8 ทักษะ ‘ความฉลาดทางดิจิตอล’ ที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ของเด็กเยาวชนในศตวรรษที่ 21

เขียนโดย ผู้ดูแลระบบ สสค. | 24/11/2559 09:02:15

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


ต้อนรับวัน ‘ประถมศึกษาแห่งชาติ’ เวิร์ลดอิโคโนมิคฟอรั่มเผย 8 ทักษะ ‘ความฉลาดทางดิจิตอล’ ที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ของเด็กเยาวชนในศตวรรษที่ 21 นักวิชาการแนะพาเด็กออกสู่โลกความเป็นจริง เลี่ยงภาวะ “เด็กเสมือน”

ต้อนรับวัน ‘ประถมศึกษาแห่งชาติ’ เวิร์ลดอิโคโนมิคฟอรั่มเผย 8 ทักษะ ‘ความฉลาดทางดิจิตอล’ ที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ของเด็กเยาวชนในศตวรรษที่ 21 นักวิชาการแนะพาเด็กออกสู่โลกความเป็นจริง เลี่ยงภาวะ “เด็กเสมือน”

     ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน ทุกคนต่างใจจดจ่ออยู่กับอุปกรณ์สื่อสารในมือมากกว่าจะพูดคุยปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ภาพชินตาเมื่อเห็นเด็กยุคนี้มีเพื่อนเป็น ‘ไอแพด’ หรือ ‘โทรศัพท์มือถือ’ แทนที่จะเป็นหนังสือเล่มโปรด หุ่นยนต์ หรือตุ๊กตา ทว่า เยาวชนจะเรียนรู้ ‘ความพอดี’ ในการใช้สื่อยุคติจิตอลอย่างไร และทักษะใดบ้างที่จำเป็นเพื่อให้พวกเขาสามารถเรียนรู้ และอยู่รอดได้ในฐานะพลเมืองในยุคติจิตอล

     ในวาระ ‘วันประถมศึกษาแห่งชาติ’ ทุกวันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปี สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ขอประมวลข้อมูลจากเวิลด์อิโคโนมิคฟอรั่มที่ระบุถึงคุณลักษณะและทักษะชีวิตในโลกยุคดิจิตอลหรือ ‘ความฉลาดทางดิจิตอล’ (Digital Intelligence: DQ) ที่จำเป็นสำหรับเด็กในศตวรรษที่ 21 แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1 การเป็นพลเมืองในยุคดิจิตอล (Digital Citizenship): ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีและสื่อในโลกยุคดิจิตอลได้อย่างเกิดประโยชน์ มีความรับผิดชอบและปลอดภัย ระดับที่ 2 ความคิดสร้างสรรค์ในยุคดิจิตอล (Digital Creativity): ความสามารถในการผนวกทักษะในการสร้างสรรค์ข้อมูลและเปลี่ยนความคิดใหม่ๆให้เป็นความจริงด้วยการใช้เครื่องมือดิจิตอล ระดับที่ 3 ผู้ประกอบการยุคดิจิตอล (Digital Entrepreneurship) ความสามารถในการใช้สื่อดิจิตอลและเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาที่ท้าทายใหม่ๆในโลก หรือเพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ

     ข้อมูลยังระบุด้วยว่า เด็กเยาวชนล้วนแล้วแต่มีความเสี่ยงต่อภัยในโลกไซเบอร์ เช่น ภาวะการเสพติดเทคโนโลยี การถูกกลั่นแกลงในโลกไซเบอร์ เป็นต้น พวกเขาสามารถซึมซับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์จากโลกไซเบอร์ซึ่งส่งผลกระทบต่อการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ฉะนั้นในขณะที่เด็กคนอื่นๆอาจจะสามารถต่อสู้กับความท้าทายในการแก้ปัญหาต่างๆได้ แต่เด็กกลุ่มเสี่ยง อาทิ กลุ่มที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เด็กชนกลุ่มน้อย หรือเด็กที่ประสบปัญหาความยากจนเหล่านี้ พวกเขาจะมีความเสี่ยงที่มากกว่า และยังเผชิญกับผลลัพธ์ที่รุนแรงยิ่งกว่าด้วย และแม้ว่า นักการศึกษาจะมีแนวโน้มที่คิดว่าเยาวชนเหล่านี้สามารถเลือกเรียนรู้ทักษะเหล่านี้ด้วยตนเอง หรือเรียนรู้ร่วมกับครอบครัว แต่เมื่อพิจารณาถึงช่องว่างระหว่างวัย จะพบว่าเด็กเยาวชนในปัจจุบันที่เรียกว่า ‘ยุค Z’ นั้นเป็นรุ่นแรกที่เติบโตขึ้นท่ามกลางยุคของมือถือ และโซเซียลมีเดียอย่างแท้จริง แล้วจะคาดหวังให้ผู้ปกครอง หรือกระทั่งครูผู้สอนเรียนรู้วิธีการที่จะสอนให้เด็กเยาวชนในยุคปัจจุบันมีทักษะและเท่าทันการใช้สื่อในยุคติจิตอลเหล่านี้ได้อย่างไร

