ในหลวงทรงฝากไว้ 3 หัวใจ..."การศึกษา"

เขียนโดย ผู้ดูแลระบบ สสค. | 24/10/2559 11:17:37

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


ในหลวงทรงฝากไว้ 3 หัวใจ..."การศึกษา" กระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปี 2558 ที่วันนี้ได้รับการขานรับสานต่อยึดถือเป็นหัวใจในการ “ปฏิรูปการศึกษาไทย” ให้เดินหน้าไปอย่างยั่งยืนรอบด้าน

          หนึ่ง...ให้ครูรักเด็ก และเด็กรักครู
          สอง...ให้ครูสอนเด็กให้มีน้ำใจต่อเพื่อน ไม่ให้แข่งขันกัน แค่ให้แข่งขันกับตัวเอง...ให้เด็กที่เรียนเก่งกว่าช่วยสอนเพื่อนที่เรียนช้ากว่า
          สาม...ให้ครูจัดกิจกรรมให้เด็กทำร่วมกัน เพื่อให้เห็นคุณค่าของความสามัคคี

     กระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปี 2558 ที่วันนี้ได้รับการขานรับสานต่อยึดถือเป็นหัวใจในการ “ปฏิรูปการศึกษาไทย” ให้เดินหน้าไปอย่างยั่งยืนรอบด้าน

     นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่า การยกระดับภาษาอังกฤษของประเทศไม่ใช่เป็นแบบกะปริดกะปรอย ทำโน่น นี่ นั่น...เป็นโครงการ เป็นพักๆ เราต้องการแก้ปัญหาทั้งระบบ สิ่งที่เริ่มต้นทบทวนทั้งระบบ นับตั้งแต่มาตรฐานคุณวุฒิวัดระดับทักษะความสามารถภาษาอังกฤษตามมาตรฐานสากล ที่เรียกย่อๆว่า CEFR ผมอยากจะเรียนด้วยความยินดีว่าขณะนี้เสร็จหมดแล้วจริงๆ

    “สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพได้ส่งมอบ CEFR-TH ให้กระทรวงแล้ว เกิดจากความร่วมมือระหว่างสถาบันภาษาหน่วยงานต่างๆ โดยองค์กรหลักคือสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ คร่าวๆคือจะมีการแบ่งภาษาอังกฤษ ฟัง พูด อ่าน เขียน เป็นระดับต่างๆ ประมาณ 10 ระดับ ที่ได้มาตรฐานสากล”

     ถามว่า...สิ่งนี้จะมีประโยชน์อย่างไร? ต้องบอกว่า...เป็นจุดเริ่มที่จะก้าวต่อไปนั่นก็คือแปลงเป็นหลักสูตรให้เหมาะกับวัยในแต่ละระดับ ซึ่งจะนำไปขยายผลต่อไปอีกมาก อย่างเช่น ยกระดับมาตรฐานภาษาอังกฤษสำหรับมหาวิทยาลัย เอามาตรฐาน CEFR ทั้ง 4 ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน แปลงเป็นข้อสอบระดับมหาวิทยาลัย ใช้วัดผลเด็กมหาวิทยาลัย

     จริงอยู่เราสามารถไปสอบข้อสอบต่างๆแล้วมาเทียบผล CEFR ได้เหมือนกัน เช่น สอบข้อสอบ IELTS, TOEIC, TOEFL, CU-TEP, TU-GET อะไรพวกนี้เรามาเทียบได้ก็จริง แต่ข้อสอบเหล่านี้มักจะมีค่าใช้จ่ายสูง

     “เราต้องคำนึงถึงเด็กมหาวิทยาลัยนับล้านคนที่จะต้องใช้ในการวัดมาตรฐานภาษาอังกฤษ และก็จะแสดงผลในใบทรานสคริปต์...เตือนความจำว่าอันนี้ไม่ใช่เกรด เพราะว่าเกรด A ของมหาวิทยาลัยหนึ่งก็อาจจะเทียบกับ C ของอีกมหาวิทยาลัยหนึ่งไม่ได้ แต่อันนี้จะเป็นมาตรฐาน”

     ขั้นตอนต่อไปก็คือการเพิ่มจำนวนชั่วโมงภาษาอังกฤษ...ในระดับเริ่มตั้งแต่ ป.1-3 จากสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง เป็นสัปดาห์ละ 5 ชั่วโมง และมีรายละเอียดด้วยว่าใน 5 ชั่วโมงจะสอนอะไรบ้าง
 

