เปิดดัชนีทุนมนุษย์ปี 2559 ‘ไทย’ รั้งลำดับที่ 48 ชี้เด็กไทยยังขาดทักษะด้านแรงงาน “สสค.” จับมือ “สอศ.” เตรียมความพร้อมแรงงานรุ่นใหม่ขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0

เขียนโดย ผู้ดูแลระบบ สสค. | 01/12/2559 09:44:50

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


เปิดดัชนีทุนมนุษย์ปี 2559 ‘ไทย’ รั้งลำดับที่ 48 ชี้เด็กไทยยังขาดทักษะด้านแรงงาน “สสค.” จับมือ “สอศ.” เตรียมความพร้อมแรงงานรุ่นใหม่ขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0

สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เปิดเวทีการประชุมวิชาการ “การยกระดับกำลังคนของไทยตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0” พร้อมเปิดอันดับดัชนีการพัฒนาทุนมนุษย์ไทยปี  2559  โดยเวทีเศรษฐกิจโลกหรือเวิลด์อีโคโนมิคฟอรั่มเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้วย “การจัดการศึกษา” ให้สอดรับกับความต้องการแรงงานและการพัฒนาในภาคอุตสาหกรรม และการเตรียมความพร้อมของ “อาชีวศึกษา” ในการพัฒนากำลังแรงงานรุ่นใหม่ให้มีทักษะที่หลากหลายเพื่อยกระดับจากไทยแลนด์ 2.0 สู่ 4.0

     ดร.ประชาคม จันทรชิต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่าการยกระดับกำลังคนของไทยตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 นั้นสอดคล้องกับยุทธศาสตร์เชิงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศหรือ “ไทยแลนด์ 4.0” ที่มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมกำลังแรงงานให้สอดรับกับภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนไทยและแรงงานรุ่นใหม่ โดยในส่วนของ สอศ. ได้รับมอบนโยบายการพัฒนากำลังคนให้ตอบโจทย์ทั้งของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ให้เพิ่มทั้งในส่วนปริมาณและคุณภาพของนักเรียนและนักศึกษาอาชีวศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการสร้างผู้ประกอบการหน้าใหม่หรือเถ้าแก่น้อย รวมทั้งการแนะแนวการศึกษา และการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะเปิดโปรแกรมเตรียมอาชีวศึกษาเอง โดยเสนอให้นำเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มาเรียนพื้นฐานในวิทยาลัยอาชีวศึกษา เมื่อเด็กจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จะได้รู้ตัวเองว่าควรเรียนต่อในสายใด

     “การประชุมครั้งนี้ถือว่าเป็นการร่วมกันวางแผนการผลิตกำลังคนในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมทั้งในระดับประเทศและระดับพื้นที่ ถือเป็นโจทย์สำคัญในการสร้างความยั่งยืนในท้องถิ่น โดยเฉพาะการเปิดข้อมูลดัชนีการพัฒนาทุนมนุษย์ไทยปี 2559 และข้อมูลจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศที่ระบุว่าแรงงานไทยมีการศึกษาเพียงระดับประถมศึกษาร้อยละ 39 และ 1 ใน 4 ของเด็กเยาวชนไทย เลิกเรียนก่อนจบมัธยมศึกษาตอนต้น และเข้าสู่ตลาดแรงงานโดยขาดทักษะที่จำเป็น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแรงงานระดับล่างของไทยไม่สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้  โดยล่าสุด สสค.ได้เข้ามาหารือกับท่านเลขาสอศ.เพื่อหาแนวทางในการทำงานร่วมกันเพื่อช่วยกันเพิ่มจำนวนเด็กและเยาวชนเข้าเรียนต่อในสายอาชีวศึกษาให้มากขึ้น ซึ่งสอศ.ก็มีความยินดีให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาในพื้นที่ทั้ง 10 จังหวัด ที่ สสค. ดำเนินงานโครงการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพเป็นฐานการพัฒนาศักยภาพเด็กเยาวชนให้เกิดทักษะสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และเพื่อให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสภาพเศรษฐกิจในยุค 4.0 ร่วมกัน”

     ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้ช่วยรองอธิการบดีส่วนงานวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดผลสำรวจและการจัดอันดับดัชนีการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทยประจำปี 2559 และแนวทางการพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุค 4.0 ว่า ประเทศไทยติดลำดับ 48 จาก 130 ประเทศ โดยในกลุ่มช่วงอายุ 25-54 ปี มีสัดส่วนการจ้างงานทักษะสูง ประเทศไทยติดอันดับ 92 จาก 130 ประเทศ ขณะที่ความหลากหลายทางทักษะ (Skill Diversity) ติดอันดับ 106 จาก 130 ประเทศ ซึ่งหากเทียบกับทักษะแรงงานจากประเทศมาเลเซีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน จะพบว่า ทั้ง 5 ประเทศล้วนแล้วมีผลิตภาพที่สูงกว่าแรงงานไทยตั้งแต่ 1.6 - 3 เท่า

