อดีตเลขาอาเซียนย้ำวิ​ชาชีพครูและการศึกษาเ​ป็นตัวแปรสำคัญ

เขียนโดย ผู้ดูแลระบบ สสค. | 05/10/2558 15:50:14

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


อดีตเลขาฯอาเซียนย้ำวิชาชีพครูและการศึกษาเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยหลอมรวมประชาคมอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียวและแข่งขันกับนานาประเทศได้บนเวทีโลก ชี้ระบบการศึกษาในอาเซียนยังอยู่ในกรอบเดิม ยันต้องเน้นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างโอกาสแข่งขัน ครูที่ดีจึงต้องสอนทักษะมากกว่าท่องจำ

อดีตเลขาฯอาเซียนย้ำวิชาชีพครูและการศึกษาเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยหลอมรวมประชาคมอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียวและแข่งขันกับนานาประเทศได้บนเวทีโลก ชี้ระบบการศึกษาในอาเซียนยังอยู่ในกรอบเดิม ยันต้องเน้นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างโอกาสแข่งขัน ครูที่ดีจึงต้องสอนทักษะมากกว่าท่องจำ 

     ในเวทีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม จัดโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ร่วมกับคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “การศึกษาเพื่อเป็นเครื่องมือหลอมรวมประชาคมอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียว” ว่า การศึกษาจะเป็นเครื่องมือสำคัญยิ่งที่จะทำให้เยาวชนอาเซียนเคารพในความแตกต่างทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ทำให้ประชาคมอาเซียนมีความเป็นหนึ่งเดียว และเป็นประชากรที่มีคุณภาพร่วมกันพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาคบนเวทีโลกต่อไปในอนาคต

     “การศึกษาเท่านั้นที่จะทำให้ประชากรของแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนเคารพซึ่งกันและกันและสร้างประชากรที่มีความรู้ความสามารถ รวมทั้งสร้างความฝันที่ต้องการให้ประชาคมอาเซียนเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งในภูมิภาคอาเซียนและประเทศติมอร์-เลสเต มีประชากรรวมกันมากกว่า 600 ล้านคน หรือไม่ถึง 4% ของประชากรโลกทั้งหมด มีความแตกต่างทั้งทางสภาพเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการศึกษา แต่ประชาคมอาเซียนมีสัญลักษณ์แห่งการอยู่ร่วมกันของความแตกต่าง โดยมีภารกิจร่วมกันที่จำเป็นต้องลงทุนด้านงานวิจัยและพัฒนา รวมทั้งนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและอำนาจต่อรองทางการค้าและการลงทุนกับนานาประเทศ ซึ่งเยาวชนคนรุ่นใหม่จะไม่สามารถส่งต่อภารกิจเหล่านี้ได้หากไม่เข้าใจหลักการและเหตุผลเหล่านี้”  

     ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า งานวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ถือเป็นสาขาที่ประเทศอาเซียนต้องการอย่างยิ่งในการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน หากไม่นับสิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไน ประเทศสมาชิกภูมิภาคอาเซียนส่วนใหญ่ยังอยู่ในประเทศรายได้ปานกลางถึงรายได้น้อย งานวิจัยระดับนานาชาติหลายสำนักทั้งธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย ธนาคารโลก และเวทีผู้นำเศรษฐกิจระดับนานาชาติก็ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ภูมิอาเซียนจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ซึ่งปัจจุบันประเทศสมาชิกลงทุนด้านเทคโนโลยีไม่ถึง 2%ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศหรือจีดีพี ซึ่งเป็นการตัวเลขการลงทุนโดยเฉลี่ยของนานาประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อยู่ทื่ 2.2% ของจีดีพี   

     นายสุรินทร์ กล่าวว่า ระบบการศึกษาในภูมิภาคยังอยู่ในกรอบรูปแบบเดิมๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่จำเป็นต้องพัฒนานวัตกรรมการศึกษาทำให้แข่งขันประเทศอื่นได้ด้วย  ซึ่งครูในฐานะนักการศึกษาคือตัวแปรสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงสังคม ประเทศ และประชาคมอาเซียน เพราะครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติ เราไม่สามารถมีความรู้และสติปัญญาที่เฉียบแหลมได้เลย หากไม่มีครูที่เป็นเหมือนพ่อแม่คนที่ 2 ของนักเรียน หากเพียงแค่จะสอนให้เด็กจดจำ เด็กก็คงไม่จำเป็นต้องใช้คุณครูมาสอน เพราะเขามีเครื่องมือมากมายมาช่วยให้จดจำ ครูที่ดีจะสอนให้เด็กรู้จักคิด วิเคราะห์ แยกแยะ โดยครูจะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กได้ฝึกฝนให้รู้จักคิดและค้นหาคำตอบด้วยตนเอง

     นายสุรินทร์ กล่าวว่าในเวทีประชุมสหประชาชาติว่าด้วยแนวทางหลังการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ 2030 ภูมิภาคอาเซียนก็มีศักยภาพที่จะช่วยคิด และทำให้ประชาคมโลกมีความมั่นคงต่อไป “เราต้องกล้าที่จะฝันและ เราต้องเอาใจใส่ที่จะร่วมแบ่งปัน เพราะไม่มีใครอยู่ได้โดยลำพัง ” นายสุรินทร์กล่าว

 

 

 

....................................................



จำนวนผู้เข้าชม 2113 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์