     ที่สำคัญ...ที่อยากจะเน้นคือเรื่องของการใช้เทคโนโลยี เรื่องของภาษาอังกฤษที่ใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน และเรื่องของคลังคำ... คนที่รู้ศัพท์มากก็สามารถที่จะเรียนรู้อะไรต่อไปได้มากขึ้น

     “boot camp center” วิธีอบรมครูแบบใหม่ อีกเรื่องที่ต้องคุยให้ฟัง นพ.ธีระเกียรติ บอกว่า ทำมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีครูทั้งหมด 350 คน ที่อยู่ระดับ B2 ขึ้นไป อายุต่ำกว่า 40 ปี มากินอยู่ใช้ชีวิต กับผู้ฝึก อบรมซึ่งเป็นชาวต่างชาติทั้งหมด 37 วัน...ประมาณ 6 สัปดาห์ เข้มข้นมาก

     ครูเหล่านี้ภาษาอังกฤษก็เก่งพอสมควรอยู่แล้ว สิ่งที่ได้คือความมั่นใจ วิธีการสอนต่างๆ เรามีการแบ่งเป็นประถมและมัธยม และทางผู้ฝึกอบรมก็ได้คัดมาสเตอร์เทรนเนอร์ ครูคนไทย 27 คน

     จากวันนั้นถึงวันนี้...ได้นำบทเรียนสำคัญมาดำเนินการจนนำไปสู่การเปิด “ศูนย์พัฒนาครูภาษาอังกฤษระดับภูมิภาค (Regional English Centre)” ทั่วประเทศ 18 เขตการศึกษา 18 ศูนย์

     เป้าหมายคือ “ครู”...สอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษามัธยมศึกษาในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อาชีวะ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าอบรมเพื่อพัฒนายกระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษและเทคนิคการสอน ตามรูปแบบอย่างเข้มข้น ระยะเวลา 3 สัปดาห์

     “ภาษาอังกฤษ...ในที่สุดไม่ใช่สำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเดียว อาชีวะและในหน่วยงานอื่นๆ ในที่สุดก็จะเข้ามาเริ่มในปีงบประมาณนี้...ภายในเมษายนหน้าจะมีครบ 8 ศูนย์ และปีถัดไปอีก 10 ศูนย์"

     สิ่งที่สำคัญถัดไปก็คือ...เมื่อเราเพิ่มชั่วโมงและเพิ่มการฝึกฝนครู สิ่งที่เราต้องมีให้กับครูก็คือสื่อการสอนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตำราเรียนที่ได้มาตรฐาน สื่ออุปกรณ์การพูด การฟัง

     “เนื่องจากว่ามีความเร่งด่วน...เดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ โรงเรียนประถมของรัฐทั้งหมดตั้งแต่ ป.1-3 ต้องเพิ่มเป็น 5 ชั่วโมง ทางกระทรวงฯก็มีการให้สถาบันภาษาจุฬาฯ ทำการวิจัยสื่อการสอนแล้วใช้ไปด้วย แล้วก็ปรับปรุงไปพร้อมๆ วิจัยไป...ปรับปรุงไป...ทำไปด้วย หวังว่าภายใน 1 ปี เราจะได้สื่อการสอนที่สมบูรณ์แบบสำหรับ ป.1-3”

     อีกเรื่องที่ทำจนสำเร็จก็คือ แอพพลิเคชันภาษาอังกฤษ “Echo English” สำหรับประชาชนทั่วไป ขณะนี้ มีคนเข้ามาใช้เพื่อฝึกออกเสียงตาม 10 ล้านครั้ง...มีคนดาวน์โหลดแล้ว 5 แสนยูสเซอร์ถึงปีหน้าคงได้ 1 ล้าน

     “แอพฟรีที่มีคุณภาพอันดับหนึ่งในการสอนภาษาอังกฤษ...จาก echo English ยังมีแอพคู่ขนานที่พัฒนาสำหรับใช้ในโรงเรียน ชื่อว่า echo hybrid นำร่องโดยเอ็นคอนเซปต์และมูลนิธิยุวสถิรคุณ ร่วมกับกระทรวงฯตั้งแต่ตุลาคมปีที่แล้ว ทดลองใน 6 โรงเรียนทั่วประเทศ และในกรุงเทพฯ โดยมีข้อมูลและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง” น่าสนใจว่า...ขณะนี้สมบูรณ์แบบพร้อมที่จะส่งมอบให้กระทรวงฯในเร็ววันนี้แล้วเอาไปใช้ได้ทันทีกับเด็กทั้งประเทศ ทั้งโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนรัฐ

     “Echo Hybrid” จะครอบคลุมการสอนภาษาอังกฤษที่ใช้แอพพลิเคชันและใช้คอมพิวเตอร์ได้ในทุกระดับ จนกระทั่งถึง B2 เลย หรือครอบคลุมจนกระทั่งถึงระดับมัธยม เพราะฉะนั้นเด็กก็จะเรียนตามย่างก้าวของตัวเอง

     “ใครไปได้เร็วก็ไปได้เร็ว...เพราะฉะนั้นก็ถือเป็นการเสริมครั้งสำคัญ แต่จะเป็นหลักพอสมควรในการปฏิรูปยกระดับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของชั้น ป.1-3 เพราะว่าพ่วงเทคโนโลยีเข้ามา”

     ใครที่มองว่า “การปฏิรูปการศึกษา” ยุคปัจจุบันไม่เดินหน้า ไม่คืบหน้าต้องคิดใหม่ พิจารณาใหม่ดังพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช “...อาคารบ้านเรือน ตั้งอยู่ได้อย่างมั่นคงก็เพราะความแข็งแรงของรากฐาน หรือเสาเข็ม ซึ่งเรามองไม่เห็น และมักจะลืมไปว่าเราอยู่ได้บนรากฐานอะไร...”

     นพ.ธีระเกียรติ บอกอีกว่า ถึงตอนนี้ขั้นต่อไปที่เรากำลังเดินหน้าอยู่ก็...ตำราแล้ว ครูแล้ว ทีนี้ก็เป็นเรื่องของพ่อแม่ นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่มีการตื่นตัวจากทุกภาคส่วน ภาคเอกชน ใครต่อใครก็พูดถึงเรื่องภาษาอังกฤษ ชมรมพ่อแม่ผมก็ต้องการให้ผู้ปกครอง ผู้ที่อ่าน รู้ว่ากระทรวงเราทำอะไร ลูกเขาเรียนอะไร ก็จะได้ช่วยกัน

     “...เขาไม่จำเป็นต้องพูดภาษาอังกฤษได้หรอกพ่อแม่ โดยเฉพาะตามต่างจังหวัด แต่ว่าพอเขารู้ จะได้สนับสนุนลูกถูก ยืนยันว่า...ยุคนี้เป็นยุคที่ทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยกันยกระดับภาษาอังกฤษอย่างมาก และท้ายสุดก็คือสิ่งที่เราต้องทำต่อไปก็คือความยั่งยืนในการพัฒนา ยกระดับเปลี่ยนมาตรฐานมาเป็นหลักสูตรที่ถาวรของประเทศ”

     นอกจากนี้ยังต้องเปลี่ยนการประเมินผลภาษาอังกฤษต้องให้ครบ เป้าหมายที่สุดก็ต้องให้ครบต้องมีเป้าชัดเจนว่า...ประถมเราต้องการให้ไปถึงระดับไหน มัธยมจะต้องการให้ไปถึงระดับไหน มหาวิทยาลัยเราต้องการเป้าหมายระดับไหน ใน...“CEFR-TH” พร้อมๆ กับทำเครื่องมือการประเมินผลว่าเขาได้ระดับนั้นจริงหรือเปล่า 

     “ครู”...เป็นผู้ที่ทำหน้าที่ที่สำคัญในการปฏิรูปการศึกษา ในหลวงได้มีกระแสพระราชดำรัสถึงผู้ที่ทำหน้าที่ครูอยู่เสมอ ด้วยทรงตระหนักอย่างถ่องแท้ว่า “ครูดี” คือผู้ที่สร้าง “คนดี” สู่สังคมไทย

 

 

ข้อมูลจาก

 คอลัมน์ สกู๊ปหน้า 1 : ในหลวงทรงฝากไว้ 3 หัวใจ..."การศึกษา" นสพ.ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 21 ตุลาคม 2559  คลิก



จำนวนผู้เข้าชม 3379 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์