     “ผลสำรวจดัชนีทุนมนุษย์ไทยสะท้อนให้เห็นว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย พบว่าทุนมนุษย์ที่ประเทศไทยมี ยังไม่ได้ถูกใช้ไปในการสร้างความสามารถในการแข่งขันได้ดีเท่าประเทศมาเลเซีย จีน  และสิงคโปร์  และเมื่อเทียบกับดัชนีทุนมนุษย์และรายได้ต่อหัว ก็จะเห็นว่าประเทศไทยยังติดอยู่ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจยุค 2.0-3.0 ดังนั้นแนวทางการพัฒนากำลังคนหรือการปรับตัวเพื่อก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 นั้น  ในช่วง 5 ปีต่อจากนี้  จะต้องมีการสร้างแรงงานรุ่นใหม่ในระดับอุดมศึกษาเพื่อป้อนตลาดแรงงานจำนวน 3.32 ล้านคน  โดยแบ่งเป็นระดับอาชีวะศึกษา 1.99 ล้านคน และระดับมหาวิทยาลัย 1.33 ล้านคน  นอกจากนี้แล้ว  การยกระดับทักษะแรงงานที่อยู่ในกำลังแรงงานปัจจุบันก็มีความสำคัญเช่นกัน  โดยหากเทียบกับประเทศที่มีค่าทุนมนุษย์สูงเช่น  ฟินแลนด์  สิงคโปร์  สวีเดน  เยอรมนี  จะพบว่าประเทศไทยต้องเพิ่มจำนวนแรงงานที่มีทักษะ จากเดิมที่มีประมาณ 5.47 ล้านคนไปเป็น 18.28 ล้านคนหรือเพิ่มขึ้น 12.81 ล้านคนด้วยการยกระดับทักษะแรงงานปัจจุบันด้วยโมเดล 3 ประสานคือจะต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อาชีวศึกษา และมหาวิทยาลัย โดยมีภาคเอกชนเข้ามาหนุนเสริม เพื่อพัฒนาแรงงานที่มีทักษะให้ได้ 2.56 ล้านคนต่อปีภายใน 5 ปีข้างหน้า จึงจะช่วยนำพาให้ประเทศไทยก้าวออกจากเศรษฐกิจ 2.0 ไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้”

     ดร.เสาวณี จันทะพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ด้านแบบจำลองเศรษฐกิจมหภาค สำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวถึงมุมมองในระดับมหภาคต่อการยกระดับกำลังคนของไทยเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับการติดอยู่ในกับดักรายได้ปานกลาง ไม่สามารถก้าวข้ามไปสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้ หากเราวิเคราะห์จากมุมมองด้านปัจจัยการผลิต จะเห็นความ   ท้าทายด้านโครงสร้างทั้งด้านคนและเทคโนโลยีใน 3 ด้านหลักดังนี้ หนึ่งคือด้านคน กำลังแรงงานส่วนใหญ่ของประเทศสูงวัยและมีทักษะขั้นพื้นฐาน ตลาดแรงงานไทยต้องเผชิญกับความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงทักษะแรงงานจาก Labour เป็น Intelligence Worker สอง คือด้านทุนและเทคโนโลยี ผู้ผลิตส่วนใหญ่ยังใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นกลาง พึ่งพาความได้เปรียบในการแข่งขันจากการใช้แรงงานค่าแรงต่ำเป็นหลัก ค่าใช้จ่ายด้านค่าเสื่อมราคาของทุน (Depreciation) ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนว่าเครื่องจักรได้ถูกใช้งานอย่างหนักในการผลิตรวมทั้งการสึกหรอหรือเสื่อมสภาพ แสดงสัญญาณว่าถึงจุดที่เราต้องลงทุนเพิ่มเปลี่ยนเครื่องจักรและเทคโนโลยีการผลิตแล้ว สาม คือด้านการกระจุกตัว การลงทุนส่วนใหญ่กระจุกตัวไปในภาคบริการโดยเฉพาะสาขาโทรคมนาคม และมีส่วนน้อยไปยังภาคบริการอื่นๆ เราเห็นการกระจุกตัวของการลงทุน R&D ของบริษัทไทยชั้นนำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรูปแบบนำเข้าจากต่างประเทศ แสดงถึงความตื่นตัวในการใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตมากขึ้น แต่ยังไม่กระจายแบบ broad-based ไปยังทุกกลุ่มนัก