     อัมพิกา โกศลเสรฐ คุณแม่ลูกสองที่ประสบปัญหาลูกติดไอแพด พบว่า น้องเล็ก 7 ขวบ จะเลียนแบบพี่ “คือน้องเห็นพี่เล่น เห็นคนในบ้านเล่นก็เลียนแบบอยากเล่นบ้าง แล้วก็ติดลึก เรียกได้ว่าเดินไปไหนก็ติดมือตลอดเลย อย่างตอนกินข้าวก็จะนั่งกินไปดูไป กว่าจะกินข้าวเสร็จแต่ละทีใช้เวลามาก แถมยังเคยตกบันไดเพราะมัวแต่ดูไอแพดด้วย แต่โชคดีที่แค่สองสามขั้น น้องเลยไม่เป็นอะไรมาก ส่วนที่ชอบดูก็พวกการ์ตูน แล้วก็คลิพรีวิวในยูทูป ดูแล้วก็อยากได้นู่นนี่นั่นเหมือนในยูทูป”

     คุณแม่เอ๋เล่าต่อว่า ว่าเด็กสมัยนี้หัวไว เรียนรู้เร็วมากๆ อย่างลูกสาวคนเล็กยังสะกดคำไม่ค่อยจะเป็น แต่สามารถสั่งงานไอแพดด้วยเสียงแทนได้แล้ว หรือวันดีคืนดีก็มาต่อรองกับแม่เวลาอยากได้อะไรเหมือนในคลิปที่ดู ก็จะขอเป็นรางวัลเวลาที่สอบได้คะแนนดีๆ

     “มีอยู่ครั้งหนึ่งสองพี่น้องเค้าทะเลาะกันด้วยเรื่องดูไอแพด คือคนพี่ทำงานอยู่ในวงการ ก็อาจจะโตและรับผิดชอบมากกว่าเด็กรุ่นเดียวกันนิดหน่อย แต่คนน้องยังเล็ก เวลาไม่ได้ดั่งใจจะมีอารมณ์หงุดหงิด หรือบางทีไม่ชอบรอ ไม่มีความอดทน มันเป็นข้อเสียที่เห็นได้ชัดมากๆเลยจากการดูไอแพด เราเลยเริ่มจำกัดเวลาการเล่น จะดูต้องทำการบ้านให้เสร็จก่อน หรือให้เล่นครั้งนึงได้แค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ส่วนจะห้ามไม่ให้เล่นเลยคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเด็กวัยนี้จะรู้จักคุ้นเคยกับเทคโนโลยีเหล่านี้แม้แต่ที่โรงเรียนก็ยังสั่งการบ้านผ่านเฟสบุค หรือบางวิชาคุณครูก็จะให้อัดคลิปเป็นการบ้านมาส่งเสียด้วยซ้ำ”

     ไปรยา จันทร์สมบูรณ์ คุณแม่ของน้องมิกิ ลูกสาววัย 7 ขวบ คือหนึ่งในหลายๆครอบครัวที่ประสบกับปัญหา “ไอแพดเป็นใหญ่” เพราะไม่ว่าจะทำอะไรน้องมิกิจะมีไอแพดอยู่ในสายตาเสมอ “จริงๆแล้วตอนเด็กแทบไม่ให้ลูกดูโทรทัศน์เลยนะ แต่พอขึ้นชั้นอนุบาลก็เริ่มให้ดูวิดิโอในยูทูปที่มีสอนร้องเพลงของเด็กๆ ช่วงแรกๆก็เชื่อฟังดี แต่เหมือนพอไปโรงเรียนเจอเพื่อน คนนั้นพูดถึงคลิปนี้ คนนี้พูดถึงเกมนั้น ก็เริ่มอยากได้นู่นนี่นั่น ให้แม่ช่วยดาวน์โหลดให้ คือจากที่แค่ดูคลิปสอนร้องเพลง ก็เริ่มเลยเถิดไปไกล”

