับทั้งครูและเด็ก ควบคู่ไปกับการพัฒนาให้เกิดสถานศึกษาที่จัดให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี ซึ่งจะหมายถึงคุณภาพการศึกษาที่แท้จริง”

     นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทวงศึกษาธิการ ยังระบุอีกว่าจากผลการทดสอบ Onet คณิตศาสตร์ล่าสุดนั้นเมื่อเทียบกับช่วง 10 ปีที่ผ่านมาแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง แสดงให้เห็นว่าเด็กไทยยังมีทักษะพื้นฐานที่ไม่ดี รวมไปถึงผลคะแนน PISA ซึ่งแสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมาเราแก้ปัญหาการศึกษาที่ไม่ถูกต้องมาตลอด เพราะ PISA สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียนที่มีผลคะแนนต่ำซึ่งเป็นกลุ่มโรงเรียนขยายโอกาส

     “ถ้าเราจะแก้ไข PISA ได้จะต้องให้ยาเฉพาะเจาะจง เพราะวันนี้ครูผู้สอนในโรงเรียนเหล่านี้ยังขาด และไม่มีครูเฉพาะทางเฉพาะสาขา ประเทศที่เรามองว่ามีการศึกษาที่ดีอย่างฟินแลนด์หรือสิงคโปร์นั้น เราต้องไม่ดูผลลัพธ์ว่าเขาทำอะไรในวันนี้ แต่ต้องมองย้อนหลังกลับไป 10-15 ปี จะเห็นว่าเขาแก้ไขเรื่องของความเท่าเทียมลดความเหลื่อมล้ำเป็นอันดับแรก ไม่ใช่ว่าจะไปดูแต่เรื่องของการพัฒนาหลักสูตร แม้หลักสูตรจะเป็นสิ่งจำเป็นแต่การนำหลักสูตรไปใช้ต่างหากคือสิ่งที่สำคัญ วันนี้ครูของเราควรที่จะต้องมีคุณสมบัติ 2 คำคือ Work Hard และ Be Nice ครูที่ทำงานหนักทั้งปริมาณและคุณภาพควรได้รับการตอบแทน ไม่ใช่ทำวิทยานิพนธ์หรือทำผลงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะกลับไปสู่เรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างครูกับเด็กดังพระราชดำรัสฯ ทำให้เด็กรักครู ครูรักเด็ก ซึ่งจะต้องทำเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้ก่อน จึงจะสามารถปฏิรูปการศึกษาได้สำเร็จนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ระบุ

     สำหรับ โครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนต่อเนื่อง(SQIP) เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ สสค. สกว. มูลนิธิยุวสถิรคุณ และ ม.นเรศวร เพื่อศึกษาและวิจัยแนวทางการยกระดับมาตรฐานการจัดการศึกษาของสถานศึกษาจำนวนราว 200 แห่งในพื้นที่นำร่อง 14 จังหวัด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในการจัดการเรียนการสอนและคุณภาพการศึกษา พร้อมทั้งแสวงหาแนวทางการรับรองมาตรฐานและคุณภาพการศึกษารูปแบบใหม่ เพื่อสะท้อนไปสู่การยกระดับการพัฒนาตนเองของสถานศึกษาเพื่อให้โรงเรียนต่างๆ หลุดพ้นออกจากกับดักและปัญหาของเกณฑ์การประเมินต่างๆ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาของสถานศึกษารวมไปถึงบริบทของพื้นที่

 
 
 
 
 
 
 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
 
-รมว.ศธ.เปิดใจครั้งแรก!น้อมนำพระราชดำริฯสู่การปฏิรูปการศึกษา คมชัดลึกออนไลน์ วันที่ 17 ธ.ค. 59 คลิก
 
-นพ.ธีระเกียรติ รมว.ศธ.ฝันอยากเห็นเด็กไทยตื่นมาแล้วอยากไปรร. เรียนแล้วสนุก เล็งน้อมนำแนวพระราชดำริฯ “เด็กรักครู-ครูรักเด็ก” เป็นหัวใจการปฏิรูปการศึกษา เว็บไซต์ข่าวการศึกษา ครูบ้านนอกดอทคอม วันที่ 18 ธ.ค. 59 คลิก
 



จำนวนผู้เข้าชม 542 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์