     “วันนี้กำลังเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่มีคนทำงานน้อยลง แรงงานที่ทำงานในสายการผลิตกว่าร้อยละ 70 มีการศึกษาในระดับมัธยมหรือต่ำกว่าและมีรายได้น้อย ทำให้รายได้ในภาพรวมของประเทศเติบโตช้าส่วนหนึ่งมาจากแรงงานในกลุ่มนี้ที่มีรายได้แทบไม่เติบโตเมื่อเทียบกับรายได้ตอนเริ่มเข้าทำงานกับรายได้เมื่อเกษียณอายุ ขณะที่แรงงานที่ใช้ทักษะเฉพาะทางสาขาต่างๆ เรายังขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้และความชำนาญ รวมถึงขาดแคลนบุคลากรที่มีทักนษะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการทำงานและสร้างนวัตกรรมในโลกยุคใหม่ที่ต้องพึ่งพาการเติบโตด้วยความรู้และนวัตกรรม ดังนั้นแนวทางการพัฒนากำลังคนทั้งในส่วนของแรงงานเดิมจะต้องเรียนรู้และพัฒนาตนเองให้มีผลิตภาพสูงโดยต้องส่งเสริมให้มีการฝึกอบรมทักษะต่างๆ ที่บริษัทต้องการ และทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็น เป็นแรงงานที่มีความยืดหยุ่นสูงปรับตัวได้ง่าย เรียนรู้ต่อเนื่อง มีวินับและคุณธรรม สำหรับการเตรียมแรงงานในอนาคต ระบบการศึกษาของไทยควรปรับเปลี่ยนให้ตอบรับทันกับความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไป สร้างคนที่สามารถเรียนรู้และปรับตัวได้ในโลกไร้พรมแดนที่การเข้าถึงความรู้มีข้อจำกัดน้อยลง 

     ในส่วนของแรงงานนอกระบบซึ่งถือว่ามีความยืดหยุ่นค่อนข้างมากอยู่แล้ว ควรสร้างรูปแบบเพื่อเพิ่มผลิตภาพแรงงานนอกระบบที่หลากหลายให้ตลาดแรงงานนอกระบบทำหน้าที่ช่วยพยุงและดูดซับแรงงานในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว เป็นตลาดแรงงานที่มีอิสระทางเลือกที่มีศักยภาพ และเป็นธุรกิจ  Start-up ที่เข้มแข็ง เช่น Stakeholders ควรจัดตั้งศูนย์ One Stop Service ให้ความรู้เทคโนโลยี เงินทุน รวมถึงสร้างเครือข่ายสำหรับแรงงานที่ต้องการประกอบอาชีพอิสระ รวมทั้งธุรกิจ SME ด้านการพัฒนาทุน เราควรส่งเสริมกลไกความร่วมมือการใช้ประโยชน์ขององค์ความรู้ และเชื่อมต่องานวิจัยในสถาบันการศึกษาสู่งานเชิงพาณิชย์ให้มากขึ้น เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันกระจายไปในทุกภาคส่วนเศรษฐกิจ โดยไม่ทิ้งกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งไว้ข้างหลัง โดยเน้น Sector ที่มีการจ้างงานสูง”

     ศ.ดร.สุมาลี ตั้งประดับกุล รองคณบดีฝ่ายการศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยถึงแนวทางการพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 จากบทเรียนเชิงพื้นที่ที่ทาง สสค. ได้ดำเนินงาน “โครงการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพระดับจังหวัด” และ “โครงการเตรียมความพร้อมของนักเรียนระดับมัธยมต้นสู่โลกของการทำงาน” ภายใต้การขับเคลื่อน “โครงการจังหวัดปฏิรูปการเรียนรู้” กับพื้นที่นำร่องจำนวน 10 จังหวัดว่า แนวทางที่ สสค.ได้ดำเนินงานในพื้นที่มีโจทย์ที่สำคัญคือ ทำอย่างไรให้ผู้เรียนที่ต้องออกจากระบบการศึกษาในช่วงมัธยมต้นระหว่าง ม.1- ม.3 ให้มีทักษะอาชีพหรือมีอาวุธติดมือ คือมีความรู้แล้วสามารถนำเอาไปใช้ทำงานได้