     ไปรยาเล่าว่าน้องมิกิติดไอแพดหนักมาก ชนิดที่ว่าตื่นปุ๊บก็หยิบมาดูปั๊บ ตอนกินข้าวก็จ้องแต่ไอแพด พอเริ่มเข้มงวดจำกัดเวลาดู หรือขู่จะเอาไปขายน้องก็ร้องไห้โวยวายไม่ยอม

     “จากเมื่อก่อนที่ร่าเริง ว่านอนสอนง่าย เดี๋ยวนี้มิกิขี้หงุดหงิด ไม่ชอบการรอคอย เวลาจะเอาอะไรก็ต้องเอาให้ได้เดี๋ยวนั้น แถมบางทียังชอบต่อรอง อย่างตอนกลับจากโรงเรียนเราจะให้เค้าทำการบ้าน ก็จะมีอิดออด ขอเล่นต่ออีกแป๊บ หรือบางครั้งก็ทำการบ้านแบบรีบให้มันเสร็จๆไป จะได้ไปเล่นไอแพดต่อ แต่ที่พีคสุดที่ทำให้เราคิดว่ามันไม่ไหวแล้วจริงๆคือน้องมิกิเคยตกบันไดเพราะมัวแต่จ้องไอแพดนี่ล่ะค่ะ โชคดีที่ไม่เป็นอะไร แต่จากที่เคยพยายามจำกัดเวลาเล่นอย่างเดียว คราวนี้ก็เริ่มมีบทลงโทษเพิ่ม เช่นไม่ซื้อของเล่นให้ หรือไม่พาไปเที่ยวตอนวันหยุด”

     สำหรับข้อมูลจากเวิล์ดอิโคโนมิคฟอรั่มยังระบุถึงทักษะที่เด็กเยาวชนยุคใหม่ควรเรียนรู้ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นพลเมืองในยุคดิจิตอลว่าต้องประกอบด้วย 8 ทักษะ ดังนี้ 1) ทักษะในการรักษาอัตลักษณ์ที่ดีของตนเอง (Digital Citizen Identity): ความสามารถในการสร้างและบริหารจัดการอัตลักษณ์ที่ดีของตนเองไว้ได้อย่างดีทั้งในโลกออนไลน์และโลกความจริง 2) ทักษะในการจัดสรรเวลาหน้าจอ (Screen Time Management): ความสามารถในการบริหารเวลาที่ใช้อุปกรณ์ยุคดิจิตอล และสามารถการทำงานที่หลากหลายในเวลาเดียวกันได้ 3) ทักษะในการรับมือกับการคุกคามทางโลกออนไลน์ (Cyberbullying Management): ความสามารถในการรับรู้ และรับมือการคุกคามข่มขู่บนโลกออนไลน์ได้อย่างชาญฉลาด 4) ทักษะในการรักษาความปลอดภัยของตนเองในโลกออนไลน์ (Cybersecurity Management): ความสามารถในการป้องกันข้อมูลด้วยการสร้างระบบความปลอดภัยที่เข้มแข็ง และป้องกันการโจรกรรมข้อมูลหรือการโจมตีออนไลน์ได้ 5) ทักษะในการรักษาข้อมูลส่วนตัว (Privacy Management): มีดุลพินิจในการบริหารจัดการข้อมูลส่วนตัว โดยเฉพาะการแชร์ข้อมูลออนไลน์เพื่อป้องกันความเป็นส่วนตัวทั้งของตนเองและผู้อื่น 6) ทักษะการคิดวิเคราะห์มีวิจารณญาณที่ดี (Critical Thinking): ความสามารถในการวิเคราะห์แยกแยะระหว่างข้อมูลที่ถูกต้องและข้อมูลที่ผิด ข้อมูลที่มีเนื้อหาดีและข้อมูลที่เข้าข่ายอันตราย ข้อมูลติดต่อออนไลน์ที่น่าตั้งข้อสงสัยและน่าเชื่อถือได้ และ 7) ทักษะในการบริหารจัดการข้อมูลที่ผู้ใช้งานมีการทิ้งไว้บนโลกออนไลน์ (Digital Footprints): ความสามารถในการเข้าใจธรรมชาติของการใช้ชีวิตในโลกดิจิตอลว่าจะหลงเหลือร่อยรอยข้อมูลทิ้งไว้เสมอ รวมไปถึงเข้าใจผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อการดูแลสิ่งเหล่านี้อย่างมีความรับผิดชอบ และ 8) ทักษะการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม (Digital Empathy): ความเห็นอกเห็นใจ และเข้าใจความรู้สึกผู้อื่นบนโลกออนไลน์

     ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาวิชาประถมศึกษา กล่าวว่า ทักษะในยุคดิจิตอลถือเป็นทักษะร่วมของทุกคนในสังคม ในวันประถมศึกษาแห่งชาติ คุณครูต้องปรับเปลี่ยนทิศทางการเรียนรู้ร่วมกับเด็ก ดังนี้ 1) หลักสูตรต้องลดเนื้อหา และต้องผสมผสานทักษะในยุคดิจิตอลเข้ากับทักษะอื่นๆ เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้เท่าทันยุคสมัย 2) พ่อแม่และครูต้องปรับตัวเองจาก “ผู้สอน” เป็น “กระบวนกร” เชื่อมโยงโลกความเป็นจริงกับโลกเสมือน และพาเด็กเรียนรู้โลกทั้งสองแบบควบคู่กันไป มิฉะนั้นเด็กจะกลายเป็น “เด็กเสมือน” ไม่ใช่ “เด็กในโลกแห่งความจริง” และ 3) ปรับมายาคติในเรื่องการสอน: เปลี่ยนเด็กให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ โดยเฉพาะครูผู้สอนในระดับประถมศึกษาที่มักถูกมองว่า ต้องอัดข้อมูลให้ผู้เรียนมากที่สุด เพราะฉะนั้นครูประถมต้องก้าวให้พ้นมายาคติเก่า รู้เท่าทันสื่อให้มาก เพื่อออกแบบกิจกรรม โครงงานวิจัยต่างๆ ที่สนับสนุนให้เด็กประถมรู้จักและเข้าใจตัวเอง สามารถก้าวสู่การเป็นพลเมืองในศตวรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

     แม้การใช้สื่อดิจิตอลจะยังมีความเสี่ยง แต่เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเรียนรู้ที่จะใช้อย่างเกิดประโยชน์จึงเป็นเรื่องสำคัญ คุณแม่หลายๆคนก็เห็นพ้องกันว่าข้อดีของเทคโนโลยีใช่ว่าจะไม่มีเลย เพราะเทคโนโลยีถ้ารู้จักใช้ให้เป็น ใช้ให้ดี และมีผู้ปกครองคอยชี้แนะ ก็มีประโยชน์มหาศาลต่อการเรียนรู้ของเด็กเช่นกัน

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- 8 ทักษะ ‘ความฉลาดทางดิจิตอล’ รับมือภัย "โลกไซเบอร์" เว็บไซต์คมชัดลึก วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559  คลิก

- เผย 8 ทักษะ 'ความฉลาดทางดิจิทัล' นักการศึกษาแนะเยาวชนในศตวรรษที่ 21 เลี่ยงภาวะ 'เด็กเสมือน'  นสพ.คมชัดลึก วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559  คลิก
 
- คอลัมน์ การศึกษา : เลี่ยงภาวะ 'เด็กเสมือน' นสพ.เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559  คลิก
 
- คอลัมน์ วันสุข : เตรียมเด็กให้พร้อม สู่โลกดิจิทัล นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 คลิก
 
- คอลัมน์ ครูดี...โรงเรียนเด่น : 8 ทักษะวัยประถม..ฉลาดรู้ดิจิตอล นสพ.สยามรัฐ ฉบับวันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 คลิก
 
- แนะครูสอนเด็กเท่าทันดิจิตอล นสพ.ไทยรัฐ วันที่ 26 พฤศจิกายน 2559  คลิก
 
- เร่งแก้ก่อนสาย...เด็กเสมือนยุค 4.0 WEF ชี้ยุคนี้ต้องมีความฉลาดทางดิจิทัล นสพ.โพสต์ทูเดย์ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559  คลิก



จำนวนผู้เข้าชม 3960 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์