6 ขั้นตอนถอดองค์ความรู้…จากชุมแพรุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 2
เขียนโดย whitethunder lucio | 21/02/2555 11:20:00
|
6 ขั้นตอนถอดองค์ความรู้…จากชุมแพรุ่นที่ 1 ถึงรุ่นที่ 2
ผู้เขียนได้ไปร่วมกิจกรรมเปิดชั้นเรียนและสะท้อนผลการสอน เรื่อง มหัศจรรย์การคิดและพัฒนาทักษะทางคณิตศาสตร์โดยวิธีการเรื่องราวและแผนภาพ (SDM) ณ ห้องประชุมนนทรี โรงเรียนชุมแพศึกษา อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการดำเนินโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้ ครั้งที่ 1/2554 (ระดับมัธยมศึกษา)รุ่นที่ 2 จากสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)
รุ่นที่ 2 นี้ จึงเป็นโครงการต่อยอดที่เปิดโอกาสให้สถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาของรัฐและเอกชนทุกสังกัด รวมถึงโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาได้ริเริ่มโครงการนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้ในประเด็นใดประเด็นหนึ่งใน 3 ประเด็นร่วมกันเป็นเครือข่าย ภายใต้หัวข้อเรื่องหลัก (theme) ดังนี้ 1) การพัฒนาทักษะการคิด (Thinking Skills) 2) การส่งเสริมทักษะชีวิต (Life Skills) และ 3) การบริหารจัดการสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ (Effective School Management)
ผู้เข้าร่วมงานในวันนั้น จึงเต็มไปด้วยเครือข่ายครูคณิตศาสตร์ ทั้งผู้สอนและผู้เรียน ซึ่งผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในอดีตครูคณิตศาสตร์ รวมแล้วประมาณ 60 คน ประกอบด้วย
- ผศ.ดร.ปสาสน์ กงตาล คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- นายสมเดช สอนถม รองผู้อำนวยการ โรงเรียนชุมแพศึกษา
- อาจารย์วรนัน ขุนศรี นักวิชาการจาก สำนักวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
- อาจารย์นิตยา อุดมผล อาจารย์ผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนน้ำพองศึกษา จ.ขอนแก่น
- อาจารย์ไพบูลย์ โคตรบ้านแข้ อาจารย์ผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา จากโรงเรียนภูเขียว จ.ชัยภูมิ
- อาจารย์เจริญ ราคาแก้วอาจารย์ผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนหนองเรือวิทยา จ.ขอนแก่น
- นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนบ้านแท่นวิทยา และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/13 โรงเรียนชุมแพศึกษา
อาจารย์ปรีชากร ภาชนะ ผู้ได้ทุนสนับสนุนจากโครงการ “ระเบิดชั้นเรียน : คณิตศาสตร์ไม่ยากอย่างที่คิดด้วยวิธีการเรื่องราวและแผนภาพ” (Amazing Teaching : Mathematics makes it easy by SDM approach) ใช้ “การเขียนเชิงสร้างสรรค์ และศิลปะ” เข้ามาสร้างความเข้าใจ “คณิตศาสตร์” ได้ต่อยอดขยายผลในปีที่ 2 ด้วยการชักชวนอาจารย์ชัชวาล นามปรีดา ซึ่งได้รับทุนสสค.มาในรุ่นเดียวกัน และอาจารย์รุ่งนภา อารยธรรมโสภณ ครูหน้าใหม่มาร่วมทำงานเป็นเครือข่ายครูคณิตศาสตร์เป็นครั้งแรก
ช่วงเช้ามีการนำเสนอผลสำเร็จของโครงการโดยให้นักเรียนนำผลงานเรื่องราวและแผนภาพเรื่องอนุกรมมาประกอบการอธิบายข้อซักถามของผู้เข้าประชุม ซึ่งนักเรียนทุกคนทำได้ดีมาก แม้จะมีบางคนที่ความเข้าใจในเนื้อหาคณิศาสตร์ยังไม่ลึกซึ้งนัก แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ส่วนช่วงบ่ายมีการสาธิตการสอนเป็นเวลา 1 ชั่วโมงในห้องประชุม