     “การที่เราเอาความรู้เรื่องทักษะอาชีพต่างๆ เข้าไปอยู่ในสายสามัญ ก็เพื่อทำให้เด็กได้มองเห็นเส้นทางเลือกในการศึกษาต่อหรือการประกอบอาชีพ ดังนั้นถ้าเราให้เด็กที่อยู่ในสายสามัญแล้วได้มีพื้นฐานความรู้ด้านอาชีพก็จะช่วยตอบโจทย์เรื่องของไทยแลนด์ 4.0 ได้ ซึ่งการทำงานในเชิงพื้นที่จะมีข้อได้เปรียบมากกว่า เพราะว่าพื้นที่จะสามารถหาจุดความต้องการในเรื่องของแรงงานหรือตลาดแรงงานในพื้นที่ได้ง่ายกว่าการมองในภาพใหญ่ระดับประเทศ สำหรับประเทศไทยเราพบว่ามีเด็กเป็นจำนวนมากที่ต้องออกจากระบบการศึกษาไปก่อนด้วยเหตุผลนานาประการ ดังนั้นจึงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่เราต้องปรับยุทธศาสตร์ลงมาในระดับล่างก่อน เพื่อให้เขามีความรู้ที่จะสามารถออกไปประกอบอาชีพสักระยะหนึ่ง และจะต้องสร้างระบบการศึกษาและหลักสูตรให้สามารถรองรับคนเหล่านี้ซึ่งอยู่ในวัยทำงานที่จะกลับเข้ามาศึกษาต่อ ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาเพิ่มพูนทักษะและความสามารถของแรงงานไทยเพิ่มขึ้น อาชีวศึกษาจึงข้อต่อสำคัญในการเตรียมความพร้อมแรงงานคุณภาพในอนาคตของไทย”

     นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ นักวิชาการ สสค.ระบุว่า จากข้อมูลผลการศึกษาด้านทุนมนุษย์ของทั้งในและต่างประเทศข้างต้น ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของการจัดการศึกษาและการจ้างงาน การเตรียมความพร้อมกำลังแรงงานทั้งที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคตและกำลังแรงงานในปัจจุบันทั้งในและนอกระบบมีความสำคัญ โดยการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนากำลังแรงงานตลอดช่วงชีวิตเป็นยุทธศาสตร์การทำงานที่สอศ. และกระทรวงแรงงานเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญ ในขณะนี้เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาเยาวชนสู่โลกของการทำงาน สสค. ได้จัดทำโครงการปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อสร้างความพร้อมในการประกอบอาชีพให้แก่เยาวชนที่อยู่ในระบบการศึกษาใน 10 จังหวัดนำร่องร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยเป็นการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน ผ่านกลไกการทำงานระดับจังหวัดระหว่างภาคการศึกษาทุกสังกัดและภาคเศรษฐกิจทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน  การศึกษาวิจัยสำรวจข้อมูลตลาดแรงงาน และการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่โลกของการทำงานผ่านกิจกรรมและแผนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเพื่อแก้ปัญหาเยาวชนออกกลางคัน ช่วยค้นพบตนเอง บนเส้นทางอาชีพ เป็นต้น

 

 

 

 

เอกสารประกอบการประชุมเสวนาวิชาการ

-ทุนมนุษย์กับการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ยุค 4.0 โดย ดร.เกียรติอนันต์  ล้วนแก้ว ดาวน์โหลด
 
-การยกระดับกำลังคนของไทยเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 : มุมมองมหภาค โดย ดร.เสาวณี จันทะพงษ์ ดาวน์โหลด
 
-แนวทางการพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 โดย ศ.ดร.สุมาลี ตั้งประดับกุล ดาวน์โหลด

 

 

 

 

 

 
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
 
-สสค.เผยดัชนีการพัฒนาทุนมนุษย์ปี 2559 ไทยครองอันดับ 48 จาก 130 ประเทศทั่วโลก สะท้อนเด็กไทยขาดทักษะเเรงงาน สำนักข่าวไทย วันที่ 29 พ.ย.59 คลิก
 
-สู่ไทยแลนด์ 4.0 นักวิจัย มธบ. จี้เพิ่มแรงงานที่มีทักษะให้ได้ 12 ล้านคน ภายใน 5 ปี สำนักข่าวอิศรา วันที่ 29 พ.ย.59 คลิก
 
-สสค.ผนึกกำลังสอศ.ดัน 'อาชีวะ' สู่ตลาดแรงงานไทยยุค 4.0 สำนักข่าว TNN24 วันที่ 29 พ.ย. 59 คลิก



จำนวนผู้เข้าชม 431 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์