ช่วงสำคัญคือช่วงสุดท้ายที่มีการทำ After Action Review : AAR ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมได้สะท้อนสิ่งที่ได้เห็น ได้สัมผัส ให้กับผู้ดำเนินโครงการทั้ง 3 คนได้รับทราบเพื่อจะได้นำความเห็นที่หลากหลายไปปรับปรุงวิธีการดำเนินการสำหรับช่วงเวลาที่เหลือต่อไป กิจกรรมในวันนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นการประเมินผลความสำเร็จระหว่างทางของโครงการ การจัดให้มีกิจกรรม AAR ขึ้นนับเป็นความใจกว้างของผู้ดำเนินโครงการที่สมควรแก่การยกย่องอย่างยิ่ง
จากกิจกรรมที่เห็นทั้งหมดใน 1 วัน อาจสรุปปัจจัยความสำเร็จได้ดังนี้
- ผู้ดำเนินโครงการทั้ง 3 คนเป็นเพื่อนนักศึกษาระดับปริญญาโท ม.ขอนแก่นรุ่นเดียวกัน มีอุดมการณ์เดียวกันคือ … “ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในห้องเรียนคณิตศาสตร์” เหมือนๆ กัน
- อาจารยรุ่งนภาและอาจารย์ปรีชากรมีที่ปรึกษาคนเดียวกันคือ ผศ.ดร.ปสาสน์ กงตาล ซึ่งสนใจนำนวัตกรรมเรื่องราวและแผนภาพมาสอนคณิตศาสตร์ และได้นำแนวคิดนี้ไปเผยแพร่มาแล้วในหลายประเทศ
- เรื่องที่นำมาทำโครงการเป็นส่วนหนึ่งของวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทของอาจารย์รุ่งนภากับอาจารย์ปรีชากร สำหรับอาจารย์ชัชวาลเพิ่งมาเรียนรู้นวัตกรรมการนำเรื่องราวและแผนภาพมาสอนคณิตศาสตร์ในภายหลัง
- ผศ.ดร.ปสาสน์ กงตาล รับเป็นที่ปรึกษาโครงการ ลงมานิเทศ ติดตามผลการดำเนินงานโครงการที่โรงเรียนด้วยตนเอง
- โรงเรียนทั้ง 3 แห่งอยู่ไม่ไกลกันมาก เมื่อต้องประชุมช่วงเย็นหลังเลิกเรียนก็สามารถทำได้โดยไม่ยากนัก ซึ่งในความเป็นจริง อาจารย์ 3 ท่านได้มีการประชุมหารือกันหลายครั้ง ข้อนี้เป็นจุดแข็งของโครงการ
จากปัจจัยความสำเร็จที่พบดังกล่าว ทำให้ผู้เขียนใคร่นำ “บทเรียนจากชุมแพ” มาเสนอให้ เพื่อแลกเปลี่ยนให้เห็นถึงปัจจัยความสำเร็จในการออกแบบโครงการกลุ่ม ดังนี้
- โครงการกลุ่มต้องดำเนินการแบบ “ร่วมคิด ร่วมทำ” ของโรงเรียนผู้เข้าร่วมโครงการทุกโรงเรียน ไม่ใช่โรงเรียนหัวหน้าโครงการเป็นเจ้าของความคิด เป็นผู้ออกแบบกิจกรรมทั้งหมด แล้วมอบหมายให้โรงเรียนอื่นๆ ที่เข้าร่วมโครงการปฏิบัติ
- ควรมีที่ปรึกษาโครงการซึ่งมีความรู้ความสามารถในเรื่องนั้นๆ ถ้าเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยได้จะดีมาก เพราะท่านเหล่านี้จะช่วยประคับประคองทำให้โครงการสำเร็จ
- ควรกำหนดให้มีการนำเสนอผลการดำเนินงานโดยนักเรียน (ถ้าเป็นโครงการที่ดำเนินโดยโรงเรียน) 2 ช่วงคือช่วงกลาง (formative evaluation) มีการทำ AAR เพื่อนำข้อเสนอแนะมาพัฒนาโครงการช่วงที่เหลือ และช่วงท้ายของโครงการ (summative evaluation) เพื่อสรุปผลการดำเนินงาน
- ควรจัดเวทีให้มีการนำเสนอผลงานเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้รับทุนด้วยกัน อาจเป็นระดับภาคหรือระดับประเทศแล้วแต่ควรเหมาะสมของงบประมาณและเวลา
- ควรจัดให้มีการประกวดโครงการโดยให้คะแนนเกณฑ์ “ผลกระทบที่มีต่อนักเรียน นวัตกรรมและความยั่งยืนของโครงการ” มากกว่าข้ออื่นๆ
- มอบหมายให้คณะผู้ติดตาม เขียนสะท้อนให้เห็นสิ่งดีๆ/ความประทับใจที่เกิดขึ้นในพื้นที่ขณะที่ลงไปติดตามโครงการ แล้วนำมารวบรวมไว้เป็นต้นทุนองค์ความรู้เพื่อใช้เป็นต้นแบบต่อไป
โดยรศ.ดร.จิราภรณ์ ศิริทวี
ที่ปรึกษาโครงการส่งเสริมนวัตกรรมสร้างสรรค์การเรียนรู้ ครั้งที่ 1/2554
(ระดับมัธยมศึกษา) รุ่นที่ 2
จำนวนผู้เข้าชม 113 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง
Creative Common License Version 3.0
ผลงานนี้ อยู่ภายใต้ สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.
ความคิดเห็น
กรุณาสมัครสมาชิกก่อนแสดงความคิดเห็นค่ะ
โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์ รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.
